หากคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะจัดเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คุณก็อาจมี ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งต้องการการรักษาเช่นกัน

คำจำกัดความ

ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร

ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) หมายถึงการที่ระดับน้ำตาลในเลือดมีมากกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะจัดว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากคุณมีภาวะก่อนเบาหวาน คุณอาจจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้มากพอ หลังการรับประทานอาหาร หรือร่างกายของคุณอาจจะตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่เหมาะสม

หากไม่มีการแทรกแซงใดๆ ภาวะก่อนเบาหวานอาจจะกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภายใน 10 ปี หรือน้อยกว่านั้น ภาวะก่อนเบาหวานสามารถทำความเสียหายต่อหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตในระยะเวลานานก่อนจะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 

ภาวะก่อนเบาหวานพบได้บ่อยได้แค่ไหน

ภาวะก่อนเบาหวานนั้นพบได้มาก สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของภาวะก่อนเบาหวานเป็นอย่างไร

ในกรณีส่วนใหญ่ภาวะก่อนเบาหวานนั้นจะไม่มีอาการ หากมีอาการแสดงมาอาจจะมี

  • กระหายน้ำมากขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อย
  • เหนื่อยล้า
  • มองเห็นไม่ชัด

อาการหนึ่งที่พบได้มากสำหรับผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวานคือสีผิวเปลี่ยนเป้นเข้มขึ้น หรือผิวหนังสีดำหนาคล้ายกำมะหยี่ (acanthosis nigricans) โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ข้อศอก เข่า และข้อนิ้วมือ

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

คุณควรจะไปพบหมอหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • หากคุณมีภาวะน้ำหนักเกิน มีความดัชนีมวลกายมากกว่า 25
  • หากคุณไม่กระฉับกระเฉง
  • หากคุณอายุ 45 ปี หรือมากกว่า
  • หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
  • หากคุณมีเชื้อชาติแอฟริกา-อเมริกา ลาตินอเมริกา อเมริกันอินเดียน เอเชีย-อเมริกา หรือชาวเกาะแปซิฟิก
  • หากคุณเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (gestational diabetes) หรือให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักมากกว่า 9 ปอนส์ (4.1 กก.)
  • หากคุณมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) ซึ่งเป็นสภาวะทั่วไปมีลักษณะคือประจำเดือนที่ไม่ปกติ มีเส้นขนส่วนเกินและความอ้วน
  • หากคุณมีความดันโลหิตสูง
  • หากระดับของคอเลสเตอรอลไขมันที่มีความหนาแน่นสูง (high-density lipoprotein) (HDL) ต่ำกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (มก./เดซิลิตร) หรือ 0.9 มิลลิโมล/ลิตร หรือมีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 250 มก./เดซิลิตร (2.83 มิลลิโมล/ลิตร)

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะก่อนเบาหวาน

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาสาเหตุของภาวะก่อนเบาหวานได้ แต่มีคำแนะนำว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากผิดปกติในยีนที่ควบคุมกระบวนการผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเหมาะสม และเมื่อระดับอินซูลินลดลง ก็จะทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด ไขมันส่วนเกินก็สามารถนำไปสู่ภาวะก่อนเบาหวานได้

คำจำกัดความ

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานคืออะไร 

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetes) หมายถึงการที่ระดับน้ำตาลในเลือดมีมากกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะจัดว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากคุณมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน คุณอาจจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้มากพอ หลังการรับประทานอาหาร หรือร่างกายของคุณอาจจะตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่เหมาะสม

หากไม่มีการแทรกแซงใดๆ ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานอาจจะกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภายใน 10 ปี หรือน้อยกว่านั้น ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานสามารถทำความเสียหายต่อหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตในระยะเวลานานก่อนจะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานพบได้บ่อยได้แค่ไหน

ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานนั้นพบได้มาก สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานเป็นอย่างไร

ในกรณีส่วนใหญ่ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานนั้นจะไม่มีอาการ หากมีอาการแสดงมาอาจจะมี

  • กระหายน้ำมากขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อย
  • เหนื่อยล้า 
  • มองเห็นไม่ชัด 

อาการหนึ่งที่พบได้มากสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานคือสีผิวเปลี่ยนเป้นเข้มขึ้น หรือผิวหนังสีดำหนาคล้ายกำมะหยี่ (acanthosis nigricans) โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ข้อศอก เข่า และข้อนิ้วมือ

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

คุณควรจะไปพบหมอหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้  

  • หากคุณมีภาวะน้ำหนักเกิน มีความดัชนีมวลกายมากกว่า 25 
  • หากคุณไม่กระฉับกระเฉง 
  • หากคุณอายุ 45 ปี หรือมากกว่า
  • หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2
  • หากคุณมีเชื้อชาติแอฟริกา-อเมริกา ลาตินอเมริกา อเมริกันอินเดียน เอเชีย-อเมริกา หรือชาวเกาะแปซิฟิก 
  • หากคุณเป้นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (gestational diabetes) หรือให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักมากกว่า 9 ปอนส์ (4.1 กก.)
  • หากคุณมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) ซึ่งเป็นสภาวะทั่วไปมีลักษณะคือประจำเดือนที่ไม่ปกติ มีเส้นขนส่วนเกินและความอ้วน 
  • หากคุณมีความดันโลหิตสูง
  • หากระดับของคอเลสเตอรอลไขมันที่มีความหนาแน่นสูง (high-density lipoprotein) (HDL) ต่ำกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (มก./เดซิลิตร) หรือ 0.9 มิลลิโมล/ลิตร หรือมีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 250 มก./เดซิลิตร (2.83 มิลลิโมล/ลิตร)

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน 

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาสาเหตุของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานได้ แต่มีคำแนะนำว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนสำคัญในการเพิ่มปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากผิดปกติในยีนที่ควบคุมกระบวนการผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเหมาะสม และเมื่อระดับอินซูลินลดลง ก็จะทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด ไขมันส่วนเกินก็สามารถนำไปสู่ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยงมีดังนี้  

  • น้ำหนัก การมีภาวะน้ำหนักเกินคือปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้นของภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน รวมไปถึงผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 
  • รอบเอว ผู้ที่มีรอบเอวมากอาจบ่งชี้ถึงภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • ไม่กระฉับกระเฉง ยิ่งคุณไม่กระฉับกระเฉงมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมากขึ้นเท่านั้น
  • อายุ แม้ว่าโรคเบาหวานสามารถเป็นได้ทุกช่วงอายุ ความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานจะเพิ่มมากขึ้น หากคุณอายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังจากอายุ 45 ปี 
  • ประวัติในครอบครัว ความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานจะเพิ่มขึ้น หากพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • เชื้อชาติ แม้จะไม่ชัดว่าทำไม แต่คนบางเชื้อชาติ รวมไปถึงแอฟริกา-อเมริกา ลาตินอเมริกา อเมริกันอินเดียน เอเชีย-อเมริกา และชาวเกาะแปซิฟิกจะมีโอกาสมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมากกว่า
  • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) หากคุณเคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานในภายหลังเพิ่มมากขึ้น หากคุณให้กำเนิดทารกที่น้ำหนักมากกว่า 4.1 กก. คุณก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเช่นกัน
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) สำหรับผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบซึ่งเป็นสภาวะทั่วไปมีลักษณะคือประจำเดือนที่ไม่ปกติ มีเส้นขนส่วนเกินและความอ้วน จะเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวาน 
  • การนอนหลับ โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea) คือความผิดปกติของการนอนหลับที่มีสาเหตุมาจากลมหายใจถูกขัดหลายครั้งขณะนอนหลับ นำไปสู่คุณภาพการนอนที่ไม่ดี ผู้ที่ทำงานเปลี่ยนกะหรือมีกะกลางคืน มีโอกาสที่จะมีปัญหากับการนอนหลับ และยังเพิ่มความเสี่ยงในการมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

วิธีการตรวจเพื่อวินิจฉัยภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานมีสามวิธี

  • การตรวจระดับน้ำตาลสะสม (The A1C test) หรือที่เรียกอีกอย่างว่าการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) หรือไกโคซิเลต ฮีโมโกลบิน (glycosylated hemoglobin) การทดสอบนี้วัดเปอร์เซ็นต์ของน้ำตาลในเลือด เป็นเวลา 2-3 เดือน ระดับน้ำตาลสะสมที่ปกติควรต่ำกว่า 5.7 % ระดับน้ำตาลสะสมระหว่าง 5.7 และ 6.4 % นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน ระดับ 6.5 % หรือมากกว่าในการตรวจทั้งสองรอบที่แยกจากกันจะบ่งชี้ว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน 
  • การวัดระดับกลูโคสในพลาสมา (Fasting blood glucose test) แพทย์จะใช้ตัวอย่างเลือดหลังจากที่คุณอดอาหารในตอนกลางคืนไปตรวจ ระดับของน้ำตาลตั้งแต่ 100 ถึง 125 มก./เดซิลิตร (5.6 ถึง 6.9 มิลลิโมล/ลิตร) นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน
  • การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล (oral glucose tolerance test) การทดสอบจะวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากที่คุณอดอาหารในตอนกลางคืน หลังจากที่วัดระดับแล้ว คุณจะต้องดื่มน้ำเชื่อมเข้าไปแล้วรอให้น้ำเชื่อมปักหลักในร่างกาย แล้วจะทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง ระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 140 ถึง 199มก./เดซิลิตร (7.8 ถึง 11.0 มิลลิโมล/ลิตร) นั้นถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน 

สำหรับการทดสอบเหล่านี้ ยิ่งมีตัวเลขสูงเท่าไหร่ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น

การรักษาภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน

หากคุณมีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน การรักษาแรกคือการปรับเปลี่ยนไลฟสไตล์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ กุญแจสำคัญของการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ช่วยในการจัดการและกำจัดภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน คือการออกกำลังกายเป็นประจำ และการลดน้ำหนัก หากคุณมีน้ำหนักเกิน คุณก็จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานมาก

หากผลของการทดสอบนั้นสูงแต่ไม่พอที่เรียกว่าโรคเบาหวาน คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยา เพื่อควบคุมระดับของอินซูลิน ยาทั่วไปของผู้มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวานคือ ยาเมทฟอร์มิน (metformin) อย่างกลูโคเฟจ (Glucophage)

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองแบบไหนที่จะช่วยรักษา

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้ อาจจะช่วยรักษาอาการของคุณได้

  • หยุดสูบบุหรี่ 
  • ลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ปลอดภัย แม้แต่การลดน้ำหนักเพียง 5 % ก็สามารถเห็นความแตกต่างได้
  • การใช้สมุนไพรเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั้น ค่อนข้างพบได้ทั่วไป สำหรับผู้มีภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน สมุนไพรที่มักจะใช้ก็คือ อบเชย (cassia cinnamon) โครเมียม (Chromium) โคเอนไซม์คิว10 (coenzyme Q10) โสม กลูโคแมนแนน (glucomannan) กัวร์ กัม (guar gum) จิมเนมา (gymnema) แมกนีเซียม ผลของต้นกระบองเพชร (prickly pear cactus) ถั่วเหลือง และหญ้าหวาน แม้ว่าสารบางชนิดนี้อาจจะแสดงให้เห็นความคาดหวังในช่วงแรกๆ ของการทดลอง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า การรักษาทางเลือกนี้จะได้ผล 

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 24, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย