ภาวะจำนวนอสุจิน้อยคืออะไร

ภาวะจำนวนอสุจิน้อย (Low Sperm Count) หมายความว่าน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาในระหว่างที่ถึงจุดสุดยอดนั้น มีจำนวนตัวอสุจิน้อยกว่าปกติ การมีจำนวนอสุจิน้อยหรือเรียกว่า Oligospermia ส่วนการที่ไม่มีอสุจิเลยนั้นเรียกว่า Azoospermia ซึ่งจำนวนของอสุจินั้นจะถือว่ามีน้อยกว่าปกติ หากมีจำนวนตัวอสุจิน้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อน้ำเชื้อหนึ่งมิลลิลิตร

การมีจำนวนอสุจิน้อยจะลดโอกาส ที่อสุจิตัวหนึ่งจะเข้าไปผสมพันธุ์กับไข่ของฝ่ายหญิง เพื่อจะนำไปสู่การตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ชายหลายคนที่มีจำนวนอสุจิน้อยนั้นก็ยังสามารถมีบุตรได้

ภาวะอสุจิน้อยพบบ่อยแค่ไหน

การมีจำนวนอสุจิน้อยนั้นพบได้ทั่วไป ซึ่งมีผลกระทบกับคนไข้ทุกช่วงอายุ สามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาหมอเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของภาวะอสุจิน้อยที่พบบ่อยคือ

  • ระบบการสืบพันธุ์มีปัญหา ตัวอย่างเช่น ความต้องการทางเพศต่ำ หรือ มีปัญหาเรื่องการแข็งตัว (เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ)
  • เจ็บปวด บวม หรือมีก้อนที่บริเวณอัณฑะ
  • การมีหนวดเคราหรือขนตามร่างกายน้อยลง คือสัญญาณของความผิดปกติในโครโมโซม หรือฮอร์โมน

อาจมีอาการหรือสัญญาณของโรคอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ที่นี้ หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาหมอ

ควรไปหาหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอ หากมีอาการเหล่านี้

  • มีปัญหาการแข็งตัวหรือการหลั่งน้ำกาม มีความต้องการทางเพศต่ำ หรือปัญหาอื่นๆ ในระบบการสืบพันธุ์
  • เจ็บปวด ไม่สบายตัว มีก้อนเนื้อ หรือบวมที่บริเวณอัณฑะ
  • มีประวัติของโรคที่เกี่ยวกับอัณฑะ ต่อมลูกหมาก หรือสมรรถภาพทางเพศ
  • มีการผ่าตัดขาหนีบ อัณฑะ องคชาติ ถุงอัณฑะ

สาเหตุ

การผลิตตัวอสุจิเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และต้องการการทำงานของอัณฑะที่เป็นปกติ รวมทั้งต่อมใต้สมองส่วนล่าง และต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นอวัยวะในสมองที่ผลิตฮอร์โมนซึ่งกระตุ้นการผลิตอสุจิ เมื่อเกิดการผลิตอสุจิขึ้นที่อัณฑะ ก็จะมีท่อเล็กๆส่งพวกมันไปผสมกับน้ำกาม และจะหลั่งออกจากองคชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบเหล่านี้มักจะมีผลกระทบต่อการผลิตอสุจิ นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาในเรื่องของรูปร่างตัวอสุจิ  การเคลื่อนไหว หรือการทำงานของอสุจิได้ด้วย

การมีจำนวนอสุจิน้อยนั้นอาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ และการใช้ยาต่างๆ ซึ่งได้แก่

  • หลอดเลือดดำอัณฑะขอด หลอดเลือดดำอัณฑะขอดคือการบวมของเส้นเลือดที่ช่วยระบายของเหลวบริเวณอัณฑะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ พบมากในผู้ชายที่เป็นหมัน  เนื่องจากอาการหลอดเลือดดำอัณฑะขอดนั้น จะส่งผลให้อสุจิมีจำนวนลดลง
  • การติดเชื้อ การติดเชื้อบางอย่างอาจไปรบกวนกระบวนการผลิตอสุจิหรือสุขภาพของอสุจิ หรืออาจทำให้แผลเป็นที่ไปกีดขวางทางผ่านของอสุจิก็เป็นได้
  • ปัญหาในการหลั่ง การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางเกิดขึ้นเมื่อน้ำกามเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ ในช่วงการถึงจุดสุดยอด แทนที่จะหลั่งออกมาจากองคชาติ โดยมีปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่เป็นสาเหตุของการหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง หรือการหลั่งน้อย ซึ่งก็ได้แก่ โรคเบาหวาน การบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง และการผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรือท่อปัสสาวะ
  • ยา ยาบางตัวอาจมีผลต่อการหลั่งน้ำกาม เช่น ยาลดความดันโลหิต ที่เรียกกันว่ายาแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha-blockers)
  • สารภูมิต้านทานที่โจมตีอสุจิ สารภูมิต้านทานที่ต่อต้านอสุจิเป็นเซลล์ในระบบภูมิต้านทาน ซึ่งเข้าใจผิดว่าอสุจิเป็นผู้บุกรุกและเป็นอันตราย จึงพยายามที่จะกำจัดออกไป
  • เนื้องอกมะเร็ง และเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้าย สามารถส่งผลโดยตรงต่ออวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชายได้ การผ่าตัด การฉายรังสี และการทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง อาจส่งผลให้เป็นหมันในเพศชาย
  • ภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุง ในระหว่างการผลิตอสุจิ ลูกอัณฑะลูกใดลูกหนึ่งหรือทั้งสองลูกนั้นไม่อาจลงจากท้องน้อยมาอยู่ในถุงอัณฑะ ภาวการณ์ไม่เจริญพันธุ์นั้นเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้ชายที่มีอาการนี้
  • การไม่สมดุลของฮอร์โมน ต่อมใต้สมองส่วนล่าง ต่อมใต้สมอง และอัณฑะจะผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการผลิตอสุจิ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเหล่านี้ และระบบอื่นๆ อย่างไทรอยด์ และต่อมหมวกไต อาจทำให้การผลิตอสุจิเกิดความบกพร่องได้
  • ความผิดปกติของหลอดฝอยที่ทำหน้าที่ลำเลียงอสุจิ ท่อส่งอสุจิที่มีอยู่มากมายนั้น อาจถูกกีดขวางได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งก็ได้แก่การบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจจากการผ่าตัด การติดเชื้อในอดีต แผลบาดเจ็บ หรือการพัฒนาที่ผิดปกติ อย่างเช่น โรคเรื้อรังที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เรียกว่าโรคซีสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) ที่ทำให้เกิดเสมหะข้นๆ ในปอด เมือกในตับอ่อน และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ที่คล้ายกัน
  • ความผิดปกติในโครโมโซม โรคทางพันธุกรรมอย่างเช่น โรค Klinefelter’s syndrome, Cystic Fibrosis และ Kartagener’s syndrome  ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นหมัน
  • โรคเซลิแอค (Celiac) ซึ่งเป็นความผิดปกติในระบบย่อยอาหารที่เกิดจากการแพ้กลูเตน โรคเซลิแอคสามารถทำให้เป็นหมันได้ ภาวะการเจริญพันธุ์อาจดีขึ้นได้หลังจากการรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตน
  • ตัวยาบางตัว การบำบัดโดยการทดแทนฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) การใช้ยาอนาบอลิค เสตียรอยด์เป็นเวลานาน ยารักษาโรคมะเร็ง (เคมีบำบัด) ยาต้านเชื้อราบางตัว และยาปฏิชีวนะ ยารักษาแผลภายในต่างๆ และยาอื่นๆ สามารถทำให้การผลิตอสุจิมีปัญหา และลดการเจริญพันธุ์ของเพศชายได้
  • การผ่าตัดที่ผ่านมา การผ่าตัดบางอย่างอาจทำให้ท่านมีอสุจิในน้ำกามน้อยลง ได้แก่ การตัดหลอดนำอสุจิ การผ่ารักษาโรคไส้เลื่อนขาหนีบ ถุงอัณฑะ หรือการผ่าตัดที่เกี่ยวกับถุงอัณฑะต่างๆ การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการผ่าตัดใหญ่บริเวณช่องท้องสำหรับรักษาถุงอัณฑะและมะเร็งทวารหนัก และอื่นๆ

การผลิตอสุจิหรือการทำงานของมันอาจได้รับผลกระทบจากการเผชิญสภาวะแวดล้อมบางประการ ได้แก่

  • สารเคมีต่างๆ ในการอุตสาหกรรม การเผชิญกับน้ำมันเบนซิน โทลูอีน ไซลีน สารเคมีกำจัดวัชพืช ยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ตัวทำละลายสารอินทรีย์ สีทาต่างๆ และสารตะกั่ว อาจส่งผลให้มีจำนวนอสุจิน้อย
  • การเผชิญสารโลหะหนัก การสัมผัสสารตะกั่ว หรือโลหะหนักอื่นๆอาจทำให้เป็นหมันได้
  • การฉายรังสี หรือเอ็กซเรย์ การสัมผัสรังสีอาจทำให้การผลิตอสุจิลดลง อาจใช้เวลาหลายปีกว่าการผลิตเสปิร์มจะกลับเป็นปกติ หากได้รับรังสีในปริมาณมาก การผลิตอสุจิอาจลดลงโดยถาวร
  • อัณฑะได้รับความร้อนมากเกินไป อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้การผลิตอสุจิและระบบการทำงานของมันเสียหาย ถึงแม้ว่าการศึกษาจะยังจำกัดและยังไม่อาจสรุปได้ แต่การเข้าอบไอน้ำหรือการแช่น้ำร้อนอาจทำให้จำนวนอสุจิลดลงได้ชั่วคราว
  • การนั่งเป็นเวลานานๆ การใส่เสื้อผ้าคับแน่น การใช้คอมพิวเตอร์แลปทอปวางบนหน้าตักเป็นเวลานานๆ อาจเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้ถุงอัณฑะ และลดการผลิตอสุจิลงได้

สาเหตุอื่นของการมีจำนวนอสุจิน้อยได้แก่

  • การใช้ยา ยาอนาบอลิค เสตียรอยด์ที่ใช้เพื่อกระตุ้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการเจริญเติบโตนั้น สามารถทำให้อัณฑะมีการผลิตอสุจิลดลง การเสพโคเคนหรือกัญชาอาจลดจำนวนและคุณภาพของอสุจิลงได้เช่นกัน
  • การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง และทำให้การผลิตอสุจิลดลงด้วย
  • ลักษณะอาชีพ อาชีพบางอย่างอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเป็นหมัน อย่างเช่นอาชีพช่างเชื่อม หรืออาชีพที่ต้องนั่งนานๆ อย่างเช่นการขับรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่สนับสนุนความเกี่ยวข้องนี้ยังไม่มีที่ผลสรุปแน่นอน
  • การสูบบุหรี่ ผู้ชายที่สูบบุหรี่อาจมีจำนวนอสุจิน้อยกว่าผู้ที่ไม่สูบ
  • ความเครียด การมีความเครียดที่รุนแรงหรือยาวนาน รวมถึงความเครียดในเรื่องการเจริญพันธุ์นั้น อาจมีผลต่อฮอร์โมนในหลายๆ ทาง ซึ่งอาจรบกวนฮอร์โมนที่ต้องใช้ในการผลิตอสุจิได้
  • น้ำหนัก โรคอ้วนอาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์แย่ลงในหลายๆ ทาง รวมถึงการส่งผลต่ออสุจิโดยตรง โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในฮอร์โมน ที่ลดการเจริญพันธุ์ในเพศชาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะอสุจิน้อย ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การใช้ยาผิดกฎหมายบางตัว
  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • การติดเชื้อทั้งในอดีตและปัจจุบัน
  • การเผชิญสารพิษ
  • อัณฑะได้รับความร้อนมากเกินไป
  • เคยได้รับความเจ็บปวดที่อัณฑะ
  • ความผิดปกติในการเจริญพันธุ์โดยกำเนิด หรือมีผู้เกี่ยวพันทางสายเลือดที่มีความผิดปกติในการเจริญพันธุ์
  • มีโรคบางประการ ได้แก่ เนื้องอก หรือความเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • อยู่ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง เช่นการฉายรังสี
  • การใช้ยาบางตัว
  • เคยมีการผ่าตัดท่อนำอสุจิ หรือการผ่าตัดใหญ่ที่ช่องท้อง หรือการผ่ากระดูกเชิงกราน
  • มีประวัติการเป็นไส้เลื่อน

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากหมอโดยตรง ควรปรึกษาหมอเพื่อขอรับขอมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอ

การวิเคราะห์ภาวะอสุจิน้อย

หากการไปพบแพทย์เพราะมีบุตรยาก แพทย์จะดำเนินการตรวจหาสาเหตุของโรค และถึงแม้ว่าแพทย์ลงความเห็นว่าภาวะอสุจิน้อยนั้นเป็นสาเหตุหลัก แต่ก็ยังแนะนำให้คู่รักควรได้รับการตรวจด้วย เพื่อหาปัจจัยร่วมและช่วยหาเทคนิคที่จะทำให้มีบุตรได้

‎การทดสอบและการวิเคราะห์อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้

  • การตรวจร่างกายทั่วไปและประวัติการรักษา รวมถึงตรวจสอบอวัยวะเพศ การสอบถามคำถามเกี่ยวกับโรคทางกรรมพันธุ์ โรคเรื้อรัง ความเจ็บป่วย อาการบาดเจ็บ หรือการผ่าตัดที่อาจส่งผลต่อการเจริญพันธุ์แพทย์อาจถามเรื่องนิสัยทางเพศ และพัฒนาการทางเพศอีกด้วย
  • การวิเคราะห์น้ำกาม ภาวะอสุจิน้อยจะถูกตรวจสอบโดยการส่องน้ำกามผ่านกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูจำนวนอสุจิต่อช่องตารางสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในบางกรณี อาจต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยนับจำนวนอสุจิก็ได้

ทั้งนี้แพทย์อาจแนะนำการทดสอบอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุในภาวะอสุจิน้อย และสาเหตุที่เป็นไปได้อื่นๆ ในภาวะการไม่เจริญพันธุ์ในเพศชาย ซึ่งได้แก่

  • การอัลตราซาวนด์ถุงอัณฑะ การทดสอบนี้จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อตรวจอัณฑะและโครงสร้างของอัณฑะ
  • การทดสอบฮอร์โมน แพทย์ของท่านอาจแนะนำให้ได้รับการตรวจเลือด เพื่อตรวจหาระดับฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นโดยต่อมใต้สมองและอัณฑะ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของพัฒนาการทางเพศ และการผลิตน้ำอสุจิ
  • การทดสอบปัสสาวะหลังการหลั่งน้ำกาม อสุจิในปัสสาวะสามารถบ่งชี้ได้ว่าน้ำกามหลั่งย้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะหรือเปล่า แทนที่จะหลั่งออกจากองคชาติ
  • การทดสอบทางพันธุกรรม หากความเข้มข้นของน้ำกามนั้นต่ำมาก สาเหตุทางพันธุกรรมอาจมีส่วน การตรวจเลือด สามารถบ่งบอกได้ว่า มีความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยในโครโมโซมวาย ซึ่งเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางพันธุกรรม การทดสอบพันธุกรรมอาจทำเพื่อการวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์หลายประเภท
  • การตรวจชิ้นเนื้ออัณฑะ การทดสอบนี้ต้องมีการตัดชิ้นเนื้อจากอัณฑะด้วยเข็ม ผลของการตรวจชิ้นเนื้ออัณฑะสามารถบอกได้ว่า การผลิตน้ำอสุจินั้นเป็นปกติหรือไม่ หากเป็นปกติ ปัญหาของท่านน่าจะมาจากการอุดตัน หรือมีปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการลำเลียงอสุจิ อย่างไรก็ตาม การทดสอบนี้จะกระทำในสถานการณ์บางประการเท่านั้น และไม่นิยมนำมาใช้ทดสอบสาเหตุของการเป็นหมัน
  • การทดสอบสารภูมิคุ้มกันต่อต้านอสุจิ การทดสอบที่ทำขึ้นเพื่อตรวจสอบเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เข้าไปทำลายอสุจินั้น ยังไม่เป็นที่นิยม
  • การทดสอบการทำงานของอสุจิเป็นพิเศษ การตรวจหลายอย่างสามารถใช้ตรวจสอบอสุจิหลังการหลั่งว่ามีสุขภาพดีหรือไม่ สามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้ดีหรือเปล่า โดยปกติแล้วการทดสอบเหล่านี้ พบเห็นได้น้อย และไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำในการรักษามากนัก
  • การอัลตราซาวด์ผ่านทางทวาร แพทย์จะใช้แท่งขนาดเล็กที่เคลือบด้วยสารหล่อลื่นสอดเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อตรวจสอบอัณฑะว่ามีการอุดตันในท่อส่งอสุจิหรือเปล่า

การรักษาภาวะอสุจิน้อย

  • การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น โรคหลอดเลือดดำอัณฑะขอดสามารถทำการผ่าตัดให้เป็นปกติได้ หรือการซ่อมแซมท่อนำส่งอสุจิที่อุดตัน การทำหมันผูกก่อนหน้านี้ก็สามารถแก้ไขได้ ในกรณีที่ไม่มีอสุจิอยู่เลยในน้ำกาม ก็สามารถเก็บอสุจิจากอัณฑะหรือท่อเก็บอสุจิได้โดยตรง โดยใช้เทคนิคการเก็บอสุจิต่างๆ
  • การรักษาอาการติดเชื้อ ยาปฏิชีวนะสามารถรักษาการติดเชื้อของระบบการสืบพันธุ์ได้ แต่อาจไม่รักษาภาวะการเจริญพันธุ์ได้
  • การรักษาปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ยาหรือแนวทางคำปรึกษา ก็สามารถเพิ่มภาวะการเจริญพันธุ์ขึ้นมาได้ อย่างเช่น ปัญหาการไม่แข็งตัว หรืออาการหลั่งเร็ว
  • การรักษาฮอร์โมนและการใช้ยาต่างๆ หมออาจแนะนำให้มีการทดแทนฮอร์โมนหรือการใช้ยาในกรณีที่ภาวะความเป็นหมันมีสาเหตุจากอาการฮอร์โมนต่ำหรือสูง หรือปัญหาในการใช้ฮอร์โมนของร่างกาย

เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการสืบพันธุ์นั้น เป็นการเก็บน้ำอสุจิจากการหลั่งตามปกติ การเก็บโดยการผ่าตัด หรือได้รับจากผู้บริจาค ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย จากนั้นอสุจิจะถูกนำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้หญิง หรือใช้ในการปฏิสนธิเทียมในหลอดแก้ว หรือการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่อาจช่วยในการจัดการกับภาวะอสุจิน้อยได้

  • เพิ่มความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน หรือทุกๆ 2 วัน โดยเริ่ม 4 วันเป็นอย่างน้อยก่อนการตกไข่ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้
  • การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ ผู้หญิงนั้นมีโอกาสตั้งครรภ์ในระหว่างการตกไข่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงกลางของการมีรอบเดือน ซึ่งนั่นจะทำให้แน่ใจได้ว่าเชื้อสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายวัน เพื่อรอโอกาสในการปฏิสนธิ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์บางอย่างเช่น แอสโตรไกลด์ (Astroglide) และเจลหล่อลื่น K-Y  โลชั่น หรือน้ำลาย อาจทำให้การเคลื่อนตัวและการทำงานของอสุจิแย่ลง (สอบถามหมอเกี่ยวกับสารหล่อลื่นที่ไม่ทำอันตรายต่ออสุจิ)

หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาหมอเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด 

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 20, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย