ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหัวใจล้มเหลว (heart failure) เป็นภาวะหนึ่งที่หมายถึงกำลังในการสูบฉีดโลหิตที่ลดลงของกล้ามเนื้อหัวใจ ภาวะดังกล่าวทำให้เกิดผลที่อันตรายบางประการ

คำจำกัดความ

ภาวะหัวใจล้มเหลวคืออะไร

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหัวใจล้มเหลว (heart failure) เป็นภาวะหนึ่งที่หมายถึงกำลังในการสูบฉีดโลหิตที่ลดลงของกล้ามเนื้อหัวใจ ภาวะดังกล่าวทำให้เกิดผลที่อันตรายบางประการ ดังนี้

  • หัวใจไม่สามารถสูบฉีดโลหิตที่เพียงพอตามความต้องการของร่างกาย
  • เลือดถูกอุดกั้นในหัวใจ ซึ่งทำให้มีความดันมากขึ้นในผนังหัวใจ
  • หัวใจจำเป็นต้องยืดตัวเพื่อเติมเลือดให้มากขึ้น
  • ไตมีการตอบสนองโดยการทำให้ร่างกายกักเก็บของเหลวและเกลือมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดอาการบวมที่อวัยวะบางประการได้ ในท้ายที่สุดส่งผลให้เกิดอาการบวมแน่นในร่างกาย

ภาวะหัวใจล้มเหลวเกิดขึ้นในหัวใจข้างใดข้างหนึ่ง โดยปกติแล้วเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจด้านซ้ายแล้วย้ายไปยังหัวใจด้านขวา หากไม่มีการรักษาที่เหมาะสม หัวใจล้มเหลวสามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

พบได้บ่อยเพียงใด

ภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถส่งผลต่อคนได้ทุกวัยถึงแม้ว่าพบได้มากที่สุดในผู้สูงอายุ เด็กที่มีภาวะหัวใจบกพร่องแต่กำเนิด (congenital heart defects) ยังมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วยเช่นกัน

อาการ

อาการของภาวะหัวใจล้มเหลว

หัวใจล้มเหลวเป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เกิดขึ้นโดยทันที อาการทั่วไปของโรคนี้ ได้แก่

  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย
  • ไอเป็นเลือดและหายใจมีเสียงบ่อย
  • ไม่มีความอยากอาหาร
  • คลื่นไส้
  • หายใจลำบาก
  • ปวดปัสสาวะด่วนในตอนกลางคืน
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เจ็บหน้าอก
  • มีอาการบวมในท้อง ขา ข้อเท้า และเท้า

อาจมีอาการและสัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง หากคุณมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอทันทีที่มีอาการ อาการเริ่มแรกของโรคนี้มักเป็นอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ไอเป็นเลือด และเป็นลม ให้แจ้งแพทย์หากมีผลข้างเคียงใดๆ หลังการรักษา หรือเมื่ออาการต่างๆ มีความรุนแรงมากขึ้น

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases) บางประเภท ที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย โรคเหล่านี้ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจวาย โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (cardiomyopathy) และโรคลิ้นหัวใจ (heart valve disease) การติดเชื้อ หัวใจเต้นผิดจังหวะ (cardiac arrhythmia) ภาวะโลหิตจาง (anemia) โรคไทรอยด์ (thyroid disease) โรคปอด (lung disease) และภาวะของเหลวในร่างกายมากเกินไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลว

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลวมีอาการแย่ลง

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease): หลอดเลือดแดงที่ตีบอาจขัดขวางเลือดที่มีออกซิเจนที่ลำเลียงไปยังหัวใจ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอลง
  • หัวใจวาย (Heart attack): กล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหายเมื่อหัวใจวายเกิดขึ้น หมายความว่าหัวใจไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ
  • เบาหวาน: เบาหวานสามารถเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ยารักษาเบาหวานบางชนิด: ยาเหล่านี้ ได้แก่ ยาโรไซไกลทาโซน (rosiglitazone) (Avandia) และยาไพโอไกลทาโซน (pioglitazone) (Actos) อาจเพิ่มความเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยบางราย แม้เป็นเช่นนั้นแล้ว คุณไม่ควรหยุดใช้ยาที่แพทย์สั่งใดๆ หากคุณกำลังใช้ยานี้ ให้สอบถามแพทย์ว่าคุณมีทางเลือกในการรักษาใดๆ หรือไม่
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea): หากคุณไม่สามารถหายใจได้ตามปกติในขณะนอนหลับ มีการลดลงของปริมาณออกซิเจนในเลือดและมีการเพิ่มขึ้นของจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ความผิดปกติทั้งสองประการดังกล่าวสามารถทำให้หัวใจอ่อนแอลงได้
  • ภาวะบกพร่องของหัวใจแต่กำเนิด (Congenital heart defects)
  • โรคลิ้นหัวใจ (Valvular heart disease)
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อไวรัสสามารถทำให้เกิดความเสียหายแก่กล้ามเนื้อหัวใจ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถลดความสามารถในการทำงานของหัวใจ ซึ่งทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวได้
  • การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของหัวใจวายได้
  • โรคอ้วน: ผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases)
  • จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ (Abnormal rhythm): จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วมาก สามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอลงและทำให้เกิดหัวใจล้มเหลว

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะหัวใจล้มเหลว

การทดสอบร่างกายสามารถแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติต่างๆ เช่น ขาบวมและภาวะหายใจลำบากจากปอดคั่งน้ำ (gasp for hydrocephalus expression in lung)

สำหรับการวินิจฉัยที่มากขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจเอกซเรย์อก ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติใดๆ ที่หัวใจและปอดหรือไม่ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (echocardiogram) (การตรวจที่ใช้คลื่นเสียงเพื่อดูกิจกรรมของหัวใจ) ยังแสดงให้เห็นถึงขนาดของหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจหรือความผิดปกติเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ

การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

คุณและแพทย์ที่ทำการรักษาอาจพิจารณาวิธีการรักษาต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมและการแพร่กระจายของโรค

การใช้ยา

มียาหลายชนิดที่สามารถใช้รักษาภาวะหัวใจล้มเหลว ดังนี้

  • ยากลุ่ม Angiotensin-converting enzyme inhibitors (ACE inhibitors) ขยายหลอดเลือดที่ตีบตันเพื่อทำให้กระแสเลือดดีขึ้น ยาขยายหลอดเลือด (Vasodilators) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหากคุณไม่สามารถทนทานการรักษาได้ด้วยยากลุ่ม ACE inhibitors
  • ยากลุ่ม Beta-blockers สามารถลดความดันโลหิตและชะลอจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วได้
  • ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) ลดของเหลวในร่างกาย ภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถทำให้ร่างกายกักเก็บของเหลวได้มากกว่าที่ควรจะเป็น

การผ่าตัด

หากการรักษาด้วยการใช้ยาไม่ได้ผล หัตถการที่ส่งผลต่อร่างกายมากขึ้นอาจเป็นสิ่งจำเป็น การผ่าตัดขยายเส้นเลือด (Angioplasty) ซึ่งเป็นหัตถการหนึ่งเพื่อขยายหลอดเลือดที่ตีบตัน เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา แพทย์ที่รักษาหัวใจยังอาจพิจารณาการผ่าตัดรักษาลิ้นหัวใจเพื่อช่วยให้ลิ้นหัวใจเปิดและปิดได้อย่างเหมาะสม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการภาวะหัวใจล้มเหลว

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ดังต่อไปนี้ อาจช่วยป้องกันไม่ให้โรคมีอาการแย่ลงได้

  • ตรวจร่างกายประจำปีซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติต่างๆ ได้ทันทีที่เกิดขึ้น
  • เลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะโรคหัวใจ (heart diseases)
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มุ่งรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของผลไม้และผัก ธัญพืชเต็มเมล็ด ผลิตภัณฑ์จากนมที่ปราศจากไขมันหรือไขมันต่ำ และโปรตีนที่ปราศจากไขมัน นอกจากนี้ คุณไม่ควรเติมเกลือมากเกินไปในอาหาร โซเดียมสามารถทำให้หัวใจของคุณทำงานหนักมากขึ้นและทำให้หายใจลำบากและมีอาการบวมที่ขา ข้อเท้า และเท้า
  • พิจารณาการเข้ารับวัคซีน หากคุณเป็นหัวใจล้มเหลว คุณอาจต้องการรับวัคซีนไขัหวัดใหญ่ (influenza) และปอดบวม (pneumonia) ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวัคซีนเหล่านี้
  • จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของเหลวต่างๆ แพทย์อาจแนะนำว่าคุณไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หากมีภาวะหัวใจล้มเหลวเนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถมีอันตรกิริยากับยาที่ใช้ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้
  • หากคุณมีภาวะหัวใจล้มเหลวที่รุนแรง แพทย์ที่ทำการรักษายังอาจแนะนำให้คุณจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุณดื่ม
  • ลดความเครียด เมื่อคุณรู้สึกกังวลหรือหงุดหงิด หัวใจของคุณเต้นเร็วขึ้น คุณหายใจแรงขึ้น และความดันโลหิตมักสูงขึ้น สามารถทำให้หัวใจล้มเหลวมีอาการแย่ลงเนื่องจากหัวใจมีปัญหาเกี่ยวกับการตอยสนองความต้องการของร่างกาย
  • หาหนทางเพื่อลดความเครียดในชีวิต เพื่อให้หัวใจได้พักผ่อน ให้ลองนอนงีบหรือยกเท้าขึ้นเมื่อสามารถทำได้ ใช้ใช้เวลากับเพื่อและครอบครัวเพื่อเข้าสังคมและช่วยควบคุมความเครียด
  • นอนหลับง่าย หากคุณมีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ให้นอนโดยยกศีรษะขึ้นโดยใช้หมอนหรือลิ่มยกขึ้น หากคุณกรนหรือได้มีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับอื่นๆ ให้มั่นใจว่าคุณเข้ารับการตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กุมภาพันธ์ 3, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 3, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย