นิยาม

ภาวะโซมาติกคืออะไร

ภาวะโซมาติก (Somatic symptom disorder หรือ SSD) เกี่ยวข้องกับการหมกมุ่นอย่างมากกับอาการทางร่างกาย อย่างเช่นความเจ็บปวดหรือความอ่อนล้า จนถึงจุดที่ทำให้เกิดความตึงเครียดทางอารมณ์อย่างหนัก รวมไปถึงเกิดปัญหาในการทำงาน โดยที่อาจมีภาวะสุขภาพอื่นที่เกี่ยวข้องกับอาการเหล่านี้หรือไม่ก็ได้

ความคิด ความรู้สึก หรือพฤติกรรมที่มีต่ออาการทางร่างกายมากจนเกินไป อาจนำไปสู่การไปหาหมอบ่อยครั้ง คุณมักจะคิดในทางที่แย่ที่สุดเกี่ยวกับอาการของตัวเอง และแสวงหาคำอธิบายเกี่ยวกับอาการอย่างไม่สิ้นสุด แม้แพทย์จะแจ้งว่าคุณไม่ได้เป็นโรคอะไรที่รุนแรงก็ตาม ความกังวลเรื่องสุขภาพอาจกลายเป็นความหมกมุ่นหลักในชีวิตของคุณ จนคุณพบว่าการทำสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องยาก และบางครั้งอาจนำไปสู่การกลายเป็นคนไร้ความสามารถ

หากคุณมีภาวะโซมาติก คุณอาจจะต้องเผชิญกับความทรมานทางอารมณ์และร่างกายที่สำคัญ การรักษาจะช่วยให้อาการเหล่านี้ทุเลาลง รวมถึงช่วยให้คุณจัดการและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้

ภาวะโซมาติกเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของภาวะโซมาติก

อาการทั่วไปของภาวะโซมาติกได้แก่

  • ความเจ็บปวด
  • ความเหนื่อยล้าหรือความอ่อนแรง
  • หายใจถี่

อาการอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง อาจจะมีอาการเพียงหนึ่งอาการหรือมากกว่านั้น และอาจจะเป็นๆ หายๆ หรืออาการเปลี่ยนแปลงไป อาการอาจเกิดขึ้นเนื่องจากโรคที่เป็นอยู่ หรือไม่มีสาเหตุแน่ชัดก็ได้

วิธีที่ผู้คนรู้สึกและประพฤติเพื่อตอบสนองต่อความรู้สึกทางกายเหล่านี้ เป็นอาการหลักของภาวะโซมาติก การตอบสนองเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือมากกว่านั้น โดยผู้ป่วยภาวะโซมาติกอาจจะ

  • รู้สึกวิตกเป็นอย่างมากเกี่ยวกับอาการ
  • รู้สึกกังวลว่าอาการที่ไม่รุนแรงจะเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรง
  • ไปหาหมอเพื่อตรวจรักษาหรือวินิจฉัยด้วยหลากหลายวิธีการ แต่ไม่เชื่อในผลการตรวจหรือการวินิจฉัยนั้น
  • รู้สึกว่าแพทย์ไม่ได้เห้นว่าอาการของตนรุนแรงอย่างที่ควรจะเป็น หรือไม่ได้รักษาโรคอย่างดีพอ
  • ใช้เวลาและพลังอย่างมากในการคิดเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ
  • มีปัญหาในการทำสิ่งต่างๆ เนื่องจากความคิด ความรู้สึก หรือพฤติกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอาการ

อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุถึงข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรไปโรงพยาบาล

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้นหรือมีคำถามอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์ว่า อะไรเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะโซมาติก

สาเหตุหลักของภาวะโซมาติกไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อการเกิดภาวะนี้

  • ปัจจัยทางพันธุกรรมและชีวภาพ เช่น ความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น
  • อิทธิพลของครอบครัว ซึ่งอาจเป็นเรื่องพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม หรือทั้งสองอย่าง
  • ลักษณะทางบุคลิกภาพในแง่ลบ ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการที่คุณบ่งชี้และมองความเจ็บป่วยและอาการทางร่างกาย
  • การรับรู้ที่ลดลง หรือปัญหาในการประมวลผลความรู้สึก ทำให้อาการทางกายกลายเป็นจุดสนใจหลัก แทนที่จะเป็นปัญหาด้านอารมณ์
  • พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น ความสนใจหรือข้อดีอื่นๆ ที่ได้จากการมีอาการเจ็บป่วย หรือพฤติกรรมอันเจ็บปวด ที่ตอบสนองต่ออาการ เช่น การหลีกเลี่ยงการทำสิ่งต่างๆ มากจนเกินไป จนอาจทำอะไรไม่ได้เลย

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงของภาวะโซมาติก

มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะโซมาติก เช่น

  • ความวิตกกังวลหรืออาการซึมเศร้า
  • มีโรคประจำตัว หรือเพิ่งหายป่วย
  • มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค เช่น มีประวัติการเจ็บป่วยโรคนี้ในครอบครัวที่ชัดเจน
  • เผชิญกับเหตุการณ์ในชีวิตที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด บาดแผลทางจิตใจ หรือความรุนแรง
  • เคยเผชิญกับบาดแผลทางจิตใจในอดีต เช่น การถูกล่วงเกินทางเพศในวัยเด็ก
  • มีระดับการศึกษา รวมถึงสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่ต่ำกว่าคนทั่วไป

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะโซมาติก

แพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะโซมาติก เมื่อผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้

  • มีอาการที่ทำให้กังวลอย่างรุนแรง จนกระทั่งกระทบต่อชีวิตประจำวัน
  • คิดตลอดเวลาว่าอาการของตัวเองรุนแรงแค่ไหน
  • กังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสุขภาพหรืออาการ
  • ใช้เวลาและพลังงานไปกับอาการและความกังวลที่มีต่อโรคมากเกินไป

ในการชี้ชัดว่าอาการเหล่านี้เป็นผลจากโรคทางกายหรือไม่ แพทย์จะตรวจอย่างละเอียด และมักจะต้องทำการทดสอบ

ภาวะโซมาติกอาจต่างจากโรคจิตเวชอื่นๆ ที่คล้ายกัน เนื่องจากมันอาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตามมาด้วยความคิดหรือวิตกกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับอาการของตัวเอง

ความผิดปกตินี้อาจถูกมองข้ามไปได้ในผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากบางอาการ อย่างเช่นความเหนื่อยล้าหรือเจ็บปวด ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัยชรา หรือเพราะความกังวลเกี่ยวกับอาการ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในผู้ป่วยสูงอายุ ที่มักจะมีหลายโรค และใช้ยาหลายชนิด

การรักษาภาวะโซมาติก

เป้าหมายของการรักษาคือการควบคุมอาการ และช่วยให้คุณทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้

การมีความสัมพันธ์ในเชิงเกื้อกูลกันกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ ถือเป็นเรื่องสำคัญในการรักษา

คุณควรมีผู้ให้บริการทางการแพทย์หลักเพียงคนเดียว ซึ่งจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการทดสอบและการวินิจฉัยที่ไม่จำเป็น

คุณควรพบแพทย์เป็นประจำเพื่อประเมินอาการ และดูว่าคุณรับมือกับอาการอย่างไร

คุณอาจจะพบกับจิตแพทย์ (นักบำบัด) ด้วยก็ได้ การพบนักบำบัดที่มีประสบการณ์ในการรักษาภาวะโซมาติกเป็นเรื่องสำคัญ การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioral therapy) เป็นการบำบัดด้วยการพูดคุยชนิดหนึ่ง ที่จะช่วยรักษาภาวะโซมาติก การพบนักบำบัดจะช่วยให้ลดความเจ็บป่วยและอาการอื่นๆ ของคุณ ระหว่างการรักษา คุณจะได้เรียนรู้ที่จะ

  • พิจารณาความรู้สึกและความเชื่อ เกี่ยวกับสุขภาพและอาการของคุณ
  • ค้นหาวิธีที่จะลดความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับอาการ
  • หยุดหมกมุ่นกับอาการทางกายให้มากเกินไป
  • จดจำว่าอะไรที่ดูเหมือนจะทำให้ความเจ็บป่วยหรืออาการอื่นแย่ลง
  • เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเจ็บปวดหรืออาการอื่นๆ
  • ตื่นตัวและเข้าสังคมอยู่เสมอ แม้ว่าคุณจะยังเจ็บปวดหรือมีอาการอื่น
  • ทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

นักบำบัดอาจรักษาอาการซึมเศร้าหรือความป่วยทางใจอื่นๆ ที่คุณอาจจะมี คุณอาจใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า เพื่อช่วยลดความเครียดหรือความซึมเศร้า

แพทย์ไม่ควรแจ้งคุณว่า อาการของคุณเป็นเรื่องที่ไม่จริง หรือทุกอย่างเกิดขึ้นแค่ในความคิดของคุณ แพทย์ควรหาวิธีที่จะจัดการกับอาการทางกายและใจพร้อมกันกับคุณ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองแบบไหนที่จะช่วยจัดการกับภาวะโซมาติก

มีไม่กี่วิธีที่เป็นที่รู้กันว่าช่วยป้องกันภาวะโซมาติก อย่างไรก็ตาม คำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยคุณได้

  • หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับความกังวลหรือซึมเศร้า ขอความช่วยเหลือจากแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เรียนรู้ที่จะรับรู้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณเครียด และความเครียดส่งผลต่อร่างกายของคุณอย่างไร รวมถึงฝึกการจัดการกับความเครียด และใช้เทคนิคเพื่อช่วยผ่อนคลายอย่างสม่ำเสมอ
  • หากคุณคิดว่าคุณมีภาวะโซมาติก เข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อช่วยไม่ให้อาการและคุณภาพชีวิตของตัวเองย่ำแย่ลง
  • ทำตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยป้องกันอาการกำเริบหรืออาการที่แย่ลง

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 19, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 19, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย