ภูมิแพ้ไก่

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

คำจำกัดความ

ภูมิแพ้ไก่ (Chicken allergy)

เนื้อไก่ที่มีไขมันต่ำและมีโปรตีนสูงเป็นสิ่งเพิ่มเติมสำหรับอาหารซึ่งมีประโยชน์หากคุณไม่แพ้เนื้อไก่ การแพ้เนื้อไก่ (Chicken allergies) ไม่พบได้ทั่วไปแต่สามารถทำให้เกิดอาการที่ไม่สบายหรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายในบางคนได้

ภูมิแพ้ไก่สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกวัย คุณอาจแพ้เนื้อไก่ในตอนเด็กและหายไปเมื่อโตขึ้น นอกจากนี้ คุณยังอาจแพ้ไก่ที่ยังมีชีวิตหรือแพ้เนื้อไก่หลังจากไม่มีอาการแพ้ได้เป็นเวลาหลายปี ผู้ป่วยบางรายที่เป็นภูมิแพ้ไก่มีอาการแพ้เนื้อไก่ดิบที่ยังไม่ได้ปรุงให้สุก

อาการ

อาการ

หากคุณแพ้เนื้อไก่ คุณอาจมีอาการทันทีเมื่อรับประทานเนื้อไก่หรือเป็นเวลาหลายชั่วโมงถัดมา อาการต่างๆ ได้แก่

  • คันตา ตาบวม น้ำตาไหล
  • น้ำมูกไหล คันจมูก
  • จาม
  • หายใจลำบาก
  • เสียงแหบ เจ็บคอ
  • ไอหรือหายใจมีเสียง
  • ผิวหนังระคายเคืองและแดง หรือมีผื่นขึ้นคล้าย ตุ่มน้ำ
  • คันผิวหนัง
  • ลมพิษ
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • เป็นตะคริวที่ท้อง
  • ท้องร่วง
  • อาการแพ้เฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis)

อาการต่างๆ สามารถมีได้ตั้งแต่อาการไม่สบายไปจนถึงอาการรุนแรง และอาจมีอาการแย่ลงหรือดีขึ้นเมื่อรับประทานเนื้อไก่ อาการควรหายไปทันทีที่ไม่สัมผัสเนื้อไก่แล้ว

คุณอาจเข้าใจผิดว่าการแพ้เนื้อไก่เป็นโรคหวัด เนื่องจากมีอาการบางประการ เช่น น้ำมูกไหลและเจ็บคอ เหมือนกัน นอกจากนี้ คุณยังอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินอาหารเนื่องจากร่างกายพยายามกำจัดสารก่อภูมิแพ้ออกจากระบบร่างกายของคุณ

อาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมากที่สุด คือ ภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงและเกิดขึ้นทั่วร่างกายที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาทันที อาการต่างๆ ของภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง ได้แก่

  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ความดันโลหิตลดลงกะทันหัน
  • ใจสั่น (Heart palpitations)
  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียง
  • ทางเดินหายใจที่คอมีอาการบวม
  • พูดช้าลง
  • ลิ้นบวม
  • ริมฝีปากบวม
  • มีรอยสีน้ำเงินโดยรอบริมฝีปาก ปลายนิ้วมือ หรือนิ้วเท้า
  • ไม่รู้สึกตัว

อาจมีอาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับอาการหนึ่ง โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีสัญญาณเตือนหรืออาการใดๆ ที่กล่าวถึงข้างต้นหรือหากคุณมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละคนมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน มักเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุ

เมื่อคุณมีอาการแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจำแนกสารก่อภูมิแพ้อย่างผิดพลาดว่าเป็นสารที่เป็นอันตราย เป็นการส่งสัญญาณให้ระบบภูมิคุ้มกันสังเคราะห์แอนติบอดีที่เรียกว่า immunoglobulin E การตอบสนองดังกล่าวนี้ทำให้เกิดอาการที่หลากหลายที่มีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรง

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยง

หากคุณเป็นหอบหืด (asthma) หรือผิวหนังอักเสบออกผื่น (eczema) คุณอาจมีโอกาสมากขึ้นที่จะแพ้อาหาร ซึ่งรวมถึงแพ้เนื้อไก่อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังอาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้เนื้อไก่หากมีอาการแพ้ดังต่อไปนี้

  • ไก่งวง
  • ห่าน
  • เป็ด
  • ไก่ฟ้า
  • นกกระทา
  • ปลา
  • กุ้ง

ผู้ป่วยบางรายที่แพ้เนื้อไก่ยังแพ่ไข้ไก่อีกด้วย เรียกว่ากลุ่มอาการไข่สัตว์ปีก (bird-egg syndrome)ผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการไข่สัตว์ปีกมีอาการแพ้สารที่พบในไข่แดงและแพ้เซรั่มแอลบูมินในเนื้อไก่ (chicken serum albumin) หากคุณมีกลุ่มอาการไข่สัตว์ปีก คุณยังอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นในการแพ้นกแก้วเล็ก

หากคุณแพ้ไก่ คุณยังอาจแพ้มูลไก่ ขนไก่ และละอองขนไก่อีกด้วย อาการแพ้ดังกล่าวนี้สามารถลุกลามไปจนถึงการแพ้ขนและมูลของสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เช่น ไก่งวง ได้โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์เสมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย

หากคุณสงสัยว่าคุณแพ้ไก่ แพทย์ เช่น แพทย์ที่รักษาภูมิแพ้ สามารถช่วยวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ คุณอาตรวจด้วยการแทงที่ผิวหนังหรือตรวจเลือดเพื่อดูว่าผลตรวจมีค่าบวกสำหรับสารก่อภูมิแพ้ที่ใช้ตรวจนี้หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ

การรักษา

หากคุณสงสัยว่าเป็นภูมิแพ้ ให้ปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้ (antihistamine) ที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปเพื่อรักษาอาการหรือการกินแบบจำกัดอาหาร (elimination diet) เพื่อวินิจฉัยว่าไก่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือไม่

หากคุณเคยมีอาการแพ้เฉียบพลันรุนแรง แพทย์ที่ทำการรักษาจะสั่งยา EpiPen ให้คุณพกพาติดตัวไว้ตลอดเวลา ยา EpiPen เป็นยาเอพิเนฟรีน (epinephrine) (Adrenalin) ในรูปแบบที่ใช้ฉีดเองได้ ยานี้สามารถช่วยชีวิตได้เมื่อมีการแพ้ฉุกเฉิน ยานี้ไม่ลดความจำเป็นในการติดตามอาการ ให้แจ้งแพทย์หากจำเป็นต้องใช้ยา EpiPen สำหรับอาการแพ้เฉียบพลันรุนแรง

หากอาการแพ้มีความรุนแรง แพทย์ที่ทำการรักษาสามารถดำเนินการร่วมกับคุณในการจัดการอาการแพ้อย่างปลอดภัย หากคุณมีอาการแพ้เฉียบพลันรุนแรง คุณควรเข้ารับการรักษาทันทีถึงแม้ว่าใช้ยา EpiPen

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐาน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานที่ช่วยจัดการอาการแพ้เนื้อไก่

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณจัดการอาการแพ้เนื้อไก่ได้

หากคุณแพ้เนื้อไก่ คุณจะต้องการหลีกเลี่ยงเนื้อไก่ในทุกสิ่งที่รับประทาน ให้ระมัดระวังอาหารที่มีน้ำซุปไก่ ตัวอย่างเช่น เนื้อไก่เป็นส่วนประกอบที่พบได้ทั่วไปในซุป นอกจากนี้ เนื้อไก่ยังเป็นที่นิยมเป็นอาหารทดแทนเนื้อแดง ดังนั้น อาจพบไก่บดได้เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ในแฮมเบอร์เกอร์ ให้มั่นใจว่าลูกชิ้น พริก และขนมปังเนื้อที่คุณรับประทานไม่มีส่วนประกอบเป็นเนื้อไก่ก่อนที่จะรับประทาน ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางประการที่จะหลีกเลี่ยงเนื้อไก่

  • ใช้เต้าหู้ทดแทนเนื้อไก่ในซุปต่างๆ และอาหารที่ปรุงด้วยการผัด
  • ใช้น้ำซุปผักแทนน้ำซุปไก่
  • ใช้เนื้อลูกวัวหรือผลิตภัณฑ์โปรตีนจากถั่วเหลืองแทนเนื้อไก่ในขนมพายหรือสตูว์
  • ลองใช้แหล่โปรตีนอื่นๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อหมู หรือถั่ว ให้ลองใช้เครื่องปรุงรสเดียวกับที่เคยใช้กับเนื้อไก่แต่ให้ปรับเปลี่ยนเวลาปรุงอาหารสำหรับแหล่งโปรตีนดังกล่าว

หากมีอาการแพ้ขนไก่ ผ้าคลุมเตียงหรือหมอนที่มีขนห่านอาจกระตุ้นอาการแพ้ทั้งที่บ้านและในระหว่างท่องเที่ยว หมอนที่ไม่ทำให้เกิดการแพ้ไม่มีขนสัตว์

ก่อนรับวัคซีนใดๆ นั้น ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับภูมิแพ้ วัคซีนบางชนิดอาจกระตุ้นอาการแพ้ เช่น วัคซีนไข้เหลือง (yellow fever vaccine) ซึ่งมีโปรตีนจากเนื้อไก่ หากคุณมีกลุ่มอาการไข่สัตว์ปีก (bird-egg syndrome) คุณอาจไม่สามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็น (live influenza vaccine) ซึ่งมีโปรตีนจากไข่เป็นส่วนประกอบหนึ่ง

คุณอาจต้องระวังให้มากขึ้นในครั้งถัดไปที่ไปยังสวนสัตว์หรือฟาร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแพ้ไก่ที่ยังมีชีวิตหรือนกน้ำ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 18, 2019 | Last Modified: กรกฎาคม 18, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน