โรคมะเร็งช่องคลอดคืออะไร

มะเร็งช่องคลอด เป็นโรคมะเร็งชนิดที่พบได้ยากในบริเวณช่องคลอด ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อรูปทรงท่อที่เชื่อมมดลูกกับอวัยวะเพศส่วนนอก โรคมะเร็งช่องคลอดเริ่มขึ้นเมื่อเซลล์ในช่องคลอดมีการเติบโตเกินการควบคุม โดยมักจะเริ่มจากคอมดลูกหรือมดลูก แล้วลามไปที่ช่องคลอด

โรคมะเร็งช่องคลอดพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคมะเร็งช่องคลอดนั้นพบได้ไม่บ่อย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อพบในระยะแรกๆ ส่วนใหญ่ก็จะรักษาได้ และเราสามารถจัดการกับมันได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆลง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการของโรคมะเร็งช่องคลอดเป็นอย่างไร

อาการที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งช่องคลอด คือมีเลือดออกผิดปกติที่ช่องคลอด ซึ่งได้แก่

  • เลือดไหลระหว่างการมีประจำเดือนปกติ หรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดไหลในวัยหมดประจำเดือน

อาการอื่นๆได้แก่

  • ช่องคลอดมีของเหลวที่มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดไหลออกมา
  • การเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • การเจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ
  • ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  • มีเลือดออกมาพร้อมปัสสาวะ
  • ปวดเชิงกราน
  • คัน หรือมีก้อนเนื้อในช่องคลอด

อาจมีอาการหรือสัญญาณของโรคอื่นๆที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ที่นี้ หากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรปรึกษาหมอ หากพบสัญญาณหรือมีอาการที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งช่องคลอด เช่น เลือดไหลผิดปกติที่ช่องคลอด เพราะโรคมะเร็งช่องคลอดไม่ได้มีสัญญาณหรืออาการเสมอในระยะแรกๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอในเรื่องการตรวจเชิงกราน

สาเหตุ

โดยปกติ มะเร็งจะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ในบางบริเวณของร่างกายแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนเร็วเกินไป จึงทำให้มีก้อนเนื้อเยื่อที่เรียกกันว่าเนื้องอก อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคมะเร็งช่องคลอดยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ปัจจัยบางอย่างก็สามารถเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งช่องคลอดได้ ซึ่งก็ได้แก่

  • อายุ จากงานวิจัยพบว่า 7 ใน 10 ของโรคมะเร็งช่องคลอดนั้น เกิดกับผู้หญิงวัย 60 ปีขึ้นไป ถึงแม้ว่าบางครั้งก็สามารถเกิดกับเด็กสาววัยรุ่นและผู้หญิงในช่วงวัย 20-30 ได้เหมือนกัน แต่พบได้ค่อนข้างน้อย
  • ไวรัสเอชพีวี เอชพีวีนั้นเป็นไวรัสที่พบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์โดยทั่วไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ภายในช่องคลอด หรือคอมดลูก เมื่อช่องคลอดนั้นได้รับเชื้อ แพทย์จะเรียกว่ามะเร็งระยะศูนย์ของช่องคลอด (Vaginal intra-epithelial neoplasia หรือ VAIN) หากคอมดลูกได้รับเชื้อ แพทย์จะเรียกมันว่ามะเร็งระยะศูนย์ของปากมดลูก  (vaginal intra-epithelial neoplasia หรือ VAIN)
  • รังสีบำบัดที่เชิงกราน ผู้หญิงที่ได้รับรังสีรักษาที่เชิงกรานนั้นอาจมีความเสี่ยงเพิ่มเล็กน้อยในการเป็นโรคมะเร็งช่องคลอด
  • ยาไดเอธิลสติลเบสตรอล (Diethylstilbestrol) การใช้ยาไดเอธิลสติลเบสตรอล ซึ่งเป็นยาป้องกันการแท้งลูกนั้น ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งช่องคลอดของผู้หญิง

อะไรคือปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งช่องคลอดมีหลายอย่างเช่น

  • อายุมากกว่า 60 ขึ้นไป
  • การสัมผัสกับยาไดเอธิลสติลเบสตรอลในระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา
  • การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี
  • การมีประวัติของเซลล์ผิดปกติในคอมดลูก หรือมะเร็งปากมดลูก
  • การมีประวัติของเซลล์ผิดปกติในมดลูก หรือมะเร็งที่มดลูก
  • การมีคู่นอนหลายคน
  • การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเด็ก
  • การสูบบุหรี่

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับขอมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอ

การวิเคราะห์โรคมะเร็งช่องคลอด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสอบถามเกี่ยวกับอาการ และความเจ็บป่วยอื่นๆ หรือปัญหาสุขภาพที่เคยประสบมา แพทย์อาจจัดให้มีการทดสอบดังนี้

  • การตรวจร่างกายและประวัติ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสอบถามเกี่ยวกับอาการของท่าน และความเจ็บป่วยอื่นๆ หรือปัญหาสุขภาพที่เคยประสบมา
  • การตรวจเชิงกราน: ในระหว่างการตรวจเชิงกราน แพทย์จะตรวจสอบอวัยวะเพศจากภายนอก แล้วสอดสองนิ้วด้วยมือข้างเดียวเข้าไปในช่องคลอด และใช้อีกมือหนึ่งกดตรงท้องน้อยของท่านเพื่อสัมผัสมดลูกและรังไข่ แพทย์จะทำการสอดเครื่องมือที่เรียกว่า “สเปกคูลัม” เข้าไปในช่องคลอดด้วย “สเปกคูลัม” จะทำการเปิดช่องคลอด เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบหาความผิดปกติในช่องคลอดและคอมดลูกได้สะดวก
  • การตรวจแป๊บสเมียร์: ระหว่างการตรวจปากมดลูก แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากบริเวณที่ดูไม่ปกติ เพื่อทำการตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษาโรคมะเร็งช่องคลอด

การรักษาโรคมะเร็งช่องคลอดขึ้นอยู่กับว่าเกิดขึ้นในส่วนใดของช่องคลอด ซึ่งการรักษาโรคมะเร็งช่องคลอดหลักๆ ก็คือ

  • รังสีบำบัด การฉายรังสีเพื่อเป็นการทำลายเซลล์มะเร็ง แต่เซลล์ธรรมดานั้นอาจถูกทำลายไปด้วย
  • การผ่าตัด เพื่อเอาเนื้องอกที่เป็นปัญหาออกไป
  • เคมีบำบัด มีการใช้ยาในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่ปกติจะใช้ร่วมกับรังสีบำบัด (เซลล์ธรรมดานั้นอาจถูกทำลายไปด้วย)

การรักษาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ทั้งในระยะสั้นและยาว ควรปรึกษากับผู้ดูแลการรักษาก่อนการรักษา

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองแบบใดช่วยรับมือกับโรคมะเร็งช่องคลอด

การใช้ชีวิตและการรักษาแบบพื้นบ้านที่อาจช่วยในการจัดการกับโรคมะเร็งช่องคลอดได้

  • เลือกทานอาหารที่มีดัชนีวัดค่าคาร์โบไฮเดรตต่ำ เช่น ผักที่ไม่มีแป้ง ผลไม้ พืชมีฝักต่างๆ และธัญพืช เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดเสถียร และระดับอินซูลินอยู่ในระดับสุขภาพดี
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีโปรตีนมากเกินไป
  • การมีชีวิตทางเพศที่ดี

หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 20, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย