มะเร็งมดลูก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุมดลูก บริเวณปากมดลูก และในมดลูก หรือที่พบได้น้อยกว่าก็คือมะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมดลูก มักเกิดในหญิงวัยหมดประจำเดือนเป็นส่วนใหญ่

คำจำกัดความ

มะเร็งมดลูกคืออะไร

มะเร็งมดลูก (Uterine cancer) เป็นมะเร็งประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุมดลูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อผิวภายในมดลูก ปากมดลูก และมดลูก มดลูกอยู่ระหว่างกระเพาะปัสสาวะและไส้ตรง ซึ่งประกอบด้วยปากมดลูกและมดลูก ปากมดลูกเชื่อมต่อกับช่องคลอดในขณะที่มดลูกเชื่อมต่อกับท่อนำไข่ นอกจากนี้ มะเร็งยังสามารถเกิดขึ้นได้จากชั้นเนื้อเยื่อของมดลูก เนื้องอกที่พบได้น้อยชนิดนี้เป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของมดลูก

พบได้บ่อยเพียงใด

ในปัจจุบันนี้ จำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกเพิ่มสูงขึ้น มะเร็งมดลูกเกิดขึ้นในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเผยว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนยังมีความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย

อาการ

อาการของมะเร็งมดลูก

คุณอาจมีอาการจำนวนมากหรือไม่มีอาการก็ได้ ในบางครั้ง อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากโรคต่างๆ คุณควรไปพบหมอเพื่อให้ทราบอาการที่แน่นอน อาการในระยะเริ่มแรก ได้แก่

  • มีเลือดออก โดยเฉพาะหลังจากมีเพศสัมพันธ์หรือหลังจากหมดประจำเดือน
  • ปวดท้องบ่อย
  • มีสารคัดหลั่งหรือเลือดออกจากการเย็บปิดช่องคลอด
  • มดลูกอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีขนาดใหญ่มากเพียงพอที่จะสัมผัสได้ที่เชิงกราน

อาการต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นต่อไปหลังจากมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งได้แก่ อาการปวดท้อง อาการเจ็บหน้าอก และน้ำหนักลด

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • มีความผิดปกติในสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรือกลิ่น ปริมาณ และสี
  • สำหรับความช่วยเหลือทางจิตใจ
  • มีอาการแทรกซ้อนในการรักษา มีสัญญาณของการติดเชื้อ (มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ) หรือมีอาการใหม่ที่หาสาเหตุไม่ได้

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของมะเร็งมดลูก

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่พบสาเหตุ นักวิทยาศาสตร์ทราบเพียงว่ามีการผ่าเหล่า (mutation) ภายในเซลล์พื้นผิวมดลูก การผ่าเหล่าของยีนเปลี่ยนเซลล์ปกติที่แข็งแรงให้เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ เซลล์ที่แข็งแรงเจริญเติบโตและแบ่งตัวด้วยความเร็วระดับหนึ่ง และในท้ายที่สุดเซลล์ดังกล่าวก็ตายตามเวลาที่กำหนดไว้ เซลล์ที่ผิดปกติเจริญเติบโตและแบ่งตัวนอกเหนือการควบคุม และไม่ตายลงในเวลาที่กำหนด การสะสมตัวของเซลล์ดังกล่าวก่อให้เกิดมะเร็ง เซลล์มะเร็งลุกลามโดยรอบเนื้อเยื่อต่างๆ และสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งมดลูก

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการสำหรับโรคนี้ เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงสมดุลฮอร์โมนของผู้หญิง รังไข่สังเคราะห์ฮอร์โมนหลักในผู้หญิงสองประเภท คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ความผันผวนของฮอร์โมนเหล่านี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (endothelium) ปัจจัยทางพยาธิวิทยาเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่เพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในร่างกาย ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่เนื้อเยื่อบุมดลูก (endometrial cancer) ได้ ตัวอย่างเช่น ความผิดปกติเกี่ยวกับรังไข่ในผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome) โรคอ้วน และเบาหวาน การดื่มเครื่องดื่มที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนแต่ไม่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนหลังการหมดประจำเดือน สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้
  • การมีประจำเดือนเป็นเวลาหลายปี การมีประจำเดือนครั้งแรกเร็วก่อนอายุ 12 ปี หรือการหมดประจำเดือนช้า เพิ่มความเสี่ยงที่เกิดจากช่วงเวลาที่มากขึ้นที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • ไม่เคยตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุ
  • โรคอ้วน: น้ำหนักร่างกายที่มากเกินไปจะเปลี่ยนแปลงสมดุลฮอร์โมนของร่างกาย
  • การรักษามะเร็งเต้านมด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัด
  • เคยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงแบบไม่มีติ่งเนื้อเนื่องจากพันธุกรรม (Hereditary Non-Polyposis Colorectal Cancer: HPNCC)

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยมะเร็งมดลูก

แพทย์จะวินิจฉัยโรคจากประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก ในการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อ แพทย์จะนำตัวอย่างเนื้อเยื่อจากมดลูก และตรวจเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ แพทย์สะสอบถามเกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อวินิจฉัยการเติบโตของมะเร็ง

มะเร็งปากมดลูกสามารถแพร่กระจายไปยังกระเพาะปัสสาวะ ไส้ตรง และอวัยวะอื่นๆ แพทย์ต้องทำการตรวจอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยระยะของมะเร็ง การตรวจดังกล่าว ได้แก่ การตรวจแปปสเมียร์ (Pap test) การตรวจ CT scan (computerized tomography) การตรวจ MRI (magnetic resonance) การตรวจอัลตราซาวนด์ (ultrasound) และการขูดมดลูก (uterine curettage)

การรักษามะเร็งมดลูก

การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็ง จากระยะของมะเร็ง แพทย์จะผ่าตัดนำก้อนเนื้อในมดลูก หรือรังไข่ และท่อนำไข่ทั้งหมด หากมะเร็งมีการแพร่กระจายออกไป แต่แพร่กระจายออกไปไม่มากเกินไป แพทย์สามารถนำเนื้อเยื่อโดยรอบบางส่วนหรือต่อมน้ำเหลืองออกเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสในการแพร่กระจายของมะเร็ง (cancer metastasis)

แล้วคุณควรเข้ารับรังสีรักษา การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด ยาคอร์ติโซน (cortisone) และเคมีบำบัด เพื่อกำจัดมะเร็งที่หลงเหลืออยู่ และป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งจะทำหน้าที่ในการรักษา

การรักษามะเร็งทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาและสารเคมีต่างๆ ในการทำเคมีบำบัด จากยาและสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ อาการข้างเคียงมีความหลากหลาย แพทย์อาจให้คุณเข้าร่วมกลุ่มผู้ป่วยร่วมกันและเข้ารับความช่วยเหลือทางจิตใจในช่วงเวลานี้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการมะเร็งมดลูก

เนื่องจากการรักษามะเร็งมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งอาการอ่อนเพลียที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ คุณควรระลึกไว้ว่า แม้ในช่วงเวลาการรักษา คุณยังคงสามารถมีชีวิตที่ปกติและทำกิจกรรมต่างๆ ได้

คุณควรปรึกษาญาติและเพื่อนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่เนื่องจากญาติและเพื่อนของคุณมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาการรักษา

มะเร็งมดลูกสามารถควบคุมได้หากคุณ

  • ไปปรึกษาศัลยแพทย์และแพทย์มะเร็งวิทยาที่มีประสบการณ์ในการรักษามะเร็ง
  • หมั่นไปพบหมอในระหว่างและหลังการรักษาเพื่อตรวจหาผลข้างเคียงและการเกิดมะเร็งซ้ำ
  • กลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติรวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ใน 4-8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
  • ทำความเข้าใจว่าหากคุณอยู่ในวัยหมดประจำเดือน คุณจะไม่มีประจำเดือนอีกหลังการผ่าตัด
  • อาจมีอาการร้อนวูบวาบ (hot flashes) หากมีการผ่าตัดนำรังไข่ออกในระหว่างการผ่าตัด

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กุมภาพันธ์ 6, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 6, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย