คำจำกัดความ

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักคืออะไร

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ หรือบริเวณส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ (ที่เรียกว่าไส้ตรง ใกล้กับทวารหนัก) ทำให้บางครั้งก็เรียกมะเร็งชนิดนี้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ (colon cancer) หรือมะเร็งทวารหนัก ขึ้นอยู่กับที่จุดเกิดโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งทวารหนักมักถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกัน เพราะทั้งสองโรคนี้มีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน

พบได้บ่อยแค่ไหน

อ้างอิงจากองค์กรอนามัยโลก มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเนื้อร้ายที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับสองทั้งในเพศชายและหญิง (รองจากเนื้องอกในปอด) ประมาณ 2% ของคนที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ในยุโรปตะวันออก มักจะลงเอยด้วยการเป็นมะเร็งชนิดนี้ 40% ของคนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมักมีอาการที่อยู่ในระดับรุนแรงแล้ว สำหรับผู้ป่วยประเภทนี้ การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคนี้เมื่ออายุน้อยกว่า โปรดปรึกษาหมอของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นอย่างไร

อาการที่พบเห็นได้ทั่วไปของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีดังนี้

  • เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
  • ท้องร่วง
  • ท้องผูก
  • อาการที่ยังรู้สึกว่ายังมีอุจจาระคั่งอยู่หลังจากที่ขับถ่ายเสร็จ
  • พบเลือดปนในอุจจาระ
  • อาการปวดที่ช่องท้อง
  • ท้องอืดท้องเฟ้อ
  • รู้สึกแน่นในท้อง (แม้จะไม่ได้ทานอะไรมาเป็นเวลานานก็ตาม)
  • อาเจียน
  • อาการอ่อนล้า (เหนื่อย)
  • น้ำหนักทรุดอย่างหาสาเหตุไม่ได้
  • หมอคลำพบก้อนเนื้อในช่องท้อง หรือบริเวณสันหลัง
  • การสูญเสียธาตุเหล็กอย่างอธิบายไม่ได้ในผู้ชาย และหลังจากหมดวัยทองในผู้หญิง

ส่วนใหญ่ของอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ไปถึงอาการอื่นๆ ที่เป็นไปได้เช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่เหมาะสม ใครก็ตามที่กำลังเผชิญอาการบางอย่างเหล่านี้เป็นเวลาสี่สัปดาห์ ควรไปปรึกษาแพทย์

อาจจะมีอาการบางประเภทที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ข้างบน ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

เมื่อไหร่ที่เราควรไปพบหมอ

ถ้าคุณมีสัญญาณหรืออาการอะไรก็ตามที่เหมือนอาการตามด้านบน หรือ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับหมอของคุณ ร่างกายของทุกคนแสดงออกแตกต่างกันไป มันจึงดีที่สุดเสมอในการปรึกษากับหมอของคุณ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

อะไรคือสาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า พวกเขาก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไมมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึงได้เกิดขึ้นในบางคน และไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หลายๆ ปัจจัยเสี่ยงได้รับการชี้ชัดมากขึ้นในช่วงเวลาหลายปีมานี้ โดยปัจจัยเสี่ยงก็คือบางสิ่งที่อาจเพิ่มโอกาสที่คนเราจะเกิดโรคหรืออาการนี้

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

มีปัจจัยเสี่ยงจำนวนมากสำหรับมะเร็งชนิดนี้

  • อายุมากขึ้น ยิ่งคุณอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงของคุณก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
  • อาหารการกินที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากสัตว์สูง
  • อาหารการกินที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัวสูง
  • อาหารการกินที่มีเส้นใยอาหารต่ำมาก
  • อาหารการกินที่มีแคลอรี่สูง
  • มื้ออาหารที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
  • ผู้หญิงที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งมดลูก
  • บุคคลในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • ผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • น้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน
  • การศึกษาค้นพบว่าการสูบบุหรี่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ กับความเสี่ยงและอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งทวารหนัก
  • การไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
  • การปรากฎขึ้นของติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง การละเลยการรักษาอาจทำให้ติ่งเนื้องอกกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
  • การเป็นโรคโครห์น (Crohn) หรือโรคลำไส้แปรปรวน ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ กรุณาปรึกษากับหมอของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม

การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักทำอย่างไร

การตรวจร่างกายสามารถตรวจจับติ่งเนื้องอกก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ เช่นเดียวกับการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรก ซึ่งโอกาสในการรักษานั้นยังมีอยู่มาก ต่อไปนี้เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยที่พบได้บ่อยสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ

การตรวจตัวอย่างอุจจาระของผู้ป่วยเพื่อหาการปะปนของเลือด การตรวจนี้สามารถทำได้ที่โดยแพทย์ทั่วไป หรือผู้ป่วยอาจใช้อุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างอุจจาระที่บ้าน แล้วนำไปส่งให้แพทย์เพื่อส่งต่อไปยังแล็บ

การตรวจเลือดในอุจจาระไม่ได้แม่นยำ 100 % มันอาจจะตรวจไม่พบมะเร็งใดๆ เนื่องจากไม่ใช่อุจจาระทุกก้อนจะต้องมีเลือดปน แม้แต่มะเร็งที่สามารถทำให้มีเลือดออกบ่อยๆ ก็ไม่ได้มีเลือดออกตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะได้ผลตรวจออกมาเป็นลบหรือไม่มีมะเร็ง แม้ว่าจะเป็นมะเร็งอยู่จริงๆ ก็ตาม แม้แต่จะสามารถตรวจจับเลือดได้ มันอาจจะเกิดมาจากสาเหตุอื่นหรืออาการอื่น เช่น ริดสีดวงทวาร หรืออาหารบางอย่างอาจทำให้ดูเหมือนมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ไม่มีเลือดออกในบริเวณนั้น

การตรวจดีเอ็นเอในอุจจาระ

การตรวจนี้จะวิเคราะห์ร่องรอยดีเอ็นเอหลายชนิด ที่มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนกลายเป็นมะเร็ง ได้ผลัดเซลล์ออกมาในอุจจราระ ผู้ป่วยอาจได้รับชุดปฐมพยาบาลพร้อมคำแนะนำในการเก็บตัวอย่างอุจจาระที่บ้าน จากนั้นเอาตัวอย่างกลับมาให้หมอ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังแล็บ

การตรวจนี้มีความแม่นยำมากกว่าในการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าการตรวจหาติ่งเนื้องอก อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถตรวจพบการกลายพันธ์ุของดีเอ็นเอ ซึ่งอาจจะบ่งชี้ได้ว่ามีเนื้องอกอยู่ได้ทั้งหมด

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

หมอจะใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidscope) ที่เรียวยาว มีหลอดไฟและยืดหยุ่นได้ เพื่อตรวจสอบลำไส้ส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนคดของผู้ป่วย (เป็นส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่ก่อนถึงลำไส้ส่วนปลาย)

การตรวจโดยทั่วไปใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีและจะไม่เจ็บ แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบาย อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยของการเกิดรูบนผนังลำไส้ หากหมอตรวจพบติ่งเนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ หมอจะใช้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) ต่อไป เพื่อวิเคราะห์ลำไส้ใหญ่ทั้งหมด และเอาติ่งเนื้องอกที่ปรากฏอยู่ออกมา หลังจากนั้นก็จะนำติ่งเนื้องอกมาตรวจสอบผ่านกล้องจุลทรรศน์

กล้องส่องลำไส้จะตรวจพบได้แค่ติ่งเนื้องอกหรือมะเร็งปรากฎแค่ตรงปลายส่วนที่สามของลำไส้ตรงและลำไส้ใหญ่ หากมีเนื้องอกหรือมะเร็งในส่วนไหนของกระเพาะอาหารก็ตาม กล้องจะไม่สามารถตรวจพบ

การเอ็กซเรย์สวนแป้งแบเรียม

แบเรี่ยม (Barium) เป็นแป้งย้อมที่จะใส่ไปในอุจจาระของผู้ป่วยด้วยการใช้ยาสวนทวารหนัก มันจะปรากฎให้เห็นบนฟิล์มเอ็กซเรย์ แป้งแบเรียมจะไปเคลือบผนังลำไส้ สร้างภาพของลำไส้ตรง ลำไส้ใหญ่ และส่วนเล็กของลำไส้เล็กในบางครั้ง ขั้นตอนนี้มักเอามาใช้ร่วมกับการส่องกล้องเพื่อตรวจจับติ่งเนื้องอกขนาดเล็กที่การเอ็กซ์เรย์สวนแป้งแบเรียมอาจพลาดไป หากการเอ็กซ์เรย์สวนแป้งแบเรียมตรวจจับอะไรก็ตามที่ผิดปกติ หมออาจจะแนะนำวิธีการส่องกล้องเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่

หมอจะใช้กล้องส่องมะเร็งลำไส้ใหญ่ (colonoscope) ซึ่งมีขนาดยาวกว่ากล้องส่องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidoscope) กล้อง colonoscope เป็นกล้องที่เรียวยาวและยืดหยุ่น ซึ่งมีท่อต่อกับกล้องวิดีโอและจอภาพ หมอจะสามารถเห็นลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงส่วนปลายได้ทั้งหมด ติ่งเนื้องอกใดๆ ก็ตามที่พบระหว่างการตรวจ จะถูกตัดออกมา บางครั้งก็จะเป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ การตัดเนื้อเยื่อเพื่อนำมาตรวจไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ

แม้ว่าการส่องแบบนี้จะไม่มีอาการเจ็บ ผู้ป่วยบางคนก็อาจได้รับยากล่อมประสาทระดับอ่อนๆ เพื่อให้รู้สึกสงบ ผู้ป่วยอาจได้รับยาระบายแบบน้ำจำนวนมาก เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ การตกเลือด และการเกิดรูบนผนังลำไส้ เป็นอาการแทรกซ้อนที่อาจเป็นไปได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้ยากมาก

คอมพิวเตอร์สแกนลำไส้ใหญ่ (การสแกนภาพแบบเหมือนจริง)

เครื่องสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ ถูกนำมาใช้ในการสร้างรูปภาพของลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องทำความสะอาดลำไส้ใหญ่เพื่อให้การตรวจนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากเจอสิ่งผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยจึงค่อยรับการส่องกล้องแบบปกติต่อไป การศึกษาพบว่าการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์อาจเป็นทางเลือกที่รุนแรงน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และอาจให้การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำกว่า

สแกนด้วยอัลตร้าซาวนด์

คลื่นเสียงจะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแสดงให้เห็นว่ามีการลุกลามของมะเร็งไปยังส่วนอื่นของร่างกายหรือไม่

การตรวจด้วยเครื่อง MRI

MRI (Magnetic resonance imaging) จะทำให้เห็นภาพแบบสามมิติของลำไส้ และอาจช่วยหมอในการวินิจฉัยโรค

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรักษาได้อย่างไรบ้าง

การรักษาของผู้ป่วย จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมไปถึงขนาดและตำแหน่ง ระยะของมะเร็ง โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกครั้ง และภาวะสุขภาพโดยรวม ณ ปัจจุบันของผู้ป่วย แพทย์เฉพาะทางที่ดีจะอธิบายทางเลือกการรักษาที่สามารถให้ได้แก่ผู้ป่วย นี่เป็นโอกาสสำหรับผู้ป่วยในการถามคำถาม และรับคำแนะนำในการเปลี่ยนไลฟืสไตล์ที่จะช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

ทางเลือกการรักษานั้นประกอบไปด้วย เคมีบำบัด รังสีบำบัด และการผ่าตัด

การผ่าตัด

เป็นวิธีที่พบได้บ่อยที่สุดในการรักษา เนื้อร้ายที่ติดเชื้อและต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงจะถูกผ่าออก ศัลยแพทย์จะผ่าต่อมน้ำเหลืองออก เพราะต่อมเหล่านั้นเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้มะเร็งจะลุกลามออกไป

ลำไส้มักจะถูกเย็บติดด้วยกันเหมือนเดิม ในบางกรณี ลำไส้ตรงส่วนปลายลำไส้ใญ่อาจต้องถูกตัดออกทั้งหมด จากนั้น จะมีการนำถุงลำไส้เข้าไปใส่เพื่อช่วยการระบายของเสีย ถุงลำไส้ใหญ่จะกักเก็บอุจจาระ และโดยทั่วไปจะใช้เพียงชั่วคราว บางครั้งมันอาจจะต้องอยู่แบบ ถ้าไม่สามารถที่จะปิดส่วนปลายลำไส้ได้

ถ้าหากมะเร็งนั้นถูกวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ การผ่าตัดอาจเป็นการรักษาอย่างเดียวที่จำเป็น ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แม้ว่าการผ่าตัดจะไม่ได้รักษาผู้ป่วย แต่มันจะช่วยบรรเทาอาการได้

เคมีบำบัด

เคมีบำบัด (chemotherapy) จะเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์ก่อมะเร็ง เป็นสิ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ มันอาจถูกนำมาใช้ก่อนการผ่าตัดเพื่อพยายามที่จะย่อขนาดเนื้องอกลง งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นรุนแรง ซึ่งได้รับเคมีบำบัด และผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถช่วยลดความเป็นไปได้ในการกลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้งและการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

รังสีบำบัด

รังสีบำบัด (radiotherapy) เป็นการใช้คลื่นรังสีพลังงานสูงในการทำลายเซลล์มะเร็ง และยังช่วยในการป้องกันเซลล์พวกนั้นไม่ให้แตกตัว การรักษาประเภทนี้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (retal cancer) ซึ่งมันอาจถูกนำมาใช้ก่อนการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของเนื้องอก หลังการผ่าตัด หมออาจจะสั่งให้มีทั้งการบำบัดทางเคมีและรังสี เพื่อช่วยในการลดความเสี่ยงของการกลับมาของโรคอีกครั้ง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองแบบไหนที่สามารถช่วยจัดการกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทหวารหนักได้

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองเหล่านี้อาจช่วยหลีกเลี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้

  • การตรวจร่างกายทั่วไป โดยเฉพาะหากคุณเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมาก่อน หากคุณมีอายุเกิน 60 หากมีบุคคลในครอบครัวที่เคยมีประวัติกับมะเร็งประเภทนี้ หากคุณเป็นโรคโครห์น (Crohn – กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง) ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวการตรวจควรเริ่มหลังจากมีอายุเกิน 50 ปี
  • โภชนาการ ให้แน่ใจว่ามื้ออาหารของคุณอุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรตคุณภาพสูง รักษาระดับการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อที่ผ่านกระบวนการให้น้อยที่สุด หรือหยุดการบริโภคเนื้อเหล่านั้นทั้งคู่ เปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันคุณภาพดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา และถั่ว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยได้ค้นพบว่าแม้คนทานมังสวิรัติจะมีความเสี่ยงโดยรวมน้อยกว่าในการเกิดโรคมะเร็ง แต่ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะมีมากกว่าคนที่กินเนื้อ
  • การออกกำลังกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายแบบหนักปานกลางเป็นประจำมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของคนเรา ในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • น้ำหนักตัว รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี การเข้าสู่สภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทหวารหนัก

หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์ของท่าน เพื่อเข้าใจวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับตัวท่านเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 19, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 19, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย