อาการคันผิวหนัง คือความรู้สึกไม่สบาย และระคายเคืองจนทำให้คุณอยากจะเกา หรือที่เรียกกันว่า อาการคัน (pruritus) มักเกิดจากผิวแห้ง พบมากในผู้สูงอายุ เพราะเมื่อคนเรายิ่งอายุมากขึ้น ผิวหนังก็จะเริ่มแห้งขึ้นตาม

คำจำกัดความ

อาการคันผิวหนัง (itchy skin) คืออะไร

อาการคันผิวหนัง (Itchy Skin) คือความรู้สึกไม่สบาย และระคายเคืองจนทำให้คุณอยากจะเกา หรือที่เรียกกันว่า อาการคัน (pruritus) อาการคันผิวหนังนั้นมักเกิดจากผิวแห้ง พบมากในผู้สูงอายุ เพราะเมื่อคนเรายิ่งอายุมากขึ้น ผิวหนังก็จะเริ่มแห้งขึ้นตาม

ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการคัน มันอาจจะดูเป็นปกติ หรือมีรอยปื้นแดง หรือผิวขรุขระ หรือมีตุ่ม หรือพุพองขึ้นมา การเกาซ้ำๆ อาจทำให้เป็นมากยิ่งขึ้น บริเวณผิวที่หนาอาจจะมีเลือดออกหรือติดเชื้อ

อาการคันที่ผิวหนังพบได้บ่อยแค่ไหน

อาการคันที่ผิวหนังนั้นพบได้บ่อยมาก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของอาการคันผิวหนัง

คุณอาจจะมีอาการคันที่ผิวหนังในบริเวณเล็กๆ เช่น แขนหรือขา หรืออาจจะคันไปทั่วทั้งร่าง อาการคันที่ผิวหนังอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงของผิวที่สังเกตเห็นได้เลย หรือมันอาจจะมีอาการร่วมกับ

  • รอยปื้นแดง
  • ตุ่ม จุด หรือแผลพุพอง
  • ผิวแห้งแตกลาย
  • ผิวมีลักษณะคล้ายแผ่นหนังหรือตกสะเก็ด

ในบางครั้งอาการคันอาจกินเวลานาน และมีความรุนแรง ยิ่งคุณถูหรือเกาบริเวณที่คันนั้น มันก็จะยิ่งคัน แล้วก็ทำให้คุณยิ่งเกาหนักขึ้นไปอีก การหยุดอาการคันแล้วเกาเช่นนี้อาจจะยาก แต่การที่คุณยังเกาต่อไปเรื่อยๆ นี้ก็สามารถทำให้ผิวของคุณบาดเจ็บหรือติดเชื้อได้

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

ไปพบคุณหมอหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง หากว่าคุณมีอาการคันต่อไปนี้

  • เป็นมานานมากกว่าสองสัปดาห์ และไม่มีอาการดีขึ้น หลังจากที่ลองรักษาด้วยตนเอง
  • มีอาการรุนแรง และทำให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลำบาก หรือทำให้คุณนอนไม่หลับ
  • มีอาการอย่างฉับพลัน และไม่สามารถอธิบายได้
  • มีอาการคันทั่วทั้งร่างกาย
  • มีสัญญาณและอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง น้ำหนักลด มีการเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินอาหาร หรือปัสสาวะบ่อย มีไข้ หรือมีรอยปื้นแดงที่ผิว

สาเหตุ

สาเหตุของอาการคันผิวหนัง

สาเหตุที่เป็นไปได้มีดังนี้

  • ผิวแห้ง หากคุณไม่เห็นส่วนที่เป็นจุดใสๆ ตุ่มแดง หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดในบริเวณที่คัน หมายความว่าอาจจะเป็นสาเหตุจากภาวะผิวแห้ง (xerosis) ซึ่งมักจะเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นหรือปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น ใช้เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องทำความร้อนมาเป็นเวลานาน และการอาบน้ำบ่อยจนเกินไป
  • โรคผิวหนังและผดผื่น โรคผิวหนังหลายๆ อย่างจะมีอาการคัน เช่น โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (eczema) ผิวหนังอักเสบ (Dermatitis) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคหิด (Scabies) เหา โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) และลมพิษ อาการคันมักจะเกิดในเฉพาะที่ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น รอยปื้นแดง อาการระคายเคืองที่ผิวหนัง หรือตุ่มและแผลพุพอง
  • โรคภายใน อาการคันที่ผิวหนังนั้นอาจจะเป็นอาการของโรคที่เป็นอยู่เดิมแล้ว มีทั้งโรคตับ โรคไตวาย โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โรคของต่อมไทรอยด์ และโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) และ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma) อาการคันนี้มักจะเกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ผิวหนังอาจจะดูเป็นปกติยกเว้นบริเวณที่เกาซ้ำๆ
  • ระบบประสาทผิดปกติ มีสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) โรคเบาหวาน (diabetes mellitus) เส้นประสาทถูกบีบรัด และโรคงูสวัด (herpes zoster) โรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการคันได้
  • ปฏิกิริยาการระคายเคืองและภูมิแพ้ ขนสัตว์ สารเคมี สบู่ และสารอื่นๆ สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง และทำให้คันได้ บางครั้งสารอย่างเช่น สารในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ ส่งผลให้เกิดอาการคัน
  • ปฏิกิริยาต่อยา เช่น ยาปฏิชีวนะสามารถทำให้เกิดอาการผื่นที่แพร่กระจายและอาการคัน
  • ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการคันที่ผิวหนังได้ โดยเฉพาะบริเวณท้องและต้นขา นอกจากนี้โรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ อาจจะมีอาการแย่ลงได้ในช่วงของการตั้งครรภ์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการคันผิวหนัง

ทุกคนสามารถเกิดอาการคันได้ แต่จะมีคนบางกลุ่มที่อาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดอาการคันมากกว่า เช่น

  • คนที่มีอาการแพ้อากาศ ไข้ละอองฟาง (hay fever) โรคหอบหืด (asthma) และโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (eczema)
  • คนที่เป็นเบาหวาน
  • คนที่มีเชื้อเอชไอวีและเอดส์ และคนที่เป็นโรคมะเร็งต่างๆ
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุ

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการคันผิวหนัง

การติดตามหาสาเหตุของอาการคันอาจจะต้องใช้เวลา และต้องมีการตรวจร่างกายและประวัติการระวังเป็นอย่างมาก หากคุณหมอสงสัยว่าอาการคันของคุณเกิดจากโรคที่เป็นอยู่เดิม คุณหมอก็อาจจะทำการตรวจดังนี้

  • การตรวจเลือด การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง (complete blood count) สามารถยืนยันได้ว่าอาการคันของคุณ มีสาเหตุมาจากโรคที่เป็นอยู่เดิมหรือไม่ เช่น การขาดธาตุเหล็ก
  • ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตับ และไต อาการของตับ ไต และต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) อาจทำให้เกิดอาการคันได้
  • เอ็กซเรย์หน้าอก สัญญาณของโรคที่เป็นอยู่เดิมนั้นอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการคันที่ผิวหนังได้ เช่น อาการต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น สามารถตรวจเจอได้ด้วยการเอ็กซเรย์

การรักษาอาการคันผิวหนัง

เมื่อหาสาเหตุได้แล้ว การรักษาอาการนั้นก็ประกอบไปด้วย

การใช้ยา

  • ใช้ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) หากผิวของคุณมีอาการคันและเป็นรอยปื้นแดง คุณหมออาจจะแนะนำให้ทายาแบบครีมนี้ลงบรบริเวณที่คัน และอาจจะแนะนำให้ปิดบริเวณนั้น ด้วยสำลีเปียกแช่น้ำ หรือน้ำยาอื่นๆ ความชื้นจากผ้าพันแผลที่เปียกจะช่วยให้ครีมซึมเข้าไปในผิวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยทำให้ผิวเย็นลง ลดอาการคัน
  • ยายับยั้งแคลซินูริน (Calcineurin Inhibitors) ยาบางชนิด เช่น ยาทาโครลิมัส (Tacrolimus) อย่างเช่นโปรโทรปิก (Protopic) และยาพิเมโครลิมัส (pimecrolimus) อย่างเช่นเอลิเดล(Elidel) สามารถใช้แทนครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะหากบริเวณที่คันนั้นไม่ใหญ่
  • กลุ่มยาต้านโรคซึมเศร้า (Serotonin reuptake inhibitors) บางชนิดอย่างเช่นยาฟลูโอเซทีน (fluoxetine) อย่างเช่นโพรแซ็ค (Prozac) และยาเซอร์ทราลีน (sertraline) อย่างเช่นโซลอฟต์ (Zoloft) อาจช่วยลดอาการคันผิวหนังหลายประเภทได้

การรักษาโรคที่เป็นอยู่เดิม

หากพบว่ามีโรคภายใน ไม่ว่าจะเป็นโรคไต ภาวะขาดธาตุเหล็ก หรือโรคของต่อมไทรอยด์ การรักษาโรคเหล่านี้มักจะช่วยบรรเทาอาการคัน และอาจจะมีการแนะนำวิธีการบรรเทาอาการคันอื่นๆ

การรักษาโรคผิวหนังด้วยแสง (phototherapy)

การรักษาโรคผิวหนังด้วยแสงนั้น ทำได้โดยการฉายคลื่นแสงอัลตราไวโอเลต ไปที่ผิวหนังบริเวณที่คัน มักจะต้องทำหลายครั้ง จนกว่าจะสามารถควบคุมอาการคันได้

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรักษาอาการคันผิวหนัง

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้ อาจจะช่วยรักษาอาการของคุณได้

  • ใช้ครีมทาผิวและโลชั่นที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น และป้องการการแห้ง
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้แดดเผาและทำร้ายผิวหนัง
  • ใช้สบู่อาบน้ำที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
  • อาบด้วยน้ำอุ่นไม่ใช่น้ำร้อน
  • หลีกเลี่ยงผ้าบางชนิด เช่น ขนสัตว์และผ้าใยสังเคราะห์ ที่สามารถทำให้เกิดอาการคันได้ ให้เปลี่ยนไปใช้เสื้อผ้าและเครื่องนอนที่ทำจากผ้าฝ้าย
  • เนื่องจากอาการอบอุ่นและแห้ง สามารถทำให้ผิวแห้งได้ การใช้เครื่องทำความชื้นในอาคารสามารถช่วยได้
  • เพื่อบรรเทาอาการคัน ควรประคบบริเวณที่คันด้วยผ้าเย็นหรือน้ำแข็งแทนการเกา

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 24, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย