เซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ เป็นภาวะที่เซลล์บริเวณปากมดลูกมีความปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติบางประการ  เป็นภาวะก่อนเกิดมะเร็ง เซลล์ที่ผิดปกติไม่ใช่เซลล์มะเร็งแต่สามารถกลายเป็นมะเร็งได้

คำจำกัดความ

เเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ

เซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ (Cervical dysplasia) เป็นภาวะที่เซลล์บริเวณปากมดลูก มีความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติบางประการ ปากมดลูกอยู่ตรงส่วนล่างของมดลูกที่นำไปสู่ช่องคลอด โดยจะมีการขยายตัวระหว่างการคลอด เพื่อให้ทารกออกมาได้

เซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติเป็นภาวะก่อนเกิดมะเร็ง เซลล์ที่ผิดปกติไม่ใช่เซลล์มะเร็ง แต่สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ หากตรวจไม่พบแต่เนิ่นๆ หรือไม่ได้รับการรักษา โดยมีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชพีวี (human papillomavirus: HPV) ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่พบได้มากที่สุดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 30 ปี

เซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติพบบ่อยเพียงใด

ตามข้อมูลจาก Sidney Kimmel Comprehensive Cancer Center มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา ในแต่ละปี พบว่าผู้หญิงชาวอเมริกันจำนวนประมาณ 250,000 ถึง 1 ล้านคน มีภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ โดยมักพบได้มากที่สุดในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25 และ 35 ปี โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ

โดยปกติแล้ว ภาวะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติไม่แสดงอาการใดๆ ดังนั้น การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ

ในผู้หญิงที่มีภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ เกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี ซึ่งพบได้ทั่วไปในผู้หญิงและผู้ชาย แต่พบได้มากที่สุดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มีกิจกรรมทางเพศ

ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว ระบบภูมิคุ้มกันสามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้ตามธรรมชาติ และไม่เกิดการติดเชื้อ แต่ในผู้หญิงบางราย อาจมีการติดเชื้อต่อเนื่องจนทำให้เซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เชื้อเอชพีวีมักติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทั้งยังสามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสทางผิวหนังกับผู้ที่ติดเชื้ออีกด้วย ทันทีที่ได้รับเชื้อ ไวรัสสามารถแพร่กระจายจากอวัยวะหนึ่งไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมถึงปากมดลูกด้วย

ในผู้หญิงที่มีการติดเชื้อเอชพีวีเรื้อรัง และสูบบุหรี่ด้วย จะมีโอกาสมากขึ้นสองเท่า ในการเกิดเซลล์ปากมดลูกผิดปกติขั้นรุนแรง หากเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าปกติ

การติดเชื้อเอชพีวีเรื้อรัง และภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงอีกด้วย เช่น การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive drugs) สำหรับโรคบางชนิดหรือหลังจากการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือการติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเอดส์

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยงเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการสำหรับการเกิดภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ เช่น

  • การมีความเจ็บป่วยที่กดภูมิคุ้มกัน
  • การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • การมีคู่นอนหลายคน
  • การคลอดบุตรก่อนอายุ 16 ปี
  • การมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปี
  • การสูบบุหรี่

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยเซลล์ปากมดลุกเจริญผิดปกติ

หากแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยมีภาวะนี้ จะมีการตรวจร่างกายและยังอาจมีการแนะนำการทดสอบบางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจแปปสเมียร์ แม้ว่าการตรวจแปปสเมียร์เพียงอย่างเดียว จะสามารถระบุความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกผิดปกติในระดับไม่รุนแรง ปานกลาง และรุนแรง แต่มักจำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อกำหนดการติดตามอาการและการรักษาที่เหมาะสม ได้แก่

  • การตรวจแปปสเมียร์ซ้ำ
  • การส่องกล้องตรวจปากมดลูก การส่องกล้องขยายตรวจปากมดลูกเพื่อหาเซลล์ผิดปกติ และตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อได้
  • การขูดภายในปากมดลูก เป็นการตรวจหาเซลล์ผิดปกติในปากมดลูก
  • วิธีการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อรูปกรวยหรือการผ่าตัดด้วยห่วงไฟฟ้า เพื่อตรวจหามะเร็งที่แพร่กระจาย โดยแพทย์จะตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกมาด้วยห่วงไฟฟ้าขนาดเล็กและมีแรงดันต่ำ และนำชิ้นเนื้อเยื่อรูปกรวยออกมาตรวจในห้องปฏิบัติการ
  • การทดสอบดีเอ็นเอไวรัสเอชพีวี เป็นการทดสอบเพื่อระบุสายพันธุ์ไวรัสเอชพีวีที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้

การรักษา เวลล์มาปกมดลูกเจริญผิดปกติ

การรักษาภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติจะดำเนินการตามความรุนแรงของอาการ ซึ่งปกติเชื้ออาจหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา แต่อาจต้องมีการตรวจแปปสเมียร์ซ้ำทุกสามถึงหกเดือน สำหรับในบางกรณีที่มีอาการรุนแรงจะมีแนวทางการรักษา ดังนี้

  • การผ่าตัดด้วยความเย็น ซึ่งทำให้เซลล์ที่ผิดปกติแข็งตัว
  • การรักษาด้วยเลเซอร์
  • การผ่าตัดด้วยห่วงไฟฟ้า ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อนำเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกไป
  • การตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อรูปกรวยจากบริเวณที่มีเนื้อเยื่อผิดปกติ

เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ หากมีการตรวจแปปสเมียร์อย่างสม่ำเสมอ การรักษามักทำให้เซลล์ปากมดลูกผิดปกติหายขาดแต่ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เซลล์ปากมดลูกผิดปกติอาจมีอาการแย่ลง ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับภาวะเซลล์ปากมดลูกเจริญผิดปกติ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ อาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะเซลล์ปากมดลูกผิดปกติได้

  • มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยโดยใช้ถุงยางอนามัย

การใช้ถุงยางอนามัยสามารถลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเอชพีวี แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีได้ทั้งหมด

  • ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 9 ถึง 26 ปี ควรเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปี
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 30, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 30, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย