เนื้องอกตับ เป็นก้อนเนื้อในตับที่ไม่ใช่มะเร็ง และไม่เป็นอันตราย เนื้องอกตับเกิดจากความซับซ้อนของเส้นเลือดในตับ ไม่ค่อยมีอาการที่ชัดเจน และไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

คำจำกัดความ

เนื้องอกในตับคืออะไร

เนื้องอกตับชนิดฮีแมงจิโอมา (liver hemangioma) เป็นก้อนเนื้อในตับที่ไม่ใช่มะเร็ง และไม่เป็นอันตราย เนื้องอกที่ตับเกิดจากความซับซ้อนของเส้นเลือดในตับ คำเรียกอื่นๆ สำหรับเนื้องอกที่ตับ ได้แก่ hepatic hemangioma และ cavernous hemangioma ผู้ป่วยเนื้องอกที่ตับส่วนใหญ่ตรวจพบระหว่างการตรวร่างกายหรือการรักษาโรคอื่นๆ ผู้ป่วยเนื้องอกที่ตับไม่ค่อยมีสัญญาณบ่งชี้หรืออาการที่ชัดเจน และไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

การพบเนื้องอกในตับอาจก่อให้เกิดความกังวลใจ แม้ว่าจะไม่ใช่ก้อนเนื้อร้าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเนื้องอกในตับที่ไม่ได้รับการรักษาสามารถก่อให้เกิดมะเร็งตับได้

เนื้องอกที่ตับพบบ่อยเพียงใด

เนื้องอกที่ตับเป็นเนื้องอกในบริเวณตับที่ไม่เป็นอันตรายที่พบได้มากที่สุด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของเนื้องอกตับ

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เนื้องอกตับไม่มีสัญญาณบ่งชี้หรืออาการใดแต่อาจมีสัญญาณบ่งชี้และอาการบางอย่างที่สัมพันธ์กับการเกิดเนื้องอกที่ตับ ได้แก่

  • มีอาการปวดที่ช่องท้องด้านขวาบน
  • รู้สึกอิ่มแม้รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

อย่างไรก็ดี อาการเหล่านี้ไม่ชัดเจนและอาจเกิดจากโรคอื่นๆ อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปหาแพทย์เมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของเนื้องอกตับ

แพทย์ไม่ทราบแน่ชัดถึงเหตุผลที่เส้นเลือดเกาะตัวกันและทำให้เกิดเนื้องอกที่ตับ อย่างไรก็ดี แพทย์เชื่อว่าน่าจะเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม ซึ่งหมายความว่ามีแนวโน้มถ่ายทอดกันภายในครอบครัว และเนื้องอกที่ตับบางชนิดอาจเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเนื้องอกตับ

ปัจจัยความเสี่ยงสำหรับเนื้องอกที่ตับมีหลายประการ เช่น

  • อายุ เนื้องอกที่ตับสามารถตรวจพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่มักตรวจพบได้มากที่สุดในผู้ที่อายุ 30 ถึง 50 ปี
  • เพศ ผู้หญิงมีโอกาสมากกว่าที่จะตรวจพบเนื้องอกที่ตับได้มากกว่าผู้ชาย
  • ผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์มีโอกาสมากกว่าที่จะตรวจพบเนื้องอกที่ตับ มากกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยตั้งครรภ์ เชื่อกันว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ อาจมีบทบาทต่อการเติบโตของเนื้องอกที่ตับ
  • การเสริมฮอร์โมน ผู้หญิงที่ใช้การเสริมฮอร์โมนสำหรับอาการในวัยหมดประจำเดือนอาจมีโอกาสมากกว่าที่จะตรวจพบเนื้องอกที่ตับได้มากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้การเสริมฮอร์โมน

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยเนื้องอกตับ

การทดสอบและขั้นตอนที่ใช้วินิจฉัยเนื้องอกที่ตับ ได้แก่

  • อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound)
  • การตรวจด้วยซีทีสแกน
  • การตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอ

อาจมีการทดสอบและขั้นตอนอื่นๆ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ

การรักษาเนื้องอกตับ

เนื้องอกที่ตับส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษาแต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังเท่านั้น อย่างไรก็ดี อาจจำเป็นต้องผ่าตัดออกหากมีขนาดใหญ่และทำให้เกิดอาการต่างๆ หรือก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือความเสียหายต่อส่วนใดส่วนหนึ่งของตับ โดยแพทย์อาจตัดสินใจผ่าตัดนำส่วนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดออก

เนื้องอกที่ตับสามารถเติบโตได้หากมีกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงมากพอ ในกรณีนี้ แพทย์อาจผูกหลอดเลือดหลักที่ลำเลียงเลือดไปยังเนื้องอก
ที่ตับให้เป็นปม ในขณะที่บริเวณโดยรอบตับจะได้รับเลือดจากหลอดเลือดอื่นๆ และยังคงมีสุขภาพดี การผ่าตัดแบบนี้เรียกว่าการผ่าตัดผูกเส้นเลือดแดงเฮพาติค (hepatic artery ligation)

ในกรณีอื่นๆ แพทย์อาจตัดสินใจฉีดยาเข้าไปในเนื้องอกที่ตับเพื่อขัดขวางกระแสเลือด ซึ่งทำให้เนื้องอกที่ตับหายไปในที่สุด เรียกว่า การอุดเส้นเลือด (arterial embolization)

ในสถานการณ์ที่พบได้น้อยมาก อาจจำเป็นต้องมีการปลูกถ่ายตับ ตับที่เสียหายจะได้รับการแทนที่ด้วยตับของผู้บริจาค แต่เฉพาะในกรณีที่เนื้องอกที่ตับมีขนาดใหญ่มากหรือมีการเพิ่มจำนวน และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นเท่านั้น หรือในบางกรณี อาจจำเป็นต้องมีการฉายรังสีเพื่อลดขนาดเนื้องอกลงอย่างไรก็ดี รูปแบบการรักษานี้พบได้น้อยมาก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับเนื้องอกที่ตับ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณจัดการเนื้องอกที่ตับได้

  • เนื้องอกที่ตับมักไม่ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนในอนาคต แต่อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติหากมีขนาดเพิ่มขึ้น ควรหมั่นเอาใจใส่อาการใดๆ ที่อาจสัมพันธ์กับการเพิ่มขนาดของเนื้องอกที่ตับ เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาการปวดเรื้อรังช่องท้องด้านขวาบน
  • ควรการดูแลรักษาสุขภาพตับ โดยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี ควบคุมน้ำหนักร่างกายให้เหมาะสม และเลิกสูบบุหรี่
  • การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอื่นๆ ได้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 24, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย