เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดวงตา เนื่องจากความเสียหายต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 หรือเส้นประสาทแอ็บดูเซนส์ (Abducens) ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ การส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อแลทเทอรัล เลกตัส (lateral rectus muscle)

คำจำกัดความ

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตคืออะไร

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต (sixth nerve palsy) เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดวงตา เนื่องจากความเสียหายต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 หรือเส้นประสาทแอ็บดูเซนส์ (Abducens) ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ การส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อแลทเทอรัล เลกตัส (lateral rectus muscle)

กล้ามเนื้อเล็กๆ นี้อยู่ด้านนอกของดวงตา และมีหน้าที่กลอกตาให้ห่างจากจมูก เมื่อกล้ามเนื้อแลทเทอรัล เลกตัสอ่อนแรงลง ดวงตาจึงเหล่เข้ามาใกล้จมูก

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตพบได้บ่อยแค่ไหน

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ได้แก่

  • เห็นภาพซ้อน (โดยเฉพาะเมื่อมองไปด้านเดียว)
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดรอบดวงตา

อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบหมอ

หากคุณมีอาการหรือสัญญาณข้างต้น รวมถึงมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โรคนี้อาจมีมาแต่กำเนิด และส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยแรกเกิด บางครั้งเป็นเพราะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ได้รับความกระทบกระเทือนระหว่างคลอด แต่บางครั้งก็ไม่สามารถระบุสาเหตุได้

สถานการณ์และโรคที่ต่างกันอาจทำให้เกิดโรคนี้ เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระโหลกแตกที่ทำให้เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ได้รับความกระทบกระเทือน โรคนี้อาจเกิดขึ้นจากการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ด้วย

โรคอื่นที่ทำให้เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เสียหายหรือบาดเจ็บรวมถึง

  • เส้นเลือดในสมองแตก
  • การติดเชื้อ
  • โรคไลม์ (Lyme disease)
  • เนื้องอกในสมอง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรคเส้นประสาทถูกทำลายจากโรคเบาหวาน (Diabetic neuropathy)
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis)
  • โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง

สาเหตุทั่วไปของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตในเด็ก คือบาดแผล เช่น จากอุบัติเหตุที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน ส่วนสาเหตุทั่วไปในผู้ใหญ่คือเส้นเลือดในสมองแตก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

ใครก็อาจป่วยเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตได้ ไม่มีคนกลุ่มวัยใดที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่า

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

  • การตรวจทางระบบประสาท
  • การส่องตรวจในตา
  • ใช้ซีทีสแกน หรือเอ็มอาร์ไอ
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (บางครั้ง)
  • การตรวจเลือด (บางครั้ง)

ปกติแล้วแพทย์จะวินิจฉัยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตได้โดยง่าย โดยขึ้นอยู่กับผลของการตรวจดวงตา อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคกลับไม่เป็นที่แน่ชัด

แพทย์จะใช้ออพธัลโมสโคป (ophthalmoscope) เพื่อมองเข้าไปในดวงตา และตรวจหาหลักฐานการเพิ่มขึ้นของความดันในกระโหลกศีรษะและความผิดปกติของเส้นเลือด การตรวจสมองด้วยซีทีสแกนหรือที่ดีกว่าคือเอ็มอาร์ไอเป็นไปเพื่อกำจัดเนื้องอกหรือสิ่งผิดปกติอื่นที่อาจเพิ่มความดันในกระโหลกศีรษะ หากผลการตรวจเป็นปกติ อาจจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลัง (lumbar puncture) เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือเลือดออกหรือไม่

หากอาการใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อหลอดเลือดอักเสบ แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อ เช่น แอนติบอดีผิดปกติบางประเภท อย่างแอนติบอดีที่ทำลายเซลล์นิวเคลียสตัวเอง (antinuclear antibody) หรือภูมิต้านทานที่พบในโรครูมาตอยด์ (rheumatoid factor) รวมถึงความผิดปกติของอัตราตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง ผิดปกติ (อัตราตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง คือการวัดความไวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่จะตกลงสู่ด้านล่างของหลอดทดลองที่มีเลือดอยู่) หลังจากการตรวจทั้งหมดเสร็จสิ้น อาจยังไม่ทราบสาเหตุของโรคก็ได้

การรักษาเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

ในบางกรณี การรักษาอาจไม่จำเป็น และเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตอาจดีขึ้นในท้ายที่สุด เช่น เมื่อโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่จำเป็นต้องอาศัยเวลากว่าจะหายเป็นปกติ ในกรณีอื่น โรคจะดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาที่ต้นเหตุที่แฝงอยู่

การรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ แพทย์อาจจ่ายยาปฏิชีวนะ หากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

คอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ออกฤทธิ์แรง สามารถใช้รักษาเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ที่เกิดจากการอักเสบได้

หากคุณมีเนื้องอกในสมอง อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตอาจไม่ดีขึ้น จนกว่าคุณจะผ่าตัด รักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือวิธีอื่นเพื่อนำเอาเนื้องอกออกหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง

คุณอาจไม่หายจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ที่เกิดจากบาดแผล แพทย์อาจเฝ้าสังเกตอาการกว่า 6 เดือน หากคุณมองเห็นภาพซ้อน หรืออาการตาเหล่ไม่ได้ดีขึ้น หรือแย่ลง ทางเลือกคือสวมผ้าปิดตาที่ตาบาดเจ็บในระยะยาว เพื่อบรรเทาอาการเห็นภาพซ้อน แพทย์อาจแนะนำแว่นปริซึมที่ทำให้เห็นภาพทางไกลเพียงภาพเดียว และปรับระดับสายตา วิธีการรักษาบางประเภทอาจได้ผลดีเช่นกัน ได้แก่ การฉีดโบทูลิเนี่ยม ท็อกซิน (Botulinum toxin injections) หรือโบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อตาด้านหนึ่งขยับไม่ได้ เพื่อปรับระดับสายตาให้ดีขึ้น การผ่าตัดดวงตาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากประสบความสำเร็จ การผ่าตัดจะช่วยไม่ให้ตาที่เป็นโรคเหล่เข้ามาใกล้จมูก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่จะช่วยให้รับมือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

นิยาม

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตคืออะไร

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต (sixth nerve palsy) เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดวงตา เนื่องจากความเสียหายต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 หรือเส้นประสาทแอ็บดูเซนส์ (Abducens) ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ การส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อแลทเทอรัล เลกตัส (lateral rectus muscle)

กล้ามเนื้อเล็กๆ นี้อยู่ด้านนอกของดวงตา และมีหน้าที่กลอกตาให้ห่างจากจมูก เมื่อกล้ามเนื้อแลทเทอรัล เลกตัสอ่อนแรงลง ดวงตาจึงเหล่เข้ามาใกล้จมูก

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตพบได้บ่อยแค่ไหน

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ได้แก่

  • เห็นภาพซ้อน (โดยเฉพาะเมื่อมองไปด้านเดียว) 
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดรอบดวงตา

อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบหมอ

หากคุณมีอาการหรือสัญญาณข้างต้น รวมถึงมีคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โรคนี้อาจมีมาแต่กำเนิด และส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยแรกเกิด บางครั้งเป็นเพราะเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ได้รับความกระทบกระเทือนระหว่างคลอด แต่บางครั้งก็ไม่สามารถระบุสาเหตุได้

สถานการณ์และโรคที่ต่างกันอาจทำให้เกิดโรคนี้ เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระโหลกแตกที่ทำให้เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ได้รับความกระทบกระเทือน โรคนี้อาจเกิดขึ้นจากการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 ด้วย

โรคอื่นที่ทำให้เส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เสียหายหรือบาดเจ็บรวมถึง

  • เส้นเลือดในสมองแตก
  • การติดเชื้อ
  • โรคไลม์ (Lyme disease)
  • เนื้องอกในสมอง
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรคเส้นประสาทถูกทำลายจากโรคเบาหวาน (Diabetic neuropathy)
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis)
  • โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง

สาเหตุทั่วไปของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตในเด็ก คือบาดแผล เช่น จากอุบัติเหตุที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน ส่วนสาเหตุทั่วไปในผู้ใหญ่คือเส้นเลือดในสมองแตก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

ใครก็อาจป่วยเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตได้ ไม่มีคนกลุ่มวัยใดที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่า

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

  • การตรวจทางระบบประสาท
  • การส่องตรวจในตา
  • ใช้ซีทีสแกน หรือเอ็มอาร์ไอ
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (บางครั้ง)
  • การตรวจเลือด (บางครั้ง)

ปกติแล้วแพทย์จะวินิจฉัยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตได้โดยง่าย โดยขึ้นอยู่กับผลของการตรวจดวงตา อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคกลับไม่เป็นที่แน่ชัด

แพทย์จะใช้ออพธัลโมสโคป (ophthalmoscope ดูเพิ่มเติม: อะไรคือออพธัลโมสโคป) เพื่อมองเข้าไปในดวงตา และตรวจหาหลักฐานการเพิ่มขึ้นของความดันในกระโหลกศีรษะและความผิดปกติของเส้นเลือด การตรวจสมองด้วยซีทีสแกนหรือที่ดีกว่าคือเอ็มอาร์ไอเป็นไปเพื่อกำจัดเนื้องอกหรือสิ่งผิดปกติอื่นที่อาจเพิ่มความดันในกระโหลกศีรษะ หากผลการตรวจเป็นปกติ อาจจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลัง (lumbar puncture) เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือเลือดออกหรือไม่

หากอาการใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อหลอดเลือดอักเสบ แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อ เช่น แอนติบอดีผิดปกติบางประเภท อย่างแอนติบอดีที่ทำลายเซลล์นิวเคลียสตัวเอง (antinuclear antibody) หรือภูมิต้านทานที่พบในโรครูมาตอยด์ (rheumatoid factor) รวมถึงความผิดปกติของอัตราตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง ผิดปกติ (อัตราตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง คือการวัดความไวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ที่จะตกลงสู่ด้านล่างของหลอดทดลองที่มีเลือดอยู่) หลังจากการตรวจทั้งหมดเสร็จสิ้น อาจยังไม่ทราบสาเหตุของโรคก็ได้

การรักษาเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

ในบางกรณี การรักษาอาจไม่จำเป็น และเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตอาจดีขึ้นในท้ายที่สุด เช่น เมื่อโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่จำเป็นต้องอาศัยเวลากว่าจะหายเป็นปกติ ในกรณีอื่น โรคจะดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาที่ต้นเหตุที่แฝงอยู่

การรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ แพทย์อาจจ่ายยาปฏิชีวนะ หากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

คอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ออกฤทธิ์แรง สามารถใช้รักษาเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ที่เกิดจากการอักเสบได้

หากคุณมีเนื้องอกในสมอง อาการของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาตอาจไม่ดีขึ้น จนกว่าคุณจะผ่าตัด รักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือวิธีอื่นเพื่อนำเอาเนื้องอกออกหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง

คุณอาจไม่หายจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต ที่เกิดจากบาดแผล แพทย์อาจเฝ้าสังเกตอาการกว่า 6 เดือน หากคุณมองเห็นภาพซ้อน หรืออาการตาเหล่ไม่ได้ดีขึ้น หรือแย่ลง ทางเลือกคือสวมผ้าปิดตาที่ตาบาดเจ็บในระยะยาว เพื่อบรรเทาอาการเห็นภาพซ้อน แพทย์อาจแนะนำแว่นปริซึมที่ทำให้เห็นภาพทางไกลเพียงภาพเดียว และปรับระดับสายตา วิธีการรักษาบางประเภทอาจได้ผลดีเช่นกัน ได้แก่ การฉีดโบทูลิเนี่ยม ท็อกซิน (Botulinum toxin injections) หรือโบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อตาด้านหนึ่งขยับไม่ได้ เพื่อปรับระดับสายตาให้ดีขึ้น การผ่าตัดดวงตาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากประสบความสำเร็จ การผ่าตัดจะช่วยไม่ให้ตาที่เป็นโรคเหล่เข้ามาใกล้จมูก
 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่จะช่วยให้รับมือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 6 เป็นอัมพาต

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 24, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย