เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย เป็นภาวะหนึ่งที่มักมีอาการเหนื่อยหรือขาดพลังงาน จัดอยู่ในกลุ่มอาการไม่ใช่โรค พบได้บ่อยในคนทั่วไป โดยมีความเจ็บป่วยหลายประการที่สามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย

คำจำกัดความ

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย คืออะไร

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย (Fatigue) เป็นภาวะหนึ่งที่มักมีอาการเหนื่อยหรือขาดพลังงาน คำเรียกอื่นๆ ที่ใช้สำหรับอาการอ่อนเพลีย ได้แก่ หมดแรง เหน็ดเหนื่อย และเฉื่อยชา

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียพบได้บ่อยเพียงใด

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย จัดอยู่ในกลุ่มอาการไม่ใช่โรค พบได้บ่อยมากในคนทั่วไป โดยมีความเจ็บป่วยหลายประการที่สามารถทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย อาจเป็นอาการทางร่างกาย จิตใจ หรือทั้งสองประการร่วมกัน

อาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียมีอาการอย่างไร

เหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียอาจสัมพันธ์กับกลุ่มอาการอื่นๆ ที่มีสาเหตุจากโรคต่างๆ ดังนี้

  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด หรือเลือดจาง อาจมีอาการที่สัมพันธ์กับอาการหายใจลำบากหรือเหนื่อยง่ายแม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจมีอาการปัสสาวะมาก กระหายน้ำมาก หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป
  • ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ ยังอาจมีอาการต่างๆ เช่น รู้สึกหนาว
    ผิวแห้ง และผมบาง

อาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย ได้แก่

  • น้ำหนักลด
  • เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก
  • อาเจียนและท้องร่วง
  • มีไข้และหนาวสั่น
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดกล้ามเนื้อ
  • กังวลและซึมเศร้า

ในกรณีที่อาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนบางประการ เช่น

  • อาการซึมเศร้า
  • การแยกตัวจากสังคม
  • การเกิดข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต
  • การขาดงานมากขึ้น

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรขอให้เพื่อนหรือคนรอบข้างพาไปห้องฉุกเฉิน หรือเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียที่เกิดร่วมกับอาการดังต่อไปนี้

  • มีเลือดออกผิดปกติ ซึ่งได้แก่ มีเลือดออกจากทวารหนักหรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ปวดศีรษะรุนแรง

สาเหตุ

สาเหตุของอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย

สาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และสุขภาพจิต

ไลฟ์สไตล์

หากมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย กิจกรรมและไลฟ์สไตล์อื่นๆ อาจเป็นสาเหตุพื้นฐาน เช่น

  • การออกกำลังกายและกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากเกินไป
  • ไม่ทำกิจกรรมใดๆ เลย
  • นอนไม่พอ
  • รู้สึกเบื่อหน่าย
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • มีความเครียดทางอารมณ์
  • ความโศกเศร้า
  • การใช้ยาบางชนิด
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • การใช้ยาในทางที่ผิด
  • การใช้สารเสพติด
  • การบริโภคคาเฟอีน
  • การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ

สุขภาพกาย

ประเด็นและภาวะทางสุขภาพบางประการที่สามารถทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลีย ได้แก่

  • ภาวะเลือดจาง
  • อาการปวดต่างๆ
  • โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) ซึ่งมีอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อระดับฮอร์โมน
  • ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน
  • ข้ออักเสบ
  • นอนไม่หลับและความผิดปกติอื่น ๆ เกี่ยวกับการนอน
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับภูมิต้านตนเอง
  • กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคมะเร็ง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคไตหรือโรคตับ
  • การติดเชื้อ
  • อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • โรคถุงลมโป่งพอง
  • กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข

สุขภาพจิต

ผู้ที่มีอาการกังวลและซึมเศร้าอาจมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียซึ่งเป็นอาการหนึ่งในภาวะดังกล่าว

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการอ่อนเพลีย

ปัจจัยต่างๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการอ่อนเพลีย ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายในช่วง 40 และ 50 ปี
  • ผู้หญิง
  • ความเครียด

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการอ่อนเพลีย

ในการวินิจฉัยอาการอ่อนเพลีย แพทย์มักแนะนำการตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อตรวจหาสิ่งบ่งชี้บางประการของอาการเจ็บป่วย โดยการตรวจร่างกายร่วมกับการประเมินระบบต่างๆ ของร่างกายจะถูกนำมาพิจาณาร่วมกับผลตรวจที่ผิดปกติ ตลอดจนอาการต่างๆ จากการซักประวัติสุขภาพเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

อาจมีการตรวจเฉพาะเพื่อคลำหาต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติและต่อมน้ำเหลืองโต รวมมทั้งการฟังเสียงผิดปกติของหัวใจและเสียงฟู่ของหัวใจ และเพื่อตรวจหาความตึงและปฏิกิริยาตอบสนองของกล้ามเนื้อ

จากผลการซักประวัติและการตรวจร่างกาย แพทย์อาจให้มีการตรวจเลือดและการตรวจโดยใช้ภาพถ่ายอวัยวะอื่นๆ ร่วมด้วย

การรักษาอาการอ่อนเพลีย

เนื่องจากอาการอ่อนเพลียเป็นส่วนหนึ่งของภาวะสุขภาพที่ผิดปกติ การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากร่างกาย จิตใจ หรือทั้งสองประการร่วมกัน

อาจมีช่วงเวลาเลื่อมล้ำระหว่างการรักษาอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่เดิมและความรุนแรงของอาการอ่อนเพลีย โดยอาจมีบางอาการที่หายไปเมื่อโรคที่เป็นอยู่ได้รับการรักษา

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการอาการอ่อนเพลีย

การรับรู้ถึงอาการอ่อนเพลียแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยสาเหตุที่ของอาการได้เร็วยิ่งขึ้น

ในบางครั้ง อาการอ่อนเพลียค่อยๆ เกิดขึ้นจนยากที่จะทราบว่าเป็นความผิดปกติ อาจต้องอาศัยการสังเกตของสมาชิกในครอบครัวที่จะสามารถระบุว่าผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด การสังเกตตัวเองเกี่ยวกับสมรรถภาพร่างกายทีละน้อยมักเป็นเรื่องยากเนื่องจากผู้ป่วยมักปรับตัวเพื่อที่จะทำกิจกรรมในแต่ละวันได้โดยไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย