โรคคาวาซากิ เป็นโรคหายากซึ่งพบในเด็ก เป็นโรคส่งผลต่อหลอดเลือด และยังส่งผลต่อผิวหนังและเยื่อเมือกภายในปาก จมูก และลำคออีกด้วย

คำจำกัดความ

โรคคาวาซากิคืออะไร

โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กลุ่มอาการเยื่อเมือกผิวหนังต่อมน้ำเหลือง (Mucocutaneous Lymph Node Syndrome) เป็นภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด โรคนี้เป็นโรคหายากซึ่งพบในเด็ก เป็นโรคส่งผลต่อหลอดเลือด และยังส่งผลต่อผิวหนังและเยื่อเมือกภายในปาก จมูก และลำคออีกด้วย

โรคคาวาซากิพบได้บ่อยเพียงใด

โรคนี้พบได้มากกว่า 10 ถึง 20 เท่าในแถบเอเชียตะวันออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 5 ปี และอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยประมาณ 2 ปี เด็กผู้ชายป่วยเป็นโรคนี้ได้บ่อยมากกว่าเด็กผู้หญิงสองเท่า

อาการ

อาการของโรคคาวาซากิ

อาการของโรคคาวาซากิเกิดขึ้นในระยะต่าง ๆ สิ่งบ่งชี้และอาการในระยะแรก ได้แก่

  • มีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส มากกว่าห้าวัน
  • มีตาแดงมากแต่ไม่มีขี้ตา
  • มีผื่นขึ้นบริเวณลำตัวและบริเวณอวัยวะเพศ
  • ปากแดง แห้ง และแตก และลิ้นมีสีแดงและบวมมาก
  • ผิวหนังบวมและแดงบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอหรือในบริเวณอื่น

ในระยะที่สองของโรค อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ผิวหนังลอกบริเวณมือและเท้า โดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า โดยมักลอกเป็นแผ่นใหญ่
  • ปวดข้อต่อ
  • ท้องร่วง
  • อาเจียน
  • ปวดในช่องท้อง

ในระยะที่สามของโรค สิ่งบ่งชี้และอาการจะหายไปอย่างช้าๆ หากไม่มีอาการแทรกซ้อน อาจมีอาการนานถึงแปดสัปดาห์ก่อนระดับพลังงานในร่างกายจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคคาวาซากิ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่โรคนี้ไม่แพร่กระจายจากคนสู่คน โรคนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในฤดูหนาวตอนปลายและฤดูใบไม้ผลิตอนต้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยงของโรคคาวาซากิ

คุณมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคคาวาซากิ หากคุณมีความเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีความเสี่ยงในการเป็นโรคคาวาซากิได้มากที่สุด
  • เด็กผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคคาวาซากิได้มากกว่าเด็กผู้หญิงเล็กน้อย
  • เด็กเชื้อสายเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลี มีอัตราการเป็นโรคคาวาซากิมากกว่า

คำจำกัดความ

โรคคาวาซากิคืออะไร 

โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเยื่อเมือกผิวหนังต่อมน้ำเหลือง เป็นภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด โรคนี้เป็นโรคที่

พบได้น้อยในวัยเด็กที่ส่งผลต่อหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อผิวหนังและเยื่อเมือกภายในปาก จมูก และลำคออีกด้วย 

โรคคาวาซากิพบได้บ่อยเพียงใด 

โรคนี้พบได้มากกว่า 10 ถึง 20 เท่าในแถบเอเชียตะวันออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 5 ปีและอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยประมาณ 2 ปี เด็กผู้ชายป่วยเป็นโรคนี้ได้บ่อยมากกว่าเด็กผู้หญิงสองเท่า  

อาการ

อาการ 

อาการของโรคคาวาซากิเกิดขึ้นในระยะต่าง ๆ สิ่งบ่งชี้และอาการในระยะแรก ได้แก่

  • มีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส มากกว่าห้าวัน
  • มีตาแดงมากแต่ไม่มีขี้ตา
  • มีผื่นขึ้นบริเวณลำตัวและบริเวณอวัยวะเพศ
  • ปากแดง แห้ง และแตก และลิ้นมีสีแดงและบวมมาก
  • ผิวหนังบวมและแดงบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอหรือในบริเวณอื่น  

ในระยะที่สองของโรค อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ผิวหนังลอกบริเวณมือและเท้า โดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า โดยมักลอกเป็นแผ่นใหญ่
  • ปวดข้อต่อ
  • ท้องร่วง
  • อาเจียน
  • ปวดในช่องท้อง

ในระยะที่สามของโรค สิ่งบ่งชี้และอาการจะหายไปอย่างช้าๆ หากไม่มีอาการแทรกซ้อน อาจมีอาการนานถึงแปดสัปดาห์ก่อนระดับพลังงานในร่างกายจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง  

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์ 

ควรไปพบหมอเมื่อใด 

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ 

สาเหตุ

สาเหตุ 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่โรคนี้ไม่แพร่กระจายจาก

คนสู่คน โรคนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในฤดูหนาวตอนปลายและฤดูใบไม่ผลิตอนต้น  

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง 

คุณมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคคาวาซากิหากคุณมีความเสี่ยง

ดังต่อไปนี้

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมีความเสี่ยงในการเป็นโรคคาวาซากิได้มากที่สุด
  • เด็กผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคคาวาซากิได้มากกว่าเด็กผู้หญิงเล็กน้อย 
  • เด็กเชื้อสายเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลี มีอัตราการเป็นโรคคาวาซากิมากกว่า 

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

การวินิจฉัย 

โรคคาวาซากิวินิจฉัยได้ยากเนื่องจากไม่มีการทดสอบที่สามารถทำได้ แพทย์อาจวินิจฉัยโรคคาวาซากิหากสองสิ่งดังต่อไปนี้เป็นความจริง 

  • มีไข้สูงเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน 
  • มีอาการสองสามประการจากอาการทั้งห้าที่กล่าวถึงข้างต้น   

ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการทดสอบในห้องปฏิบัติการเป็นประจำเพื่อตรวจหาโรคที่เป็นสาเหตุของสิ่งบ่งชี้และอาการที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่

  • การทดสอบปัสสาวะ
  • การทดสอบเลือด

การรักษา

การรักษาโรคคาวาซากิเริ่มทำได้ในโรงพยาบาล ได้แก่  

  • ยาอิมมิวโนโกลบูลิน (Immunoglobulin (IVIG) medicine) ยานี้ให้
    ผ่านทางหลอดเลือด (intravenous หรือ IV) เพื่อลดอาการอักเสบของหลอดเลือด
  • ยาแอสไพริน (Aspirin) เพื่อบรรเทาอาการปวดและไข้ และเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด

การใช้ยาแอสไพรินมักให้ต่อที่บ้าน เนื่องจากความเสี่ยงจากกลุ่มอาการราย (Reye syndrome) ห้ามให้ยาแอสไพรินแก่ลูกของคุณโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากลูกของคุณสัมผัสกับหรือเป็นอีสุกอีใส (chickenpox) หรือไข้หวัดใหญ่ (flu, influenza) ในขณะที่ใช้ยาแอสไพริน ให้แจ้งให้แพทย์ทราบทันที 

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐาน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยา
ตัวเอง

ผู้ป่วยอาจรู้สึกอ่อนแรงหรือมีอาการหงุดหงิด และผิวหนังอาจแห้งเป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือประมาณนี้ พยายามดูแลไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนแรงมากเกินไป และใช้โลชั่นทาผิวเพื่อคงความชุ่มชื้นให้นิ้วมือและนิ้วเท้า  

หากโรคนี้ทำให้เกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาและการทดสอบเพื่อติดตามอาการมากขึ้น  

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด 

แหล่งที่มา

Review Date: มีนาคม 26, 2019 | Last Modified: มีนาคม 26, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย