โรคนิ่วในไต เป็นของแข็งสะสมตัวที่ก่อตัวขึ้นในไตจากสารต่างๆ ในปัสสาวะ นิ่วในไตสามารถมีขนาดเล็กมาก หรือมีขนาดได้ถึงหลายนิ้วโดยรอบ

คำจำกัดความ

โรคนิ่วในไต คืออะไร

นิ่วในไต (Kidney stones) เป็นของแข็งสะสมตัวที่ก่อตัวขึ้นในไตจากสารต่างๆ ในปัสสาวะ กระบวนการนี้เรียกว่าการเกิดนิ่ว โดยนิ่วในไตสามารถมีขนาดเล็กมาก หรือมีขนาดได้ถึงหลายนิ้วโดยรอบ นิ่วขนาดใหญ่มากที่เต็มท่อปัสสาวะ ที่ลำเลียงปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ เรียกว่านิ่วเขากวาง ( Staghorn Stone)

พบได้บ่อยเพียงใด

นิ่วในไตพบได้ทั่วไป สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 40 ปี นิ่วในไตสามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการนิ่วในไต

คนทั่วไปประมาณหนึ่งในสามมีนิ่วในไต แต่เพียงครึ่งหนึ่งจะมีอาการ ถึงแม้ไม่มีอาการ นิ่วอาจทำให้เกิดความผิดปกติได้ เช่น การติดเชื้อและปัสสาวะขัด นิ่วที่ติดอยู่ในกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการ

อาการที่พบได้มากที่สุดคืออาการปวดรุนแรง ที่เกิดขึ้นและหายไป และมักเปลี่ยนจากด้านหลัง ไปยังช่องท้องด้านล่าง อาการอื่นๆ ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • ปวดหลัง ต้นขา ขาหนีบ และอวัยวะเพศ
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • คลื่นไส้และอาเจียน

หากนิ่วทำให้ติดเชื้อ อาจมีอาการเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ หนาวสั่น มีไข้ ปัสสาวะมีอาการปวด บ่อยครั้ง และกะทันหัน และมีอาการเหงื่อออก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาเจียนรุนแรง มีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้
  • มีอาการปวดร่วมกับคลื่นไส้และอาเจียน
  • มีอาการปวดร่วมกับมีไข้และหนาวสั่น
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • ปัสสาวะขัด

สาเหตุ

สาเหตุของนิ่วในไต

นิ่วอาจเกิดขึ้นได้ หากปัสสาวะมีสารเคมีบางชนิดปนอยู่มากเกินไป เช่น แคลเซียม กรดยูริค ซิสทีน หรือสตรูไวท์ (เป็นการรวมกันระหว่างฟอสเฟต แมกนีเซียม และแอมโมเนียม) การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และการดื่มน้ำน้อยเกินไป เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วได้ นิ่วในไตประมาณร้อยละ 85 เกิดจากแคลเซียม นิ่วที่เกิดจากกรดยูริคเกิดขึ้นได้มากขึ้น หากเป็นโรคเกาต์ นิ่วสตรูไวท์เกิดขึ้นได้มากขึ้น ในปัสสาวะที่มีเชื้อปนเปื้อน (นิ่วติดเชื้อ)

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับนิ่วในไตมีหลายประการ ได้แก่

  • ประวัติครอบครัวหรือประวัติส่วนตัว
  • ภาวะขาดน้ำ
  • อาการบางประเภท การรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โซเดียม และน้ำตาลในปริมาณสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้บางประเภท
  • โรคอ้วน
  • โรคเกี่ยวกับการย่อยอาหารและการผ่าตัด การผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร โรคลำไส้อักเสบ หรือท้องร่วงเรื้อรัง สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการย่อยอาหารที่ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมและน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มระดับสารเคมีที่ก่อให้เกิดนิ่วในปัสสาวะได้
  • อาการอื่น ๆ โรคและภาวะต่าง ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต ได้แก่ ภาวะเลือดเป็นกรดจากหลอดไตฝอย (Renal Tubular Acidosis) ภาวะปัสสาวะมีสารซิสตีน (Cystinuria) ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน Hyperparathyroidism) การใช้ยาบางชนิด และอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบางประเภท

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคนิ่วในไต

การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดและจำนวนของนิ่ว บริเวณที่เกิดนิ่ว และมีอาการติดเชื้อหรือไม่ นิ่วส่วนใหญ่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย โดยไม่ต้องให้แพทย์รักษา วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการก้อนนิ่วขนาดเล็ก คือกำจัดออกโดยการดื่มน้ำในปริมาณมาก การใช้ยาอาจช่วยลดอาการปวดได้ ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับรักษาอาการติดเชื้อ นิ่วที่ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยตัวเอง อาจจำเป็นต้องกำจัดออกโดยศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะอาจใช้กล้องส่องท่อไต (Ureteroscope) ในการรักษา

ในบางครั้ง คลื่นกระแทก (Shock Wave) ใช้สลายนิ่วให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ที่สามารถกำจัดออกได้ การรักษาแบบนี้เรียกว่า Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy (ESWL)

ในบางครั้ง อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำก้อนนิ่วออกไป

การรักษาโรคนิ่วในไต

แพทย์จะตรวจสอบประวัติสุขภาพ ทำการตรวจร่างกาย และทดสอบปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องมีการเอกซเรย์หรืออัลตร้าซาวนด์ช่องท้อง การศึกษาดังกล่าวจะทำให้เห็นนิ่วส่วนใหญ่ (แคลเซียม ซิสทีน และนิ่วสตรูไวท์) เอกซเรย์ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงก้อนนิ่วจากกรดยูริค และอาจมองเห็นก้อนนิ่วขนาดเล็ก การตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (CT) ในบริเวณท่อปัสสาวะ เป็นการทดสอบที่ได้ผลดีมากเพื่อวินิจฉัยนิ่วในไต และตรวจหาอาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการที่คล้ายกับอาการนิ่วในไตได้

ที่พบได้ยากก็คือ หากการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน อาจต้องมีการเอกซเรย์แบบพิเศษ (intravenous pyelogram หรือ IVP) ในการทดสอบแบบนี้มีการใช้สี เพื่อให้มองเห็นทางเดินปัสสาวะ และตรวจหานิ่วในไต

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการนิ่วในไต

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือนิ่วในไตได้

  • ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งให้หมด
  • ปฏิบัติคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับอาหาร
  • ดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
  • โทรแจ้งโรงพยาบาล หากมีอาการแย่ลง

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 20, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย