โรคพยาธิใบไม้ตับ หรือ พยาธิใบไม้ในตับ เกิดขึ้นจากการรับประทานปลาที่มีตัวอ่อนพยาธิใบไม้เข้าไป พยาธิใบไม้จะเคลื่อนที่จากลำไส้ไปยังท่อน้ำดี ซึ่งเป็นบริเวณที่พยาธิใบไม้จะเติบโตและมีชีวิตอยู่

คำจำกัดความ

โรคพยาธิใบไม้ตับคืออะไร

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver flukes) เป็นหนอนพยาธิชนิดหนึ่งที่เรียกว่าพยาธิใบไม้ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเกิดขึ้นจากการรับประทานปลาที่มีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ ปลาน้ำจืดดิบ ปลาที่ปรุงไม่สุก หรือพืชน้ำที่ยังดิบหรือปรุงไม่สุก หลังจากที่รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนพยาธิเข้าไป พยาธิใบไม้จะเคลื่อนที่จากลำไส้ไปยังท่อน้ำดีซึ่งเป็นบริเวณที่พยาธิใบไม้จะเติบโตและมีชีวิตอยู่

วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้มีความซับซ้อน เริ่มจากเมื่อคนกลืนถุงน้ำที่มีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับที่พบได้ในปลาน้ำจืดดิบ ปรุงไม่สุก หรือผ่านกระบวนการตากแห้ง ดองเค็ม หรือหมัก นอกจากนี้ ยังพบพยาธิได้ในผักหรือพืชน้ำที่ปนเปื้อนมูลแกะ มูลโค และมูลกระบือ

โรคพยาธิใบไม้ในตับพบบ่อยเพียงใด

พยาธิใบไม้ในตับพบได้บ่อยมาก และมักส่งผลต่อคนในทุกช่วงอายุ โดยผู้หญิงจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชาย สามารถป้องกันได้ โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคพยาธิใบไม้ตับ

โดยปกติแล้ว การได้รับพยาธิใบไม้มักไม่มีอาการ แต่หากการได้รับพยาธิใบไม้มีความรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการไข้ หนาวสั่น และปวดท้อง หากพยาธิใบไม้ขัดขวางทางเดินน้ำดีภายในหรือภายนอกตับ ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเหลืองและตาเหลือง (ดีซ่าน) มีอาการคัน ท้องร่วง และน้ำหนักลด ในบางครั้ง พยาธิใบไม้อาจทำอันตรายต่อตับ ทำให้เกิดพังผืดหรือภาวะตับแข็ง หากปล่อยเวลานานหลายปี อาจเกิดนิ่วในถุงน้ำดี อาการตับอ่อนอักเสบ หรือมะเร็งท่อน้ำดีได้

ควรไปหาแพทย์เมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคพยาธิใบไม้ตับ

ผู้ป่วยมักติดพยาธิใบไม้โดยไม่ตั้งใจผ่านการรับประทานพืชน้ำจืดดิบบางชนิด อย่างไรก็ดี พยาธิใบไม้สามารถรับเข้ามาในร่างกายได้จากการรับประทานตับดิบของแกะ แพะ โค และกระบือ แต่เนื่องจากวิธีดังกล่าวพบได้น้อย สาเหตุการหลักในการติดพยาธิใบไม้คือการรับประทานพืชชนิดต่างๆ อย่างเช่น ผักสลัดน้ำ ผักกาดน้ำ สะระแหน่ และพาร์สลีย์

พยาธิใบไม้จะเข้าสู่ท่อน้ำดีขนาดเล็กภายในตับและถุงน้ำดี และอาศัยอยู่ได้เป็นเวลา 20-30 ปี พยาธิใบไม้ทำให้ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรังซึ่งทำให้เกิดพังผืดและทำให้ท่อน้ำดีขยายตัว

พยาธิใบไม้ในตับเป็นหนอนตัวแบนชนิดหนึ่ง ตัวเต็มวัยสามารถวางไข่ได้ถึง 2000-4000 ฟองต่อวัน โดยไข่จะถูกขับถ่ายไปตามท่อน้ำดีและอุจจาระของผู้ที่ได้รับพยาธิใบไม้ วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้จะเกิดซ้ำต่อไปเรื่อยหากยังคงรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือพืชผักที่ปนเปื้อนต่อไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคพยาธิใบไม้ตับ

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับการติดพยาธิใบไม้ตับมีหลายประการ เช่น

  • มีประวัติเคยรับประทานปลาน้ำจืดดิบในพื้นที่ที่มีการะบาดของโรคนี้
  • การเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ ของโลกที่เกิดโรคนี้และรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก ซึ่งควรเข้ารับการตรวจ
  • อาศัยอยู่ในภูมิภาคที่เกิดโรคนี้ ซึ่งได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนามเหนือ ลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ยุโรปตะวันออก รัสเซียตะวันออก แมนจูเรีย ไซบีเรียเหนือ และประเทศจีน
  • อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับ

แพทย์วินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับเมื่อพบว่ามีไข่พยาธิในอุจจาระหรือในลำไส้ ผู้ป่วยควรได้รับการแนะนำให้มีการตรวจอุจจาระเป็นระยะ เพื่อตรวจหาไข่พยาธิใบไม้ ร่องรอยการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับในอดีต หรือหลังจากที่รักษาหายขาดแล้ว คือการขยายตัวของท่อน้ำดีภายในตับ โดยไม่มีร่องรอยของการอุดกั้นใดๆ อาการดังกล่าวสามารถตรวจได้โดยการอัลตราซาวด์ การตรวจ CAT หรือเอ็มอาร์ไอที่ตับ ภาพถ่ายอาการดังกล่าวมักพบในผู้ที่ดูมีสุขภาพดี แต่ติดเชื้อในบริเวณที่เกิดโรคนี้

หากพยาธิใบไม้ในตับไม่ได้รับการตรวจรักษาเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดโรครุนแรงที่ทำให้ตับเสียหายได้ คนส่วนใหญ่ที่เป็นพยาธิใบไม้ในตับ มักไม่รู้ตัวเนื่องจากไม่มีอาการเลย ในผู้ป่วยจำนวนน้อย จะพบว่ามีอาการอ่อนเพลียและปวดท้องทั่วไป ซึ่งเกิดการเข้าใจผิดได้ง่ายว่าเป็นอาการอาหารไม่ย่อยหรืออาการระคายเคืองในลำไส้ ดังนั้น ควรตระหนักและสำรวจความผิดปกติของร่างกายซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องกับโรคพยาธิใบไม้ตับ

การรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับ

วิธีที่นิยมที่สุดคือการรับประทานยาถ่ายพยาธิ เป็นยาเม็ดเพื่อฆ่าพยาธิ หากตรวจพบโรคนี้ได้ช้าเกินไป ในบางครั้ง ตับได้รับความเสียหายจากพยาธิใบไม้เป็นบริเวณกว้างมากจนต้องได้รับการผ่าตัดนำออกไป เพราะฉะนั้น ยิ่งตรวจพบโรคและรักษาได้เร็วมากเท่าไร ก็ยิ่งมีอันตรายต่อท่อน้ำดีและตับน้อยลงเท่านั้น

  • ยาไทคลาเบนดาโซล (Triclabendazole) เป็นตัวเลือกของการใช้ยาสำหรับรักษาพยาธิใบไม้ในตับ
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) (ใช้ในระยะสั้น) อาจสั่งให้ใช้สำหรับระยะเฉียบพลันที่มีอาการรุนแรง
  • อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดหากมีอาการแทรกซ้อน เช่น ท่อน้ำดีอักเสบ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับ
โรคพยาธิใบไม้ในตับ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคพยาธิใบไม้ในตับได้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานตับดิบจากแกะ แพะ โค และกระบือ
  • น้ำสำหรับดื่มและปรุงอาหารต้องสะอาด
  • ห้ามรับประทานผักผลไม้ที่ปลูกใกล้ทุ่งเลี้ยงสัตว์
  • ปรุงพืชน้ำให้สุก เช่น ผักสลัดน้ำ ก่อนรับประทาน
  • พืชน้ำที่นำมารับประทานดิบควรแช่ในสารละลายกรดอะเซติก 6% เป็นเวลา 5 ถึง 10 นาที

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 24, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 24, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย