รู้เรื่องเบื้องต้น

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นอาการติดเชื้อที่มีสาเหตุเกิดจากไวรัสเรบี้ (Rabies) คุณสามารถได้รับเชื้อไวรัสนี้ จากการถูกกัดโดยสัตว์ที่ติดเชื้อ อย่างเช่น ค้างคาว สุนัขป่า และสุนัขจรจัด เมื่อมีใครสักคนเริ่มมีสัญญาณและอาการของโรคพิษสุนัขบ้า โดยที่ไม่ได้รับการรักษา โรคพิษสุนัขบ้ามักจะทำให้ถึงแก่ชีวิต ด้วยเหตุผลนี้ ใครก็ตามที่สงสัยว่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ควรเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ทันที

พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคพิษสุนัขบ้าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงอายุ และผู้ที่ทำงานในแล็บ ซึ่งต้องมีการสัมผัสกับไวรัสเรบี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งกำลังมีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ซึ่งกำลังมีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า

รู้จักอาการ

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

ช่วงเวลาจากการติดเชื้อจนถึงการแสดงอาการแรก จะอยู่ที่ระหว่าง 35 ถึง 65 วัน อาการแรกของโรค อาจมีลักษณะเหมือนไข้หวัด สัญญาณและอาการบางประการ ได้แก่

  • มีไข้
  • ปวดหัว
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • เบื่ออาหาร

สัญญาณอื่นๆ ได้แก่ อาการชาหรือเจ็บบริเวณบาดแผลที่ถูกกัด ซึ่งอาจรู้สึกได้ในช่วง 3 ถึง 4 วันแรก อาการทางระบบประสาท จะปรากฏขึ้นไม่นานหลังจากนั้น ได้แก่ อาการก้าวร้าว และกระวนกระวาย เนื่องจากเกิดการตื่นตัวมากเกินไป การเห็นภาพหลอน กล้ามเนื้อหดเกร็ง และอาการอัมพาต อาจเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน อาการกลัวน้ำ (hydrophobia) อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้เช่นกัน

โชคไม่ดีที่หากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้รับการรักษารวดเร็วพอ หลังการติดเชื้อ โรคนี้มักนำไปสู่อาการโคม่า และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 หลังเริ่มเกิดอาการ

อาจมีอาการบางประเภทที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ข้างบน ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

เมื่อไหร่ที่ควรพบหมอ

เข้ารับการดูแลทางการแพทย์ทันที หากคุณถูกกัดโดยสัตว์ใดๆ ก็ตาม แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงของคุณ พิจารณาจากอาการบาดเจ็บและสถานการณ์ที่คุณถูกกัด คุณและหมอของคุณจะสามารถตัดสินได้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณควรรับการรักษา เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

แม้ว่าคุณจะยังไม่แน่ใจว่าคุณถูกกัดหรือไม่ คุณยังต้องเข้ารับการดูแลทางการแพทย์เผื่อไว้ก่อน

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการอะไรก็ตาม ที่เหมือนอาการตามด้านบน หรือ หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษากับหมอของคุณ ร่างกายของทุกคนแสดงออกแตกต่างกันไป ควรปรึกษากับหมอของคุณ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ

รู้สาเหตุ

สาเหตุของพิษสุนัขบ้า

สาเหตุของโรคพิษสุนัขบ้า มาจากไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสไรโน (rhinovirus) ในน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ สัตว์ที่ติดเชื้อสามารถแพร่กระจายไวรัส โดยการกัดสัตว์ตัวอื่นหรือกัดคน ในกรณีที่พบได้ยาก โรคพิษสุนัขบ้าสามารถแพร่กระจายได้ เมื่อน้ำลายที่ติดเชื้อเข้าสู่บาดแผลเปิด หรือเนื้อเยื่ออย่างเช่น ปาก หรือ ดวงตา สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้ หากสัตว์ที่ติดเชื้อเกิดไปเลียแผลเปิดบนผิวหนังของคุณ

รู้จักปัจจัยเสี่ยง

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคพิษสุนัขบ้า

ปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณ สำหรับโรคพิษสุนัขบ้า ได้แก่

  • การท่องเที่ยวหรืออาศัยอยูในประเทศที่พบโรคพิษสุนัขบ้าได้บ่อย ได้แก่ ประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • กิจกรรมที่จะทำให้คุณโอกาสมากในการสัมผัสกับสัตว์ป่า ที่อาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
  • ทำงานในแล็บที่มีเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า
  • มีบาดแผลเกิดขึ้นที่หัว คอ หรือมือ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้ไวรัสพิษสุนัขบ้า เข้าสู่สมองของคุณได้ไวขึ้น

ทำความเข้าใจการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม

การวินิจฉัยโรคพิษสุนัขบ้า

จำเป็นต้องจับสัตว์ที่กัดคุณเพื่อตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้า ณ เวลาที่มีสัตว์กัดคุณ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สัตว์ตัวนั้นได้แพร่ไวรัสพิษสุนัขบ้าให้คุณแล้วหรือยัง ด้วยเหตุนี้ การรักษาเพื่อป้องกันคุณจากการติดเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น หากหมอคิดว่ามีโอกาสที่คุณจะติดเชื้อ

การรักษาโรคพิษสุนัขบ้า

หากคุณถูกกัดโดยสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ควรทำความสะอาดแผลที่ถูกกัดในทันทีด้วยสบู่ น้ำและยาฆ่าเชื้อ อย่างเช่น โพวิดอน ไอโอดีน (povidone-iodine) จากนั้น คุณจะได้รับชุดวัคซีน เพื่อป้องกันไวรัสเรบี้ เข้าสู่ร่างกายของคุณ

โดยจะมีการฉีดวัคซีนอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ วัคซีนที่ฉีดทันที ฉีดใกล้กับบริเวณที่ถูกสัตว์กัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ซึ่งวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันพิษสุนัขบ้าโกลบูลิน และวัคซีนประเภทที่สอง คือการฉีดวัคซีน 4 รอบตลอดระยะเวลา 14 วัน การฉีดวัคซีนประเภทที่สอง คือการฉีดวัคซีนที่แขน เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณระบุไวรัสพิษสุนัขบ้า และเรียนรู้วิธีเอาชนะไวรัสได้

จะมีการตรวจสัตว์ที่กัด หากสามารถจับมาได้ หากตรวจแล้ว ไม่มีเชื้อพิษสุนัขมาก คุณอาจไม่ต้องรับวัคซีนประเภทที่สอง คุณควรปรึกษาหมอสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการกับพิษสุนัขบ้า

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยคุณรับมือกับโรคพิษสุนัขบ้า

  • เข้าพบหมออย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามความคืบหน้าของอาการโรคพิษสุนัขบ้าของคุณ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ
  • ดูแลสุขภาพฟันของคุณ แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำ
  • เปลี่ยนการรับประทานอาหาร ลดการบริโภคเกลือ (อย่าเพิ่มเกลือในอาหาร)
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี
  • ลดการบริโภคคาเฟอีน
  • ออกกำลังกาย

หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับหมอของคุณ เพื่อเข้าใจวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับตัวคุณเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มีนาคม 26, 2019 | Last Modified: มีนาคม 26, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย