ไตวาย (Kidney Failure)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ไตวาย (Kidney Failure) เป็นโรคไตระยะสุดท้าย หรือเป็นขั้นสุดท้ายของโรคไตเรื้อรัง ซึ่งหมายความว่าการทำงานของไตไม่ดีพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันแล้ว

คำจำกัดความ

ไตวายคืออะไร

ในร่างกายของเรา ไตทำหน้าที่ในการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินจากเลือด ในรูปแบบของปัสสาวะ ไตวาย (Kidney Failure) เรียกได้ว่าเป็นโรคไตระยะสุดท้าย หรือเป็นขั้นสุดท้ายของโรคไตเรื้อรัง นั่นหมายความว่าการทำงานของไต ไม่ดีพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันแล้ว

หากคุณเป็นโรคไตระยะสุดท้าย การทำงานของตับของคุณก็จะต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของการทำงานตามปกติ นั่นคือไตของคุณแทบจะไม่ได้ทำงานหรือไม่ทำงานเลย โรคไตนั้นปกติจะค่อยเป็นค่อยไป โรคไตเรื้อรังมักจะยังไม่ถึงระยะสุดท้าย จนกว่าจะผ่านไป 10 ถึง 20 ปี หลังจากการวินิจฉัย โรคไตระยะสุดท้ายอาจจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ

คุณอาจจะมีอาการแทรกซ้อนอย่างความดันโลหิตสูง โลหิตจาง (ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดต่ำ) กระดูกเปราะ สุขภาพโภชนาการที่ไม่ดี และเส้นประสาทเสียหาย นอกจากนี้โรคไตยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน

ไตวายพบได้บ่อยได้แค่ไหน

ไตวายนั้นพบได้บ่อยมาก สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกช่วงวัย โรคนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษากับแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรคไตวายเป็นอย่างไร

อาการที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ปัสสาวะไม่ออก
  • มีปัสสาวะมากเกินไป หรือมีปัสสาวะน้อยเกินไป
  • เหนื่อยล้า
  • น้ำหนักลดหาสาเหตุไม่ได้
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ผิวแห้งและคัน
  • สีผิวเปลี่ยน
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ไม่รู้สึกหิว
  • เท้าและข้อเท้าบวม
  • หายใจไม่ทัน
  • นอนไม่หลับ
  • มีกลิ่นปาก
  • ช้ำหรือเลือดกำเดาไหลได้ง่าย หรืออุจจาระมีเลือด
  • กระหายน้ำอย่างมาก

อาจจะมีอาการอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

หากคุณเป็นโรคไต หรือโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง พร้อมกับสัญญาณหรืออาการใดๆ ที่กล่าสมาข้างต้น หรือหากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับแพทย์ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไตวาย

ไตวายเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ทำให้ไตบาดเจ็บถาวรทีละน้อยตามระยะเวลา โรคเบาหวาน คือโรคที่มักจะเป็นสาเหตุของโรคไตระยะสุดท้ายมากที่สุด และโรคความดันโลหิตสูงรองลงมา

เมื่อไตของคุณบาดเจ็บ มันก็อาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากอาการบาดเจ็บนั้น แย่ลงเรื่อยๆ ทำให้ไตทำงานได้น้อยลงๆ เท่ากับคุณเป็นโรคไตเรื้อรัง ไตวายคือระยะสุดท้าย (รุนแรงที่สุด) ของโรคไตเรื้อรัง ทำให้โรคไตวายนั้นถูกเรียกว่า โรคไตระยะสุดท้าย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคไตวาย

ปัจจัยเสี่ยงมีมากมายดังนี้

  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • ปัญหาทางพันธุกรรม เช่น โรคถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease)
  • กลุ่มอาการอัลพอร์ต (Alport syndrome)
  • ไตอักเสบระหว่างเซลล์ (Interstitial nephritis)
  • กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease) เช่น โรคลูปัส (lupus) และ โรคไตอักเสบชนิดไอจีเอ (IgA Nephropathy)

การวินิจฉัยโรคและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไตวาย

แพทย์จะวินิจฉัยโรคไตระยะสุดท้ายได้จากการตรวจร่างกายและตรวจสอบการทำงานของไต การตรวจสอบการทำงานของไตมีดังนี้

  • การตรวจปัสสาวะเพื่อมองหาโปรตีนและเลือดในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไตของคุณทำงานได้ไม่ดี
  • ตรวจค่าเซรั่มครีเอตินิน (serum creatinine) เพื่อหาค่าของครีเอตินินซึ่งเป้นของเสียที่ได้จากการกรองของไตนั้นออกไปสู่ร่างกายแล้วสะสมในกระแสเลือดหรือเปล่า
  • ตรวจค่ายูเรียไนโตรเจนในเลือดว่ามีค่าไนโตรเจนอยู่เท่าไหร่
  • อัตราการกรองของไต (The estimated glomerular filtration rate) เพื่อดูว่าไตของคุณกรองของเสียได้มากเท่าไหร่

การรักษาโรคไตวาย

ไม่มีวิธีรักษาโรคไตวายระยะสุดท้าย การบำบัดโรคไตระยะสุดท้ายสองวิธีคือการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต

การฟอกไตนั้น คุณมีสองทางเลือกว่า จะฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) หรือล้างไตทางช่องท้อง (peritoneal dialysis) ขณะทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมนั้น เลือดของคุณจะผ่านหลอดเข้าสู่ไตเทียมหรือเครื่องกรอง หลังจากนั้นจะถูกกรองเอาของเสียออกไปโดยใช้สารละลาย และส่งเลือดสะอาดกลับเข้าไปในร่างกาย มักจะทำการรักษาด้วยวิธีนี้สามครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาครั้งละสามถึงสี่ชั่วโมง ส่วนการล้างไตทางช่องท้อง จะใช้สารละลายพิเศษใส่เข้าช่องท้องผ่านท่อสายสวน (catheter tube) สารละลายนั้นจะอยู่ในช่องท้องชั่วระยะหนึ่ง แล้วนำออกมา สามารถทำวิธีนี้ได้ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือขณะท่องเที่ยว

การผ่าตัดปลูกถ่ายไตเกี่ยวข้องกับการกำจัดไตที่เป็นโรคแล้วปลูกถ่ายไตที่สุขภาพดีอันใหม่ที่ได้รับบริจาคมา

การบำบัดอื่นๆ นั้นขึ้นอยู่กับอาการของคุณ ซึ่งอาจจะมี

  • การเสริมแคลเซียมและวิตามินดี เนื่องจากการทำงานของการย่อยสลาย โปรดปรึกษากับแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริม
  • ใช้ยาที่เรียกว่ายาลดระดับฟอสเฟตในเลือด (phosphate binders) เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ระดับของฟอสเฟตสูงเกินไป
  • การรักษาโรคโลหิตจาง เช่น รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ยาธาตุเหล็ก หรือฉีดยาที่เรียกว่าอีริโทรโพอิติน (Erythropoietin) และการถ่ายเลือด
  • ใช้ยาเพื่อควบคุมความดันโลหิต

อาหารแบบพิเศษนั้นสำคัญมากสำหรับผลลัพธ์ที่ดี อาหารอาจจะมีดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ
  • รับแคลอรี่ให้เพียงพอหากคุณน้ำหนักลด
  • จำกัดของเหลว
  • จำกัดเกลือ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และอิเล็กโทรไลต์อื่นๆ (electrolytes)

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรับมือโรคไตวาย

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยคุณรับมือกับโรคไตวายได้

  • รักษาระดับของน้ำตาลกลูโคสในเลือด และระดับความดันโลหิตให้อยู่ในความควบคุม
  • รับประทานอาหารชนิดพิเศษ
  • ออกกำลังกาย
  • เพิ่มการบริโภคแคลอรี่ ลดการบริโภคโปรตีน
  • รักษาระดับของน้ำหนักให้เหมาะสม
  • จำกัดการบริโภคแอลกอฮอล์และไม่สูบบุหรี่
  • รับวัคซีนต่างๆ ทั้งวัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนปอดอักเสบ

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 9, 2019 | Last Modified: กรกฎาคม 9, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน