ไส้เลื่อน เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ (เช่น ลำไส้) ยื่นออกไปยังบริเวณที่ไม่ควรจะอยู่ เนื้อเยื่อนั้นจะดันตัวเองผ่านออกไปทางช่องหรือบริเวณที่เปราะบางของผนังกล้ามเนื้อ ทำให้ปรากฎเป็นก้อนเนื้อขึ้นมา

คำจำกัดความ

ไส้เลื่อนคืออะไร

ไส้เลื่อน (Hernia) เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ (เช่น ลำไส้) ยื่นออกไปยังบริเวณที่ไม่ควรจะอยู่ เนื้อเยื่อนั้นจะดันตัวเองผ่านออกไปทางช่องหรือบริเวณที่เปราะบางของผนังกล้ามเนื้อ ทำให้ปรากฎเป็นก้อนเนื้อขึ้นมา

หากไส้เลื่อนยื่นออกมาในขณะที่มีแรงกดหรือแรงตึงเท่านั้น และจะหดกลับได้เรียกว่าไส้เลื่อนที่ไม่มีการติดค้าง (Reducible Hernia) ซึ่งไม่เป็นอันตรายมากนัก เนื้อเยื่อที่ติดอยู่ในช่องเปิดหรือถุง ที่ไม่สามารถดึงกลับได้ เรียกว่าไส้เลื่อนติดค้าง (Incarcerated Hernia) หรือไส้เลื่อนที่ไม่สามารถดันกลับได้ ถือเป็นไส้เลื่อนชนิดที่รุนแรง ส่วนไส้เลื่อนที่รุนแรงที่สุด เป็นไส้เลื่อนเลือดคั่งเหตุบีบรัด (Strangulated Hernia) โดยเนื้อเยื่อที่ติดค้างจะขาดเลือดหล่อเลี้ยงและตาย

ไส้เลื่อนพบได้บ่อยเพียงใด

ไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยที่สุดในทารกและเด็กคือไส้เลื่อนภายนอก (External Hernia) ได้แก่ ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ (Inguinal) และไส้เลื่อนสายสะดือ (Umbilical) โดยไส้เลื่อนสายสะดือมักพบได้มาก โดยเฉพาะในทารกที่คลอดก่อนกำหนด ผู้หญิง และทารกที่เป็นโรคบางชนิด ไส้เลื่อนที่ขาหนีบเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และทารกที่คลอดก่อนกำหนด ไส้เลื่อนกระบังลมแต่กำเนิด (Congenital Diaphragmatic Hernia) และไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal Hernia) เป็นไส้เลื่อนภายใน (ภายในร่างกาย) ที่พบได้มากที่สุดในเด็ก คุณสามารถลดโอกาสในการเกิดไส้เลื่อนกะบังลมได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของไส้เลื่อน

สิ่งบ่งชี้และอาการขึ้นอยู่กับชนิดของไส้เลื่อน

  • อาการของไส้เลื่อนที่ขาหนีบและไส้เลื่อนสายสะดือคือ มีอาการบวมโดยไม่เจ็บ ซึ่งอาจหายไปได้เอง อาการมักชัดเจนมากที่สุดเมื่อร้องไห้ มีแรงตึง ไอ หรือยืน ไส้เลื่อนที่ขาหนีบในเด็กผู้ชาย สามารถทำให้ถุงอัณฑะ (ถุงหุ้มลูกอัณฑะ) โตขึ้นได้ ในเด็กผู้หญิง แคม (เนื้อเยื่อรอบช่องคลอด) อาจบวมได้
  • ไส้เลื่อนภายในอาจไม่มีอาการ หรืออาจทำให้อาเจียน และมีอาการแสบร้อนที่กลางอก
  • ไส้เลื่อนติดค้าง (Incarcerated Hernia) ก่อให้เกิดก้อนเนื้อแข็งกดเจ็บ อาการเจ็บ อาการอาเจียน อาการท้องผูก และความไวต่อการกระตุ้น
  • ไส้เลื่อนเลือดคั่งเหตุบีบรัด (Strangulated Hernia) ก่อให้เกิดอาการไข้และผิวหนังบวม แดง อักเสบ และเจ็บมาก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนที่ขาหนีบทางอ้อม (Indirect Inguinal Hernia) ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เกิด เกิดจากความผิดปกติในระหว่างการเจริญเติบโต ไส้เลื่อนที่ขาหนีบทางตรง (Direct Inguinal Hernia) เกิดขึ้นหลังจากการคลอด ไส้เลื่อนสายสะดือเกิดขึ้นเมื่อวงสายสะดือมีการปิดที่ไม่ปกติ ในโรคไส้เลื่อนประเภทอื่น เยื่อหุ้มเซลล์ ผนังกล้ามเนื้อ หรือส่วนอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างผิดปกติหรือได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น จึงอ่อนแอลงอย่างช้าๆ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของไส้เลื่อน

มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับไส้เลื่อนหลายประการ ได้แก่

  • ทารก: ทารกที่คลอดก่อนกำหนดและทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อย ทารกผิวดำมีความเสี่ยงต่อไส้เลื่อนสายสะดือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • โรคอ้วนหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉียบพลัน
  • ยกสิ่งของหนัก
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • ไอเรื้อรังหรือจาม
  • ตั้งครรภ์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไส้เลื่อน

แพทย์ซักประวัติสุขภาพและตรวจร่างกายโดยให้เด็กนอนลงและยืนขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหรือการผ่าตัดส่องกล้อง การวินิจฉัยจากภาพถ่ายอวัยวะในผู้ป่วยบางราย ได้แก่ การเอกซ์เรย์และการบันทึกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasonography)

การรักษาโรคไส้เลื่อน

การรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของไส้เลื่อน ไส้เลื่อนสายสะดือมักก่อให้เกิดอาการไม่สบายตัว และมักปิดไปเองเมื่ออายุ 1 หรือ 2 ปี แพทย์มักดันกลับเข้าไปได้โดยง่าย แพทย์มักแนะนำให้รอและเฝ้าดูอาการ จำเป็นต้องมีการผ่าตัดหากไส้เลื่อนไม่หายไปเมื่ออายุ 4 หรือ 5 ปี หรือหากไส้เลื่อนติดค้างหรืออุดกั้นลำไส้ การผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกใช้สำหรับไส้เลื่อนที่ขาหนีบเพื่อป้องกันไส้เลื่อนติดค้าง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยจัดการโรคไส้เลื่อน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับไส้เลื่อนประเภทต่างๆ ได้

  • เฝ้าดูอาการไส้เลื่อนของลูกของคุณเพื่อให้มั่นใจว่า มีขนาดเล็กลงในช่วงอายุ 2 หรือ 3 ปีแรก
  • ให้ลูกของคุณรับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งหลังจากผ่าตัด
  • ป้องกันลูกของคุณหลังการผ่าตัด จากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่อาจก่อให้เกิดอาการไอหรือจาม อาการเหล่านี้อาจก่อให้เกิดแรงตึงที่รอยเย็บแผล การล้างมือบ่อยๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการติดเชื้อดังกล่าว
  • ศึกษาอาการของภาวะติดค้างของไส้เลื่อนที่ขาหนีบ การรักษาที่ล่าช้าอาจก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงได้
  • รักษาแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง จนกว่าแผลหายดี อาจต้องจำกัดกิจกรรมของลูกของคุณในช่วงเวลาหนึ่ง

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Groupม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 20, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย