backup og meta

บทความที่มีผู้สนับสนุน 

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร

อาการปวดศีรษะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วไป และสามารถเกิดได้กับทุกคน คนส่วนใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อยบ้างเป็นครั้งคราว ลักษณะของอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาการ ปวดขมับสองข้าง ซึ่งมักเกิดจากความตึงเครียด และอาจมีอาการเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันได้ ทั้งนี้ การรับประทานยาบรรเทาปวด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทำกิจกรรมคลายเครียด อาจช่วยบรรเทาอาการปวดขมับสองข้างได้

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการ ปวดขมับสองข้าง หรือ อาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension headaches) ยังไม่แน่ชัด แต่อาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม อาการปวดขมับสองข้างมักเกิดขึ้นเมื่อเครียด โกรธ หรือเหนื่อยล้า ทั้งยังอาจเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม การใช้สายตาเป็นเวลานาน การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ภาวะซึมเศร้า การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การขาดธาตุเหล็ก การขาดน้ำ การเป็นไข้หวัดหรือเป็นไซนัสอักเสบ เป็นต้น

อาการปวดศีรษะในลักษณะปวดขมับสองข้าง เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอหดตัวจนเกิดการบีบรัดบริเวณขมับทั้งสองข้าง ทำให้มีอาการปวดบริเวณขมับ หรือปวดรอบศีรษะ และอาการปวดอาจลามไปที่หลังศีรษะและคอ ทำให้รู้สึกตึงและปวดกล้ามเนื้อคอ ไหล่ และกราม มักเกิดขึ้นในช่วงสาย ๆ ของวัน ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ค่อยรุนแรงมาก เป็นการปวดแบบตื้อ ๆ ไม่มีจังหวะ หรือปวดตุบ ๆ

อาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัวที่ทำให้ปวดขมับสองข้าง อาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

  • อาการปวดศีรษะเป็นระยะ (Episodic tension headaches) เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นนาน 30 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง หรืออาจมีอาการปวดไปหลายวัน เกิดขึ้นน้อยกว่า 15 วัน/เดือน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน แต่หากเกิดบ่อยกว่านั้น อาจกลายเป็นภาวะเรื้อรังได้
  • อาการปวดศีรษะเรื้อรัง (Chronic tension-type headache) เป็นอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง อาการปวดอาจรุนแรงขึ้นหรือเบาลงตลอดทั้งวัน แต่ส่วนใหญ่มักมักจะรู้สึกปวดอยู่ตลอด เกิดขึ้นมากกว่า 15 วัน/เดือน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

วิธีรักษาเมื่อปวดขมับสองข้าง

การรักษาอาการ ปวดขมับสองข้าง อาจทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • รับประทานยาบรรเทาปวดตามที่คุณหมอแนะนำ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) อย่างไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพร็อกเซน (Naproxen) แอสไพริน (Aspirin)
  • รับประทานอาหารเสริมตามที่คุณหมอแนะนำ เช่น แมกนีเซียม ไรโบฟลาวินหรือวิตามินบี 2 (Riboflavin) โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) อาจช่วยบรรเทาอาการปวดขมับสองข้างได้
  • ไปพบจิตแพทย์ นักจิตบำบัด หรือบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่น ๆ เพื่อรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และบำบัดด้วยวิธีทางการแพทย์หรือการแพทย์ทางเลือก เช่น การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioral therapy) การฝังเข็ม (Acupuncture) กายภาพบำบัด (Physical therapy)

การใช้ยาเป็นเพียงการบรรเทาอาการเบื้องต้นเท่านั้น การรักษาอาการ ปวดขมับสองข้าง ให้ได้ผลอย่างยั่งยืนจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้อาการปวดเกิดขึ้นในภายหลัง โดยอาจทำได้ด้วยการลดความตึงเครียดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการปวดขมับสองข้าง

วิธีดูแลตัวเองดังต่อไปนี้ อาจป้องกันอาการปวดขมับสองข้างได้

  • เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน
  • ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน โดยอาจเลือกออกกำลังกายแบบแอโรบิกในระดับความเข้มข้นปานกลาง เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เดินเร็ว อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับความเข้มข้นสูง เช่น เล่นเวท ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) อย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์
  • รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ ไม่ควรอดอาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้า
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้ว/วัน หรือรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผักและผลไม้ ให้มาก ๆ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ เช่น อาหารบางชนิดอย่างแอลกอฮอล์ การอดนอน การสูบบุหรี่
  • จำกัดการรับประทานยาบรรเทาปวด ควรใช้ยาเมื่อมีอาการปวดเท่านั้น และไม่ควรใช้ยาเกิน 1 ครั้งภายใน 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากการรับยาเกินขนาดอาจทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นได้
  • ปรับเปลี่ยนท่าทางการนั่ง เช่น ขณะนั่งทำงาน ให้นั่งเต็มเก้าอี้ วางขาให้ขนานกับพื้น ลำตัวตรง หลังไม่ค่อม ระวังอย่าให้ศีรษะและคอเอนไปข้างหน้าจนทำให้กล้ามเนื้อตึง
  • พักผ่อนหรือนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ระบายอากาศได้ดี และมีแสงรบกวนน้อย
  • ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น โยคะ นวดคลายกล้ามเนื้อ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ
  • ใช้เวลาร่วมกับผู้คนอันเป็นที่รัก เช่น เพื่อน ครอบครัว และพูดคุยกับคนรอบข้างเพื่อระบายสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Tension headache. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/tension-headache/symptoms-causes/syc-20353977. Accessed January 17, 2023

Tension Headaches. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/headache/tension-headaches. Accessed January 17, 2023

Headaches. https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/brain-nerves-and-spinal-cord/headaches#:~:text=Tension%20headaches%20are%20the%20most,prevent%20you%20doing%20everyday%20activities. Accessed January 17, 2023

Tension Headaches. https://www.webmd.com/migraines-headaches/tension-headaches. Accessed January 17, 2023

Tension-Type Headaches. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/8257-tension-type-headaches. Accessed January 17, 2023

ปวดหัวตรงไหน บอกอะไร. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/. Accessed January 17, 2023

 

เวอร์ชันปัจจุบัน

28/02/2024

เขียนโดย ศุภานิช สุริโย

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง

อัปเดตโดย: พลอย วงษ์วิไล


บทความที่เกี่ยวข้อง

ปวดหัวข้างเดียว เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่

ปวดหัวด้านหลัง สาเหตุ อาการ และการรักษา


ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

เนตรนภา ปะวะคัง


เขียนโดย ศุภานิช สุริโย · แก้ไขล่าสุด 28/02/2024

ad iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา