home

มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม โรคร้ายที่พบมากที่สุดในผู้หญิง ภัยเงียบที่ทำให้ผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะโรคร้ายนี้มักจะไม่มีสัญญาณเตือน รู้อีกทีอาจจะต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อไปตัดเต้านมทิ้ง ซึ่งเป็นการรักษาอาการไม่ให้รุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิต แต่ด้วยนวัตกรรมและวิทยาการด้านการแพทย์ในปัจจุบัน การตัดเต้านม ไม่ใช่ทางออกเดียวในการรักษาโรค เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและเพิ่มทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วย และยังเพิ่มแนวโน้มการรักษาให้หายขาดโดยไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด ให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุด มะเร็งเต้านมกับการรักษา การรักษามะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น โดยระยะ 0-2 ที่เป็นระยะเริ่มแรกนั้น การรักษาหลัก คือ การผ่าตัด ส่วนระยะ 3-4 คือ ระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลาม สำหรับระยะที่ 3 นั้นยังคงมีการผ่าตัดร่วมด้วยและจำเป็นต้องใช้เคมีบำบัดเข้ามาช่วยรักษา แต่ในระยะ 4 ที่เป็นระยะสุดท้าย การรักษาอาจไม่หายขาด และอาจเพิ่มความรุนแรงกระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมชนิดที่มียีนเฮอร์ทูเป็นบวก (HER2 Positive) ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดการลุกลามได้ง่าย แพร่กระจายเร็ว และมีโอกาสโรคกำเริบสูง ปัจจุบันแบ่งการรักษาเป็น 2 แบบหลัก คือ 1. การรักษาเฉพาะที่ (Local Treatment) ทำได้ 2 แบบ คือ การผ่าตัดเต้านมและฉายรังสี วิธีนี้มุ่งหวังการรักษาให้หายขาด เพราะเป็นการตัดหรือกำจัดเซลล์มะเร็งออกจากร่างกาย แต่จะทำได้ต่อเมื่อพบอาการตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม การผ่าตัดแบบเก็บเต้านมไว้ยังมีโอกาสสูง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องเตรียมพร้อมยอมรับการตัดเต้านมทิ้ง เพื่อตัดวงจร ไม่ให้โรคมะเร็งเต้านมกลับมาอีก 2. […]

เรื่องเด่น

ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

มะเร็งเต้านม

ดูเพิ่มเติม
ดูเพิ่มเติม

การดูแลทารก

ในช่วงแรก การ ดูแลทารกแรกเกิด สำหรับคุณแม่มือใหม่หลายคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะทารกพูดไม่ได้จึงแสดงออกได้เพียงทางเดียวคือการร้องไห้หรือส่งเสียง การสังเกตพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในดูแลทารกแรกเกิด เพื่อให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยหายห่วง และสานสัมพันธ์ความรักระหว่างครอบครัว Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการดูแล ทารกแรกเกิด มาฝากคุณแล้วในบทความนี้ สัญญาณบอกว่า ทารกแรกเกิด กำลังป่วย เนื่องจากทารกแรกเกิดไม่สามารถพูดได้ คุณจึงจำเป็นต้องดูแล ทารกแรกเกิด อย่างใกล้ชิด ใส่ใจสัญญาณและอาการที่ทารกแสดงออกมาเป็นพิเศษ ถ้าหากลูกน้อยของคุณมีอาการไอเล็กน้อย ท้องร่วง หรือมีอาการผิดปกติอย่างอื่นควรรีบปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุของอาการนั้น อาการต่อไปนี้เป็นสัญญาณบอกว่าลูกของคุณอาจกำลังป่วย ไม่ยอมกินอาหาร ท้องร่วงและอาเจียนมากผิดปกติ อาการหวัดแย่ลง มีผื่นขึ้น ร่างกายขาดน้ำ คือ ปัสสาวะน้อยไม่ถึงวันละ 6-8 ครั้ง, ไม่มีน้ำตาเมื่อร้องไห้ ตาตก ร้องไห้ไม่หยุด แต่ถ้าหากลูกของคุณมีอาการที่ร้ายแรงขึ้นดังต่อไปนี้ควรรีบพาไปรักษาในทันที เลือดออกไม่หยุด ทารกไม่สามรถเคลื่อนไหวได้ อุณภูมิทางทวารหนักสูงถึง 38 องศาเซสเซียส ขึ้นไป ตาและผิวมีสีเหลือง นอนมากกว่าปกติ กินหรือสัมผัสสารพิษ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่า ทารกแรกเกิด กำลังป่วย หากลูกน้อยของคุณมีอาการข้างต้น อย่านิ่งนอนใจเพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของทารกในระยะยาว และอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดูแลทารกแรกเกิด ต้องใส่ใจอะไรบ้าง หากคุณเป็นคนดูแลทารกแรกเกิดด้วยตัวเองแล้วล่ะก็ มีหลายสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากทารกบอบบาง และอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย แนวทางในการดูแลลูกน้อยของคุณ มีดังนี้ ล้างมือให้สะอาด ก่อนจับตัวทารกคุณควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเพราะทารกยังไม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย […]

การดูแลทารก

การห่อตัวทารก เป็นวิธีโบราณที่ใช้กันมานานเพื่อทำให้ทารกนอนหลับสบายขึ้น ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัย เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าการห่อตัวทารกก็อาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เช่นกัน บทความนี้จึงนำข้อแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการ ห่อตัวทารก มาฝาก ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทความนี้กันเลย ประโยชน์ของ การห่อตัวทารก ประโยชน์ของการห่อตัวทารกจะช่วยลดปฏิกิริยาการตื่นตกใจเมื่อนอนหลับ โดยคุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการกระตุกหรือตกใจตื่นขณะหลับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้การห่อตัวจึงมีประโยชน์ช่วยลดการสะดุ้งตกใจเพราะเหมือนเป็นการช่วยปลอบประโลมและทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัยนั่นเอง การห่อตัวยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งเหมือนอยู่ในครรภ์มารดาที่มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้น้อย รู้สึกเหมือนกำลังถูกกอด ช่วยให้ทารกรู้สึกสงบนอนหลับสบายมากขึ้น และร้องไห้น้อยลง วิธีการห่อตัวทารก วิธีการห่อตัวทารกต้องใช้ทั้งความรักและความเอาใจใส่ เพื่อให้พ่อแม่มือใหม่สามารถ ห่อตัวทารก ได้ด้วยความปลอดภัยในขณะหลับ วิธีการห่อตัวมี 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ พับผ้าห่อตัวเป็นสามเหลี่ยมจากนั้นพับมุมด้านหนึ่งลงมาประมาณ 6 นิ้ว วางทารกลงบนผ้า โดยให้ศีรษะอยู่เหนือรอยพับและลำตัวเหยียดตรง จากนั้นนำผ้าทางด้านซ้ายห่อแขนซ้ายและหน้าอกของทารก แล้วนำมุมผ้าสอดไว้ใต้ลำตัวด้านขวาของทารกโดยไม่ปิดแขนขวา พับมุมด้านล่างขึ้นปิดเท้าของทารกแล้วสอดเก็บไว้ใต้คางของขอบผ้าด้านบน สุดท้ายจับแขนขวาทารกให้ชิดกับลำตัวนำผ้าด้านขวาพาดปิดแขนแล้วสอดปลายผ้าไว้ใต้ตัวด้านซ้าย ข้อควรระวัง ผ้าห่อตัวควรกระชับพอดีกับตัวทารกและไม่ควรรัดแน่นจนเกินไป ผ้าห่มรอบสะโพกของทารกก็ควรหลวมพอดีเพื่อให้ทารกขยับขาได้อย่างอิสระ ถ้าหากลูกน้อยของคุณต้องการเหยียดแขนคุณสามารถปล่อยแขนทารกออกมาหนึ่งหรือสองข้างก็ได้ หรือถ้าหากลูกน้อยของคุณดิ้นมากเกินไปลองปล่อยให้ลูกน้อยของคุณอยู่อย่างอิสระเพราะไม่ใช่ทารกทุกคนที่จะชอบการห่อตัว คุณสามารถเรียนรู้ลูกของคุณได้และปรับเปลี่ยนตามความชอบของทารก ความเสี่ยงของการ ห่อตัวทารก พ่อแม่หลายคนอาจไม่เคยรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับการห่อตัวทารก เพราะการห่อตัวจะทำให้ทารกนอนหลับยาวนานขึ้นและตื่นยากขึ้น ทำให้ลดการตื่นตัวในทารกอาจส่งผลให้ทารกเสียชีวิตเพราะโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ จึงควรเลือกผ้าฝ้ายแผ่นบาง ๆ เช่น ผ้ามัสลิน ใช้ในการห่อตัวและต้องจับลูกน้อยนอนหงายตลอดเวลาด้วย การนอนร่วมกับลูกน้อยโดยไม่ ห่อตัวทารก อาจปลอดภัยกว่า เพราะการห่อตัวอาจทำให้ทารกร้อนมากเกินไปเพราะบนที่นอนมีทั้ง หมอน มุ้ง หรือการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรค […]

ทารกคลอดก่อนกำหนด

โดยส่วนใหญ่การตั้งครรภ์มักใช้ระยะเวลาประมาณ 40-42  สัปดาห์ แต่หากเป็นทารกที่คลอดเร็วกว่านั้นอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป เราจะเรียกว่า ทารกคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจจะมีร่างกายไม่แข็งแรงและต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อที่จะให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น บทความนี้ได้รวบรวม สาเหตุและวิธี ดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนแล้ว เพื่อสุขภาพของลูกน้อยที่น่ารักถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน ทำไมทารกจึง คลอดก่อนกำหนด ตามปกติแล้วแพทย์มักจะไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าทำไมทารกจึงคลอดก่อนกำหนด ในบางครั้งอาจเป็นเพราะสุขภาพของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ แม่บางคนอาจเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือไต การติดเชื้อที่ถุงน้ำคร่ำหรือทางเดินปัสสาวะ หรืออาจมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด เลือดออกจากรกเกาะต่ำ หรือรกแยกตัวออกจากครรภ์ ครรภ์ไม่ปกติ อุ้มท้องเด็กมากกว่า 1 คน ในครั้งเดียว มีน้ำหนักน้อยในระหว่างตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด หรือดื่มสุราขณะตั้งครรภ์ ข้อควรรู้ก่อน ดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกคลอดก่อนกำหนด ต้องการการดูแลแบบเดียวกับทารกทั่วไป เพียงแต่ต้องเพิ่มการดูแลเป็นพิเศษสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนดบางคน ในเบื้องต้นแพทย์จะพิจารณาดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่โรงพยาบาล เมื่อร่างกายทารกสมบูรณ์แล้วจึงสามารถกลับบ้านได้ เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้ ทารกคลอดก่อนกำหนดอาจมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย ต้องการความอบอุ่นและการเลี้ยงดูเป็นพิเศษ ดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีภาวะแทรกซ้อน ทารกที่ติดเชื้อต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ทารกบางคนอาจไม่หายใจจึงจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยด่วนโดยใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อเพิ่มออกซิเจน เครื่องอุ่นสำหรับทารก ทารกคลอดก่อนกำหนดบางคนจำเป็นต้องใช้เครื่องอุ่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายในขณะเฝ้าติดตามอาการ เมื่อร่างกายของ ทารกคลอดก่อนกำหนด แข็งแรงขึ้นและได้รับคำยืนยันจากแพทย์ว่าสามารถกลับบ้านได้ การดูแลทารกคลอดก่อนกำหน้า ที่บ้านก็สำคัญเช่นกัน สิ่งสำคัญในการดูแล ทารกคลอดก่อนกำหนด อุณภูมิ อุณภูมิสำหรับทารกต้องสบายและปลอดภัย โดยคุณสามารถปรับอุณภูมิในบ้านให้พอเหมาะได้ด้วยเครื่องปรับอากาศ […]

โรคมะเร็ง

ดูเพิ่มเติม
ดูเพิ่มเติม

โรคทางเดินหายใจ

อาการปอดอักเสบ ถือว่าเป็นภาวะทางสุขภาพที่ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่สามารถนำพาให้คุณไปสู่อาการเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าอาจมาจาก โรคนิวโมคอคคัส หรือเชื้อแบคทีเรีย นิวโมคอคคัส แต่จะมีวิธีรักษาทางการแพทย์อย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันได้เลยค่ะ โรคนิวโมคอคคัส คืออะไร โรคนิวโมคอคคัส (Pneumococcal disease) เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า นิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อย และสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวข้องกับไต ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ รวมไปถึงพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นต้น การติดเชื้อโรค นิวโมคอคคัส สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน โรคนิวโมคอคคัสที่ไม่แพร่กระจาย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจส่วนบน จนก่อให้เกิดภาวะต่าง ๆ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ โรคนิวโมคอคคัสที่แพร่กระจาย โรคนิวโมคอคคัสประเภทนี้อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อภายในกระแสเลือดโดยตรง ทำให้ส่งผลรุนแรงต่อร่างกาย และอาจทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือโรคปอดบวม ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคนิวโมคอคคัส ช่วงวัยเด็ก เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคตับ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง น้ำหล่อเลี้ยงสมองรั่ว และไขสันหลังรั่ว ช่วงวัยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ […]

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ปอดเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกาย แต่โดยปกติแล้วปอดนั้นจะต้องพบเจอทั้ง มลภาวะทางอากาศ ควันบุหรี่ หรือควันรถยนต์ และสิ่งที่เป็นอันตรายต่าง ๆ ที่เราสูดหายใจเข้าไป จนอาจทำให้ปอดทรุดโทรมลง และไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น Hello คุณหมอ ขอเชิญชวนคุณให้หันมาดูแลปอดของเราให้แข็งแรง ด้วยการรับประทาน อาหารบำรุงปอด ที่จะช่วยฟื้นฟูและป้องกันสุขภาพของปอดให้แข็งแรง และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาหารกับปอด เกี่ยวข้องกันอย่างไร ในระหว่างกระบวนการเผาผลาญอาหารนั้น ออกซิเจนมีความสำคัญมากในการช่วยเผาผลาญโมเลกุลสารอาหาร และเมื่อสารอาหารต่างๆ เช่น น้ำตาล ใยอาหาร ไขมัน และโปรตีน กลายเป็นพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้แล้ว ของเสียที่ได้จากกระบวนการเผาผลาญอาหารนี้ จะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เราปล่อยออกไปเมื่อหายใจออก อาหารแต่ละชนิดนั้นต้องการออกซิเจนในกระบวนการเผาผลาญที่แตกต่างกัน ทั้งยังผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้นความสามารถในการหายใจจึงแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease ; COPD) หากรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ และรับประทานไขมันดีเยอะ จะทำให้สามารถหายใจได้สะดวกขึ้น เพราะใช้ออกซิเจนในการเผาผลาญน้อยนั่นเอง อาหารบำรุงปอด ที่ควรรับประทาน อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ นม ชีส เนื้อแดง เนื้อปลา และถั่วต่างๆ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจ วอลนัท ถั่ววอทนัทเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 3 […]

ปัญหาระบบทางเดินหายใจแบบอื่น

เมื่อพูดถึงโรคของระบบทางเดินหายใจ เราอาจจะนึกถึงโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ที่พบได้บ่อย แต่ก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นแล้วก็สามารถรักษาให้หายไปได้ ขณะที่ยังมีโรคของระบบทางเดินหายใจ ที่เป็นโรคเรื้อรังอย่างเช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืด ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งหากไม่อยากเผชิญกับปัญหาสุขภาพเหล่านี้ หนึ่งในสิ่งที่เราสามารถทำได้ ก็คือการ ดูแลสุขภาพปอด ให้แข็งแรงนั่นเอง สุขภาพปอด กับโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินหายใจ มีบทบาทสำคัญในการส่งออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่กำจัดของเสียคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียที่เป็นพิษ รวมถึงควบคุมอุณหภูมิและรักษาสมดุลของกรด-ด่างในเลือด (ค่า pH) โดยปกติแล้ว ระบบทางเดินหายใจมีวิธีในการป้องกันไม่ให้สิ่งอันตรายในอากาศเข้าสู่ปอด และทำให้ สุขภาพปอด แย่ลง โดยขนจมูกจะช่วยกรองอนุภาคขนาดใหญ่ และขนขนาดเล็กมากที่เรียกว่า ซีเลีย (cilia) ที่พบตามทางเดินอากาศ จะเคลื่อนที่ไปมาในลักษณะเหมือนการปัดกวาด เพื่อทำให้ทางเดินอากาศสะอาด นอกจากนี้ยังมีของเหลวที่เป็นเมือก (Mucus) ที่ผลิตมาจากเซลล์ที่อยู่ในท่อลมและหลอดลมปอด ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นของทางเดินอากาศ และช่วยยับยั้งฝุ่นละออง แบคทีเรีย และไวรัส รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ และสารอื่นๆ ไม่ให้เข้าสู่ปอด อย่างไรก็ตาม ระบบทางเดินหายใจของเราก็สามารถเสียสมดุล และเกิดอาการเจ็บป่วยได้ด้วยหลายสาเหตุ ทั้งจากการติดเชื้อ จากการสูดดมสารพิษจำนวนมากหรืออย่างต่อเนื่อง ยังไม่นับปัจจัยทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อปอดและอวัยวะอื่นๆ ในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของเราเองที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อปอด เช่น การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะ หรือการสูบบุหรี่ เราจะ ดูแลสุขภาพปอด […]

โรคภูมิแพ้

ดูเพิ่มเติม
ดูเพิ่มเติม

วัคซีน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายคนเริ่มวิตกกังวล และน่าจะถามตัวเองด้วยคำถามเดิม ๆ ทุกวันว่า “นี่เราติดแล้วหรือยัง” ยิ่งคนเป็นพ่อเป็นแม่ นอกจากจะกลัวตัวเองติดโรคแล้ว ยังต้องมานั่งกลัวลูกรักของตัวเองป่วยเป็นโรคนี้ด้วย โดยเฉพาะหากเป็นเด็กทารกกับเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และถึงแม้ตอนนี้หลายประเทศจะคิดค้นและผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วเด็กทารกกับเด็กเล็กจะรับ วัคซีนโควิด-19 ได้ไหม วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้มาให้คุณแล้ว ความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในเด็ก โดยปกติแล้ว เด็กถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคโควิด-19 ในระดับรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ เด็กที่ป่วยเป็นโควิด-19 มักมีอาการอย่างอ่อน หรือไม่แสดงอาการเลย และบางราย อาจมีภาวะที่เรียกว่า กลุ่มอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ (Multisystem Inflammatory Syndrome หรือ MIS) ที่ทำให้มีไข้ เกิดการอักเสบในอวัยวะหลายส่วน และทำให้อวัยวะล้มเหลวได้ในที่สุด แต่ก็ถือเป็นกรณีที่พบได้ยาก วัคซีนโควิด-19 กับทารกและเด็กเล็ก ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ระบุว่า ในปัจจุบันนี้ มีการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่แนะนำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 […]

ไวรัสโคโรนา

ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก ไม่ว่าจะออกไปไหน หยิบจับอะไร เป็นต้องใช้เจลแอลกอฮอล์เช็ดหรือฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาด แม้กลับบ้านแล้วก็ต้องล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยสบู่หรือเจลทำความสะอาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ยานพาหนะเป็นหนึ่งสิ่งที่ใช้เป็นประจำ ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ซื้อของ ซึ่งการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคในรถ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะรถไม่ได้ออกแบบมาให้ทนทานต่อน้ำยาทำความสะอาด ที่สำคัญคือรถหนึ่งคันมีพื้นผิวที่หลากหลาย แต่ละส่วนต้องการการดูแลที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การทำความสะอาดรถป้องกันเชื้อโรค มาให้อ่านกันค่ะ ผลิตภัณฑ์ ฆ่าเชื้อโรคในรถ ที่ควรใช้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) แนะนำว่าการใช้สบู่ น้ำสะอาด และแอลกอฮอล์ที่มีไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) อย่างน้อยร้อยละ 70 เป็นผลิตภัณฑ์ มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโคโรนา ได้ และมีความปลอดภัยสำหรับใช้ภายในยานพาหนะ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาว ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) และสารแอมโมเนีย (Ammonia) ก็มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน แต่อาจทำลายเบาะที่ทำจากหนัง ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีได้ ที่สำคัญ ควรระมัดระวังห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงในการใช้ทำความสะอาดที่หน้าจอสัมผัส (Touch Screens) แอลกอฮอล์ที่มีไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) แอลกอฮอล์ที่มีไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) อย่างน้อยร้อยละ 70 […]

ไวรัสโคโรนา

ในช่วงโควิด-19 ระบาด คนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้าน พยายามออกไปข้างนอกให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค แต่รูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ชอบ การไปเดินออกกำลังกาย ในที่สาธารณะ เช่น ทางเดินส่วนกลางในหมู่บ้าน ถนนรอบหมู่บ้าน สวนสาธารณะ แต่ตอนนี้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ดูจะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว หลายคนจึงเริ่มกลับมาใช้ชีวิตเหมือนที่เคย Hello คุณหมอ เลยมีเคล็ดลับใน การไปเดินออกกำลังกาย นอกบ้าน ในช่วงโควิด-19 ระบาดมาฝาก คุณจะได้ทำกิจกรรมโปรดได้อย่างปลอดภัย และไม่เสี่ยงติดไวรัสด้วย เทคนิคใน การไปเดินออกกำลังกาย ช่วงโควิด-19 ระบาด 1. แต่งกายให้เหมาะสมกับ การไปเดินออกกำลังกาย นอกบ้าน Harvard Health Publishing แนะนำว่า การเดิน ออกกำลังกายในระดับปกติ หรือความเร็วปานกลาง คุณสามารถสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยได้ เพื่อป้องกันละอองฝอย เช่น น้ำลาย เสมหะ จากผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่หน้ากาก N95 เพราะอาจทำให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เลือกเสื้อผ้าทรงหลวม สวมใส่สบาย เนื้อผ้าซึมซับเหงื่อได้ดีและแห้งเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากการเดิน ออกกำลังกาย การไปเดินออกกำลังกาย ในบริเวณที่มีรถสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วงค่ำ หรือตอนกลางคืน คุณควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่สีอ่อน […]

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

x

Hello คุณหมอ ให้ข้อมูลที่คุณต้องการมากที่สุด

Hello คุณหมอ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพ

ผลการวิจัย

1

ผลการวิจัย

บทความทั้งหมดเกี่ยวกับ Hello คุณหมอ ได้รับการค้นคว้าและเขียนอย่างละเอียด โดยอ้างอิงจากการศึกษา ข่าวสาร และบทวิจารณ์ล่าสุด จากสถาบันการศึกษาและการแพทย์ที่มีชื่อเสียง

ตรวจสอบแล้ว

2

ตรวจสอบแล้ว

บทความในเว็บไซต์ของเรา ได้รับการตรวสอบจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ติดตาม

3

ติดตาม

บทความของเราได้มีการทำงานร่วมกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้องหาของเราถูกต้องและครบถ้วน

เชื่อถือได้

4

เชื่อถือได้

Hello คุณหมอ ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพชั้นนำ ที่มุ่งเน้นในการเขียนเนื้อหาที่ถูกต้อง ตรงประเด็น และเป็นปัจจุบันมากที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเรื่องสุขภาพได้ดีขึ้น