อัปเดทข่าวสารล่าสุด และทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ COVID-19 ที่นี่

home

พ่อแม่เลี้ยงลูก

สิ่งสำคัญในการดูแลไม่ให้ลูก ๆ ติดเชื้อง่าย ป่วยบ่อย ๆ นอกจากการป้องกันตัวเองและครอบครัวด้วยการรักษาระยะห่างเมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือการดูแลสุขลักษณะด้วยการล้างมือ รับประทานอาหารปรุงสุกแล้ว ยังรวมถึงการดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งอาจมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่า ดังนั้นการเสริมสร้างร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านก็ตาม การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก ๆ ความจริงแล้วไม่ต่างกับวัยผู้ใหญ่ ซึ่งมีหลักปฏิบัติพื้นฐานคือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงภาวะเครียด แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เร่งรีบ การได้รับสารอาหารครบถ้วน ออกกำลังกายกลางแจ้ง กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกายนอกบ้านได้เช่นเคย ดังนั้นการมองหาตัวช่วยเสริมเพื่อให้เด็ก ๆ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีภูมิต้านทานโรคแข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ   โพรไบโอติก แบคทีเรียดี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูก โพรไบโอติก (Probiotics) คือ จุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ซึ่งเมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา ปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ และมีงานวิจัยออกมารองรับว่าบางสายพันธุ์มีประโยชน์ในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับข้อมูลที่ว่าโพรไบโอติกพบได้ใน นมเปรี้ยว โยเกิร์ต และกิมจิ อย่างไรก็ตามโพรไบโอติกแต่ละสายพันธุ์ออกฤทธิ์ต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการ โดยจะต้องยืนยันด้วยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางการแพทย์ เพราะคุณสมบัติที่ต้องการอาจพบในโพรไบโอติกบางสายพันธุ์เท่านั้น ตัวอย่างเช่น โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 […]

เรื่องเด่น

การตั้งครรภ์

การคลอด

อาการเจ็บท้องคลอด เป็นกระบวนการทำงานของมดลูกที่เริ่มมีการขยายตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์​ โดยมักเกิดอาการในช่วงสัปดาห์ที่ 28 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกที่บ่งบอกว่าทารกในครรภ์นั้นใกล้ถึงช่วงเวลาที่จะออกมาเผชิญกับโลกภายนอก คุณแม่ควรสังเกตอาการเจ็บท้องคลอดของตนเองและเตรียมพร้อมเพื่อไปพบคุณหมอทันที [health-tool template="due-date"] อาการเจ็บท้องคลอด อาการเจ็บท้องคลอดเป็นสัญญาณเตือนว่าทารกใกล้คลอดออกจากท้องคุณแม่ตั้งครรภ์และอาจสามารถสังเกตได้จากอาการอื่น ๆ ร่วม ดังนี้ ท้องร่วง คุณแม่อาจมีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงใกล้คลอด หน้าท้องเปลี่ยนแปลง อาการนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อทารกกลับหัวนำศีรษะลงไปบริเวณกระดูกเชิงกรานหรือปากมดลูกเพื่อเตรียมตัวออกจากท้องของมารดา จึงอาจทำให้หน้าท้องมีลักษณะต่ำลง มีเลือดออก ปากมดลูกอาจมีเลือดปนมากับมูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกโพรงมดลูกเข้าสู่ทารกในครรภ์ ถุงน้ำคร่ำแตก ช่วงใกล้คลอดถุงน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มทารกในครรภ์อาจแตกและไหลออกมา โดยสามารถเกิดขึ้นได้หลายชั่วโมงก่อนคลอดบุตร หากมีอาการเจ็บท้องและถุงน้ำคร่ำแตกออกควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและแจ้งให้หมอทราบเพื่อเตรียมตัวคลอดอย่างทันท่วงที ระยะเวลาเจ็บท้องคลอด อาการเจ็บท้องคลอด จนถึงช่วงคลอดทารกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1  เป็นระยะแรกที่ปากมดลูกของคุณแม่ขยายออกประมาณ 4 เซนติมเตร มดลูกเริ่มมีการหดตัวทุก ๆ 60-90 วินาที จนกว่ามดลูกจะขยายตัวถึง 10 เซนติเมตร ซึ่งบางคนอาจใช้เวลานานกว่า 4-8 ชั่วโมง จึงทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บท้องอย่างรุนแรง ในระยะนี้คุณแม่ควรควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อลดความเสี่ยงอาการท้องผูกและภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้คุณหมออาจแนะนำให้คุณพ่อหรือคนรอบข้างคอยให้กำลังใจ หรือพาคุณแม่ลุกเดิน เปิดเพลง อาบน้ำ เพื่อช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ระยะที่ 2  เมื่อปากมดลูกของคุณแม่เปิดจนสุด ทารกจะเคลื่อนไปทางปากช่องคลอด คุณหมออาจให้เริ่มออกแรงเบ่ง หรือกดท้องคุณแม่อย่างเบามือ เพื่อเสริมแรงดันทารกให้ออกจากท้องสู่โลกภายนอก คุณแม่อาจมีความรู้สึกเหมือนกับการเบ่งถ่ายอุจจาระ […]

ไตรมาสที่ 2

คุณแม่ที่กำลังตั้ง ท้อง5เดือน หรืออายุครรภ์ 18-21 สัปดาห์ เป็นการตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายของคุณแม่และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อย่างเห็นได้ชัดโดยเริ่มจากท้องคุณแม่ที่เริ่มขยายใหญ่ อาการแพ้ท้องบรรเทาลงกว่าช่วงของการตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อีกทั้งทารกในครรภ์อาจเริ่มมีการเคลื่อนไหวในท้องที่คุณแม่สามารถรับรู้ได้ การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ ท้อง5เดือน คุณแม่ที่ตั้งท้อง 5 เดือน หรืออยู่ในช่วงไตรมาสที่ 2  อาจพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและอารมณ์ ดังนี้ ขนาดหน้าท้องและหน้าอก เมื่อทารกในครรภ์เจริญเติบโต มดลูกของคุณแม่จะขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้ทารกในครรภ์มีพื้นที่เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้หน้าอกของคุณแม่จะขยายขนาดขึ้น เนื่องจากเป็นการกักเก็บน้ำนม เพื่อเตรียมให้ทารกกินหลังคลอดได้อย่างเพียงพอ ซึ่งบางคนอาจมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย คุณแม่จึงควรเลือกสวมใส่เสื้อชั้นในที่ให้ความสบายไม่กดทับ เช่น สปอร์ตบรา อารมณ์เปลี่ยนแปลง  คุณแม่อาจรู้สึกเหนื่อยน้อยลงกว่าช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสแรก แต่อาจมีความเครียด หรือความกังวลมากขึ้นเนื่องจากใกล้เข้าสู่ช่วงคลอดบุตร เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล ควรศึกษาถึงการเลี้ยงทารกหลังคลอด เพื่อเตรียมตัวเลี้ยงทารกได้อย่างปลอดภัย สีของผิวหนัง  การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้กระตุ้นเมลานินที่เป็นเซลล์สร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น โดยส่งผลให้เกิดฝ้าบนใบหน้า เส้นสีดำบนหน้าท้อง รอยแตกลายบริเวณขา หน้าอก หน้าท้อง ก้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักจะเกิดขึ้นกับสตรีตั้งครรภ์และอาจจางลงหลังคลอด อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด หรือทาครีมกันแดดป้องกัน เพราะแสงแดดอาจส่งผลให้ปัญหาแย่ลงได้ วิงเวียนศีรษะ  คุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเลือดที่ไหลเวียน ที่อาจทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะได้ เพื่อความปลอดภัยคุณแม่ไม่ควรยืนเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้มาก ๆ และเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ  ปวดขา เนื่องจากท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นจากการเจริญเติบโตของทารกอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ส่งผลให้ขาที่รองรับน้ำหนักเป็นเวลานานอาจมีอาการปวดขา หรือเป็นตะคริวได้โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน […]

ไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนา

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยืดเยื้อมาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว นับตั้งแต่มีการระบาดครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2562 วงการแพทย์ก็เร่งศึกษาโรคอุบัติใหม่นี้ จนสามารถสร้าง วัคซีนโควิด-19 ได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น และตอนนี้หลายประเทศก็ได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตจากโรค การฉีดวัคซีนถือเป็นวิธีลดการแพร่ระบาดของโรคที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน และประเทศไทยเองก็เลือกรับมือกับโรคโควิด-19 ด้วยวิธีนี้เช่นกัน สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า การรับวัคซีนโควิด-19 สำคัญอย่างไร และเราควรเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบมาให้คุณแล้ว การรับวัคซีนโควิด-19 สำคัญอย่างไร แนวคิดเรื่องการฉีดวัคซีน มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ผู้คนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย เป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไข้หวัดใหญ่ และในยุคนี้ก็มี วัคซีนโควิด-19 ที่คิดค้นขึ้นเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยแต่ละประเทศพยายามให้ประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึง เนื่องจากการรับวัคซีนโควิด-19 นั้นมีความสำคัญดังนี้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยลดความรุนแรงของอาการที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคโควิด-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2564 เผยว่า มีวัคซีนโควิด-19 แค่ 3 ยี่ห้อ คือ Pfizer […]

ไวรัสโคโรนา

กระแสข่าวเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยหลายคนเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังเข้ารับวัคซีนโควิด-19 และลังเลอยู่ว่าจะเข้ารับวัคซีนดีหรือไม่ แต่ความจริงแล้ว การฉีดวัคซีนอาจไม่ได้ร้ายแรงและน่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด เรื่องนี้จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ เลยค่ะ สถานการณ์โควิด-19 กับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ข่าวสารเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 นับว่าเป็นกระแสข่าวที่ประชาชนชาวไทยหลายคนให้ความสนใจ เพราะรู้สึกกังวลในเรื่องของความปลอดภัยหลังฉีด ไม่มั่นใจระหว่างฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดวัคซีนอันไหนจะดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน  องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะได้รับผลข้างเคียงเล็กน้อยถึงปานกลางหลังได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เช่น มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำลังตอบสนองต่อวัคซีน และกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางชนิด โดยเฉพาะแอนติเจน สารที่ก่อให้เกิดการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอะไรบ้าง ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 มีดังต่อไปนี้ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดเมื่อยบริเวณที่ฉีดวัคซีน ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว บริเวณกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าวัคซีนจะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาว่าปลอดภัย แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนจะมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง โดยผลข้างเคียงจะอยู่เพียง 12-24 ชั่วโมงหลังการฉีดวัคซีน หากร่างกายมีผลข้างเคียงนานเกิน 48 ชั่วโมง ควรติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำในการรักษาตามลำดับขั้นตอนต่อไป ติดเชื้อโควิดมาก่อน ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือไม่? สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้ ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เสมอ แม้ว่าจะเคยเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน […]

ไวรัสโคโรนา

เชื่อว่า! หลายคนเมื่อ ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หรือต้องโทรแจ้งหน่วยงานไหน บทความนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ทุกคนค่ะ ขออาสาพาทุกคนมาดูกันค่ะว่าหลังจากติดเชื้อโควิด-19 จะต้องเตรียมตัวและปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ควรทำอย่างไร? เมื่อเรา ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำไว้ ดังต่อไปนี้ เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ เช่น บัตรประชาชน ผลตรวจโควิด-19 โทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งหน่วยงานที่รองรับเพื่อเข้ารับการรักษา เช่น เบอร์ 1330 1669 1668 เป็นต้น งดออกจากที่พักของตนเองหรือเดินทางข้ามจังหวัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษผิด พ.ร.บ. โรคติดต่อ ( พ.ศ.2558 มาตรา 34) แนะนำให้อยู่ในห้องกักตัวคนเดียว แยกเป็นสัดส่วน หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัวรวมถึงการพบปะผู้คน (หากห้องน้ำสามารถแยกใช้สำหรับคนเดียวได้ ควรแยกใช้) หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และเช็ดตัวบ่อย ๆ เพื่อลดไข้ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและควรแยกของใช้ส่วนตัว วิธีดูแลตนเองขณะอยู่บ้าน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้ารับการรักษา เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แต่มีความจำเป็นต้องดูแลตนเองอยู่บ้าน ขณะรอการรับการรักษา ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกมาข้างนอกห้องหรือต้องเข้าใกล้ผู้อื่น  ควรมีห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวแยกกักตัวจากผู้อื่น […]

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

Metabolism คือ กระบวนการเผาผลาญและกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารอาหารที่กินหรือดื่มเข้าสู่ร่างกายให้เป็นพลังงาน เพื่อไปใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การหายใจ การไหลเวียนของเลือด การปรับระดับฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงการเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  [health-tool template="bmr"] Metabolism คืออะไร  เมแทบอลิซึม (Metabolism) คือ กระบวนการทางเคมีที่ช่วยให้ร่างกายทำงานตามปกติ กระบวนการนี้รวมถึงกระบวนการสร้างและซ่อมแซมร่างกาย และกระบวนการที่สลายสารอาหารจากอาหาร หลังจากที่กินอาหาร ระบบย่อยอาหารจะใช้เอนไซม์ ในการย่อยโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโน เปลี่ยนไขมันให้เป็นกรดไขมัน เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล เมื่อมีการทำกิจกรรมใด ๆ ร่างกายจะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งสารเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดนำพาไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย หลังจากเข้าไปยังเซลล์แล้ว เอ็นไซม์อื่น ๆ จะช่วงเร่งและควบคุมปฏิกริยาทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ โดยกระบวนการทางเคมีทั้ง 2 มีรายละเอียดการทำงาน ดังต่อไปนี้ กระบวนการสร้าง (Anabolism) คือ กระบวนการสร้างและซ่อมแซมร่างกายอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงเป็นกระบวนการที่ร่างกายแปรเปลี่ยนสิ่งที่รับประทานและดื่มให้เป็นพลังงาน หากรับประทานอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน สารอาหารส่วนเกินจะสะสมอยู่ในร่างกายในรูปของไขมัน กระบวนการสลาย (Catabolism) คือ กระบวนการสลายสารโมเลกุลใหญ่ เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โดยจะสลายสารอาหารให้อยู่ในรูปพลังงานที่นำไปเสริมสร้างการเจริญเติบโต […]

ข้อมูลโภชนาการ

ปลาแซลมอน เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันและเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 วิตามิน แร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่บางครั้งการรับประทานปลาแซลมอนมากเกินไป อาจทำให้ได้รับสารปรอทที่ก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อสุขภาพ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง อารมณ์แปรปรวน ปัญหาด้านความจำ ก่อนเลือกซื้อรับประทานควรศึกษาสารอาหาร ประโยชน์ และข้อควรระวังของปลาแซลมอน เพื่อความปลอดภัย สารอาหารในปลาแซลมอน ปลาแซลมอน ประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินบี 12  วิตามินบี 12 หรือโคบาลามิน (Cobalamin) เป็นวิตามินละลายน้ำเช่นเดียวกับวิตามินบีอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ปรับปรุงการทำงานของเส้นประสาท และส่งเสริมการทำงานของเมแทบอลิซึมที่ช่วยเปลี่ยนแปลงสารอาหารเป็นพลังงาน หากร่างกายขาดวิตามินบี 12  อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง เหนื่อยล้าง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เส้นประสาทถูกทำลาย อารมณ์แปรปรวน และกระบวนการย่อยอาหารทำงานผิดปกติไม่อาจดูดซึมสารอาหารสำคัญได้ วิตามินบี 6 วิตามินบี 6 หรือไพริดอกซิน (Pyridoxine) ที่มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาทและพัฒนาการสมอง อีกทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมีการทำงานในการต้านเชื้อโรค เชื้อไวรัสได้ดีขึ้น ผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินบี 6 อาจเกิดขึ้นต่อเมื่อร่างกายขาดวิตามินบีชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น วิตามินบี 12 กรดโฟลิก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะร่างกายขาดสารอาหารระดับรุนแรง […]

การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ควรกินยังไงให้ผอมและดีต่อสุขภาพ การเลือกอาหารที่ให้พลังงานและแคลอรี่ต่ำจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของการลดและควบคุมน้ำหนัก ควรแบ่งการกินอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ  6 มื้อ ไม่ควรละเลยอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่ให้พลังงานตลอดทั้งวันและช่วยให้อิ่มนานมากขึ้น ไม่ควรอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักแต่ควรจัดสรรทั้งเวลาและประเภทของอาหารให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ จะช่วยลดความรู้สึกหิวโหยระหว่างวันและส่งผลให้ผอมลงได้ กินยังไงให้ผอม การกินอาหารอาจเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักหรือการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจาก การกินอาหารในแต่ละมื้ออาจมีปริมาณแคลอรี่ที่ส่งผลต่อน้ำหนัก ดังนั้น การจัดมื้ออาหารและการเลือกประเภทอาหารให้เหมาะสมอาจช่วยให้ผอมลงได้ การกินอาหาร 6 มื้อต่ออาจวันช่วยให้ผอมลง การกินอาหารมื้อเล็ก ๆ ตลอดทั้งวันอาจช่วยลดความอยากอาหาร และยังส่งผลดีต่อสุขภาพช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลดความหิวและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่การกินอาหารแบบแบ่งเป็น 6 มื้อ/วัน อาจไม่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่และไขมันที่สะสมในร่างกาย ดังนั้น การกินอาหารแบบแบ่งเป็น 6 มื้อควรควบคู่ไปกับการเลือกประเภทอาหารด้วย เพื่อไม่เพิ่มเป็นแคลอรี่สะสมในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ในแต่ละวันดียิ่งขึ้นส่งผลให้ผอมลงได้ ถึงแม้ว่า การกินอาหารแบบแบ่งเป็น 6 มื้อ อาจไม่ช่วยเร่งการเผาผลาญ แต่สามารช่วยควบคุมความหิวได้ ทำให้ท้องไม่ว่างเกินไปในระหว่างรออาหารมื้อถัดไป แต่หากปล่อยให้ท้องว่างอาจทำให้หิวมากขึ้น และมีแนวโน้มจะกินอาหารมากเกินไป เนื่องจาก เมื่อร่างกายไม่ได้รับอาหารประมาณ 3 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลง เมื่อผ่านไป 4 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มย่อยอาหารในร่างกาย และเมื่อผ่านไปอีก 5 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงมากขึ้นส่งผลให้ร่างกายรู้สึกหิว และต้องการกินอาหารจำนวนมากเพื่อเพิ่มพลังงาน สำหรับการกินอาหารมื้อสุดท้ายไม่ควรเกิน 6 โมงเย็น เพื่อให้ร่างกายมีเวลาย่อยอาหารและไม่รู้สึกอึดอัดร่างกายก่อนเข้านอน ความสำคัญของอาหารเช้า หากจะกินยังไงให้ผอม […]

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพอื่น ๆ

Hello คุณหมอ ให้ข้อมูลที่คุณต้องการมากที่สุด

Hello คุณหมอ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพ

ผลการวิจัย

1

ผลการวิจัย

บทความทั้งหมดเกี่ยวกับ Hello คุณหมอ ได้รับการค้นคว้าและเขียนอย่างละเอียด โดยอ้างอิงจากการศึกษา ข่าวสาร และบทวิจารณ์ล่าสุด จากสถาบันการศึกษาและการแพทย์ที่มีชื่อเสียง

ตรวจสอบแล้ว

2

ตรวจสอบแล้ว

บทความในเว็บไซต์ของเรา ได้รับการตรวสอบจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ติดตาม

3

ติดตาม

บทความของเราได้มีการทำงานร่วมกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้องหาของเราถูกต้องและครบถ้วน

เชื่อถือได้

4

เชื่อถือได้

Hello คุณหมอ ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพชั้นนำ ที่มุ่งเน้นในการเขียนเนื้อหาที่ถูกต้อง ตรงประเด็น และเป็นปัจจุบันมากที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเรื่องสุขภาพได้ดีขึ้น

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเรานั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยให้คุณได้รับข้อมูลด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าถึงง่าย และเป็นประโยชน์ พร้อมที่จะคอยให้คำแนะนำตลอดการเดินทางของคุณ เพื่อทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และชีวิตที่มีความสุขมากยิ่งขึ้น