อัปเดทข่าวสารล่าสุด และทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ COVID-19 ที่นี่

home

พ่อแม่เลี้ยงลูก

สิ่งสำคัญในการดูแลไม่ให้ลูก ๆ ติดเชื้อง่าย ป่วยบ่อย ๆ นอกจากการป้องกันตัวเองและครอบครัวด้วยการรักษาระยะห่างเมื่อต้องออกนอกบ้าน หรือการดูแลสุขลักษณะด้วยการล้างมือ รับประทานอาหารปรุงสุกแล้ว ยังรวมถึงการดูแลตัวเองเพิ่มเติมเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งอาจมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่า ดังนั้นการเสริมสร้างร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านก็ตาม การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก ๆ ความจริงแล้วไม่ต่างกับวัยผู้ใหญ่ ซึ่งมีหลักปฏิบัติพื้นฐานคือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงภาวะเครียด แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เร่งรีบ การได้รับสารอาหารครบถ้วน ออกกำลังกายกลางแจ้ง กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกายนอกบ้านได้เช่นเคย ดังนั้นการมองหาตัวช่วยเสริมเพื่อให้เด็ก ๆ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และมีภูมิต้านทานโรคแข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ   โพรไบโอติก แบคทีเรียดี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูก โพรไบโอติก (Probiotics) คือ จุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ซึ่งเมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา ปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ และมีงานวิจัยออกมารองรับว่าบางสายพันธุ์มีประโยชน์ในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับข้อมูลที่ว่าโพรไบโอติกพบได้ใน นมเปรี้ยว โยเกิร์ต และกิมจิ อย่างไรก็ตามโพรไบโอติกแต่ละสายพันธุ์ออกฤทธิ์ต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการ โดยจะต้องยืนยันด้วยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางการแพทย์ เพราะคุณสมบัติที่ต้องการอาจพบในโพรไบโอติกบางสายพันธุ์เท่านั้น ตัวอย่างเช่น โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM 17938 […]

เรื่องเด่น

โรคมะเร็ง

มะเร็งแบบอื่น

เมื่อพูดถึง “มะเร็ง” หลายคนคงรู้ดีว่า เป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วอาจจะรักษาหายได้ยาก หรือบางครั้งถ้าตรวจพบช้าก็สามารถคร่าชีวิตได้ มะเร็งนั้นมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งปอด มะเร็งตับ หรือมะเร็งลำไส้ เป็นต้น นอกจากมะเร็งที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมี โรคมะเร็งที่พบได้ยาก อยู่ด้วย ว่าแต่โรคมะเร็งที่พบได้ยากนั้นมีอะไรบ้าง ลองมาติดตามกัน โรคมะเร็ง คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร โรคมะเร็ง (Cancer) คือ ภาวะที่เซลล์ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เซลล์มีการเจริญเติบโตมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุม และจำกัดขอบเขตได้ ทำให้มีการลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง เช่น เข้าต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายเข้าหลอดเลือด กระแสเลือด และหลอดน้ำเหลืองไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย มะเร็งบางชนิดอาจไม่มีความผิดปกติของร่างกายใดๆ ให้เห็น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการการตรวจคัดกรอง (Screening For Cancer) เป็นการตรวจโรคในระยะต้น สาเหตุการเกิดนั้นยังไม่ระบุได้แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม หรือการรับสารเคมี รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ โรคมะเร็งที่พบได้ยาก มีอะไรบ้าง  สำหรับ โรคมะเร็งที่พบได้ยาก นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคมะเร็งชนิดหายากแต่ละประเภท สำหรับตัวอย่างของโรคมะเร็งที่พบได้ยาก ได้แก่ มะเร็งจิสต์ (GIST) เป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนชนิดหนึ่งที่เกิดบริเวณระบบทางเดินอาหาร ที่แตกต่างจากมะเร็งระบบทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ […]

มะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย เป็นระยะที่ลุกลามมากแล้ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคมะเร็งตับ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจ โรคมะเร็งตับ ระยะสุดท้ายมากขึ้น รู้ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันและอยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข วันนี้ Hello คุณหมอ จึงอยากมาแชร์เกร็ดความรู้เพื่อให้คุณรับมือกับ โรคมะเร็งตับ ได้อย่างถูกต้อง โรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย คืออะไร โรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย เป็นระยะที่มะเร็งอาจมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ภายในร่างกาย แต่ โรคมะเร็งตับ ระยะลุกลามมักไม่แพร่กระจาย โรคมะเร็งตับ จะแตกต่างจากมะเร็งชนิดอื่น เนื่องจากตับมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ตับมีหน้าที่ย่อยอาหารและล้างสารพิษ หากการทำงานของตับลดลง อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะร้ายแรงถึงชีวิตได้ ภาวะแทรกซ้อน มะเร็งตับระยะสุดท้าย โรคมะเร็งตับ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากมาย เป็นผลมาจากเนื้องอกกดทับท่อน้ำดีหรืออวัยวะอื่น ๆ เกิดความผิดปกติของตับที่ไม่สามารถกำจัดสารพิษได้จนทำให้เกิดการสะสมของพิษ โรคโลหิตจาง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบมากที่สุดของ โรคมะเร็งตับ มักทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ผิวซีด และหน้ามืด ท่อน้ำดีอุดตัน เมื่อคุณเป็น โรคมะเร็งตับ เนื้องอกในตับหรือเนื้องอกในท่อน้ำดีจะเจริญเติบโตขึ้นจนอุดตันท่อน้ำดี หรืออาจกดทับท่อน้ำดี จนทำให้เกิดการอุดตัน มักส่งผลให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ดีซ่าน และคัน เลือดออก ตับมีหน้าที่ในการสร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด แต่เมื่อคุณเป็น […]

มะเร็งต่อมไทรอยด์

มะเร็งต่อมไทรอยด์ เกิดจากเซลล์ต่อมไทรอย์ผิดปกติ จนพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง ส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยวิธี การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ มีด้วยกันหลายวิธี และการเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีรักษาและ การเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษา ก็อาจยิ่งส่งผลดีต่อกระบวนการรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงวันนัดคุยกับคุณหมอ หากคุณมีอาการที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งต่อมไทรอยด์ ควรไปพบคุณหมอ เมื่อคุณหมอสงสัยว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ก็อาจส่งต่อไปพบคุณหมอเฉพาะทางด้านโรคของระบบต่อมไร้ท่อ (อายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อ) อย่างไรก็ตาม การพูดคุยกับคุณหมออาจใช้เวลาไม่นานนัก เพื่อให้การพูดคุยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลบางส่วนให้ล่วงหน้า ดังนี้ ระวังข้อจำกัดในการนัดหมายล่วงหน้า ตอนนัดหมาย อย่าลืมสอบถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่า มีข้อปฏิบัติอะไรที่ต้องทำก่อนเข้าพบคุณหมอหรือไม่ เช่น การจำกัดอาหา จดบันทึกอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งอาการที่อาจเป็นข้อบ่งชี้ของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ และอาการอื่น ๆ ด้วย จดบันทึกประจำวัน เพื่อเก็บข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น เหตุการณ์ที่ทำให้เครียด การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน ทำรายการยา วิตามิน หรืออาหารเสริมทั้งหมดที่รับประทาน ทั้งที่หาซื้อเองจากร้านขายยา และยาที่คุณหมอสั่งจ่าย พาสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนไปด้วย จะได้ช่วยกันจดจำข้อมูลที่คุณหมอแจ้ง การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ มีวิธีใดบ้าง วิธี การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ จะขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้องอก และการแพร่กระจายของมะเร็ง ซึ่งการรักษา โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ มีวิธีต่าง ๆ ดังนี้ การผ่าตัด […]

ไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนา

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยืดเยื้อมาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว นับตั้งแต่มีการระบาดครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2562 วงการแพทย์ก็เร่งศึกษาโรคอุบัติใหม่นี้ จนสามารถสร้าง วัคซีนโควิด-19 ได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น และตอนนี้หลายประเทศก็ได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตจากโรค การฉีดวัคซีนถือเป็นวิธีลดการแพร่ระบาดของโรคที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน และประเทศไทยเองก็เลือกรับมือกับโรคโควิด-19 ด้วยวิธีนี้เช่นกัน สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า การรับวัคซีนโควิด-19 สำคัญอย่างไร และเราควรเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบมาให้คุณแล้ว การรับวัคซีนโควิด-19 สำคัญอย่างไร แนวคิดเรื่องการฉีดวัคซีน มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ผู้คนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย เป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไข้หวัดใหญ่ และในยุคนี้ก็มี วัคซีนโควิด-19 ที่คิดค้นขึ้นเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยแต่ละประเทศพยายามให้ประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึง เนื่องจากการรับวัคซีนโควิด-19 นั้นมีความสำคัญดังนี้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยลดความรุนแรงของอาการที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคโควิด-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2564 เผยว่า มีวัคซีนโควิด-19 แค่ 3 ยี่ห้อ คือ Pfizer […]

ไวรัสโคโรนา

กระแสข่าวเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยหลายคนเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังเข้ารับวัคซีนโควิด-19 และลังเลอยู่ว่าจะเข้ารับวัคซีนดีหรือไม่ แต่ความจริงแล้ว การฉีดวัคซีนอาจไม่ได้ร้ายแรงและน่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด เรื่องนี้จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ของ Hello คุณหมอ เลยค่ะ สถานการณ์โควิด-19 กับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ข่าวสารเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 นับว่าเป็นกระแสข่าวที่ประชาชนชาวไทยหลายคนให้ความสนใจ เพราะรู้สึกกังวลในเรื่องของความปลอดภัยหลังฉีด ไม่มั่นใจระหว่างฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดวัคซีนอันไหนจะดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน  องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะได้รับผลข้างเคียงเล็กน้อยถึงปานกลางหลังได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เช่น มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำลังตอบสนองต่อวัคซีน และกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางชนิด โดยเฉพาะแอนติเจน สารที่ก่อให้เกิดการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอะไรบ้าง ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 มีดังต่อไปนี้ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดเมื่อยบริเวณที่ฉีดวัคซีน ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว บริเวณกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่าวัคซีนจะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาว่าปลอดภัย แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนจะมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง โดยผลข้างเคียงจะอยู่เพียง 12-24 ชั่วโมงหลังการฉีดวัคซีน หากร่างกายมีผลข้างเคียงนานเกิน 48 ชั่วโมง ควรติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำแนะนำในการรักษาตามลำดับขั้นตอนต่อไป ติดเชื้อโควิดมาก่อน ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือไม่? สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้ ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เสมอ แม้ว่าจะเคยเป็นโรคโควิด-19 มาก่อน […]

ไวรัสโคโรนา

เชื่อว่า! หลายคนเมื่อ ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หรือต้องโทรแจ้งหน่วยงานไหน บทความนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ทุกคนค่ะ ขออาสาพาทุกคนมาดูกันค่ะว่าหลังจากติดเชื้อโควิด-19 จะต้องเตรียมตัวและปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ควรทำอย่างไร? เมื่อเรา ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำไว้ ดังต่อไปนี้ เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ เช่น บัตรประชาชน ผลตรวจโควิด-19 โทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งหน่วยงานที่รองรับเพื่อเข้ารับการรักษา เช่น เบอร์ 1330 1669 1668 เป็นต้น งดออกจากที่พักของตนเองหรือเดินทางข้ามจังหวัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษผิด พ.ร.บ. โรคติดต่อ ( พ.ศ.2558 มาตรา 34) แนะนำให้อยู่ในห้องกักตัวคนเดียว แยกเป็นสัดส่วน หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัวรวมถึงการพบปะผู้คน (หากห้องน้ำสามารถแยกใช้สำหรับคนเดียวได้ ควรแยกใช้) หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และเช็ดตัวบ่อย ๆ เพื่อลดไข้ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและควรแยกของใช้ส่วนตัว วิธีดูแลตนเองขณะอยู่บ้าน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้ารับการรักษา เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แต่มีความจำเป็นต้องดูแลตนเองอยู่บ้าน ขณะรอการรับการรักษา ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกมาข้างนอกห้องหรือต้องเข้าใกล้ผู้อื่น  ควรมีห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวแยกกักตัวจากผู้อื่น […]

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ทารกคลอดก่อนกำหนด

ปัญหาการหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด คือปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในทารกที่คลอดก่อนกำหนด เช่น โรคปอดเรื้อรัง ภาวะหายใจลำบาก ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการที่ปอดของทารกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น ปัญหาการหายใจในทารก เหล่านี้ก็จะค่อย ๆ หายไปตามพัฒนาการของทารก ทารกที่คลอดก่อนกำหนด หมายถึงทารกที่คลอดก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักมีปัญหาสุขภาพมากมายเนื่องจากร่างกายยังไม่พัฒนาเต็มที่ ยิ่งทารกคลอดก่อนกำหนดเร็วเท่าไรจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นเท่านั้น [health-tool template="due-date"] ปัญหาการหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด มีอะไรบ้าง ทารกที่คลอดก่อนกำหนดบางคนอาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ เนื่องจากระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ปอดของทารกอาจขาดสารลดแรงตึงผิวที่ช่วยให้ปอดขยายตัว ทำให้ปอดของทารกอาจไม่สามารถหดและขยายตัวได้ตามปกติ จนนำไปสู่ ปัญหาการหายใจในทารก ต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มอาการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด (Newborn respiratory distress syndrome : NRDS) กลุ่มอาการหายใจลำบากในทารกแรกเกิด เกิดขึ้นจากการที่ปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้ไม่สามารถรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ ทำให้ทารกอาจมีอาการต่าง ๆ ดังนี้ สีผิว ริมฝีปาก ลิ้นและเล็บ เปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือฟ้า หายใจสั้นและเร็ว มีเสียงดังเมื่อหายใจ แพทย์อาจต้องให้สารลดแรงตึงผิวผ่านทางหลอดลมเข้าสู่ปอด นอกจากนี้ หากแพทย์พิจารณาว่าคุณแม่อาจมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 34 แพทย์ก็อาจให้ยาสเตียรอยด์เพื่อช่วยให้ปอดของทารกพัฒนาดีขึ้น โรคปอดเรื้อรังในทารกคลอดก่อนกำหนด (Bronchopulmonary dysplasia : BPD)  โรคปอดเรื้อรังในทารกคลอดก่อนกำหนด หรือที่เรียกว่า โรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด […]

สุขภาพวัยรุ่น

การดื่มสุราในวัยรุ่น อาจเป็นสิ่งที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง เพราะต้องยอมรับว่าในปัจจุบันวัยรุ่นส่วนมากมักดื่มสุราเพื่อสังสรรค์ เข้าสังคม หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นการป้องกันและรับมือกับปัญหาเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับปัญหา วัยรุ่นดื่มสุรา มาฝากทุกคนแล้วในบทความนี้เลยค่ะ เหตุผลของ การดื่มสุราในวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ วิถีชีวิต และความเป็นอิสระที่เพิ่มมากขึ้น จึงอาจมีแนวโน้มเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่น ดังนี้ อยากรู้อยากลอง วัยรุุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสมองของวัยรุ่นในช่วงอายุ 20 ปี ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการพัฒนาของสมองนี้อาจช่วยอธิบายพฤติกรรมบางอย่างของวัยรุ่นได้ เช่น มีแนวโน้มที่จะต้องการพบเจอกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่อาจเป็นอันตราย อย่างการเลือกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และวัยรุ่นเป็นวัยที่มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น จึงมักไม่ทราบว่าการกระทำของตนอาจส่งผลเสียตามมาได้ ความคาดหวังและมุมมอง มุมมองต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มของวัยรุ่น วัยรุ่นที่มีมุมมองว่าการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจ มักมีแนวโน้มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวัยรุ่นที่มีมุมมองแตกต่างกัน ความทนต่อแอลกอฮอล์ วัยรุ่นส่วนมากสามารถทนต่อผลเสียของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น อาการง่วงนอน อาการเมาค้าง ได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากสมองของวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตเต็มที่มีความแตกต่างกับสมองของวัยรุ่น การที่วัยรุ่นสามารถทนต่อผลเสียของสุราได้ดียังอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นมีความรู้สึกเชิงบวกต่อการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์มากกว่าวัยผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาอาจรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อดื่มสุรานั่นเอง ลักษณะบุคลิกภาพและโรคทางจิตเวช เด็กที่เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอายุ 12 ปี มักจะมีแนวโน้มที่จะเริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ส่วนวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมชอบก่อกวน สมาธิสั้น และก้าวร้าว มักมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม ซึมเศร้า ชอบเก็บตัว หรือวิตกกังวล […]

สุขภาพวัยรุ่น

ปัญหาสุขภาพช่องปากในวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟันคุด ฟันผุ เหงือกร่น หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นภายในช่องปาก ล้วนเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ให้ความสำคัญในการดูแลช่องปาก เช่น กินขนมหวานแล้วไม่ยอมแปรงฟัน ดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป การกระทำเหล่านี้ล้วนนำไปสู่ปัญหา สุขภาพช่องปากและฟันของวัยรุ่น ได้ในที่สุด การตระหนักรู้ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และการดูแลสุขภาพช่องปากของวัยรุ่นอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย ปัญหาสุขภาพช่องปากในวัยรุ่น มีอะไรบ้าง วัยรุ่นเป็นวัยที่อาจเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากมากมาย แตกต่างกันไปในแต่ละคน ปัญหาสุขภาพฟันของวัยรุ่น ที่อาจพบได้ มีดังนี้ ฟันผุ ฟันผุ เป็นหนึ่งใน ปัญหาสุขภาพฟันของวัยรุ่น ที่พบได้บ่อย หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ นำไปสู่อาการปวดหรือสูญเสียฟันได้ การป้องกันฟันผุสามารถทำได้โดยการรักษาสุขอนามัยในช่องปาก เช่น แปรงฟันหลังมื้ออาหารทุกครั้ง แปรงลิ้น ใช้ไหมขัดฟัน ควบคู่ไปกับการลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ลูกอม น้ำอัดลม โรคเหงือก โรคเหงือกมี 2 ชนิด คือ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งล้วนมีสาเหตุจากคราบพลัคสะสมที่โคนฟัน ทำให้มีอาการเลือดออก เหงือกแดงและบวม โรคเหงือกอักเสบมีความรุนแรงน้อยกว่าโรคปริทันต์อักเสบ ที่อาจลุกลามมากขึ้นจนเหงือกติดเชื้อ และอาจส่งผลทำให้ฟันหลุดได้ ช่วงวัยรุ่นที่มีความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกมากขึ้น ดังนั้น วัยรุ่นจึงควรดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี และเข้าพบทันตแพทย์ทันทีถ้าหากสังเกตพบอาการของโรคเหงือก เช่น เหงือกบวม เหงือกอักเสบ มีเลือดออกในช่องปาก ฟันซ้อน ฟันไม่เรียงตัว อีกหนึ่ง […]

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello คุณหมอ ให้ข้อมูลที่คุณต้องการมากที่สุด

Hello คุณหมอ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพ

ผลการวิจัย

1

ผลการวิจัย

บทความทั้งหมดเกี่ยวกับ Hello คุณหมอ ได้รับการค้นคว้าและเขียนอย่างละเอียด โดยอ้างอิงจากการศึกษา ข่าวสาร และบทวิจารณ์ล่าสุด จากสถาบันการศึกษาและการแพทย์ที่มีชื่อเสียง

ตรวจสอบแล้ว

2

ตรวจสอบแล้ว

บทความในเว็บไซต์ของเรา ได้รับการตรวสอบจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ติดตาม

3

ติดตาม

บทความของเราได้มีการทำงานร่วมกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้องหาของเราถูกต้องและครบถ้วน

เชื่อถือได้

4

เชื่อถือได้

Hello คุณหมอ ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพชั้นนำ ที่มุ่งเน้นในการเขียนเนื้อหาที่ถูกต้อง ตรงประเด็น และเป็นปัจจุบันมากที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเรื่องสุขภาพได้ดีขึ้น

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเรานั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยให้คุณได้รับข้อมูลด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าถึงง่าย และเป็นประโยชน์ พร้อมที่จะคอยให้คำแนะนำตลอดการเดินทางของคุณ เพื่อทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และชีวิตที่มีความสุขมากยิ่งขึ้น