brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 40
สัปดาห์ที่ 40

สัปดาห์ที่ 14

ระบบสืบพันธุ์ของลูกน้อยพัฒนาแล้ว

แบ่งปัน

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14 ของการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14 ลูกน้อยจะมีขนาดเท่าลูกเลมอน โดยมีน้ำหนักประมาณ 45 กรัม มีความสูงประมาณ 9 เซนติเมตรจากศีรษะถึงปลายเท้า เริ่มมีเส้นผมและเส้นขนงอกออกมาปกคลุมทั่วร่างกาย รวมทั้งไขมันที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14 ของการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ในช่วงสัปดาห์นี้ ลูกน้อยเริ่มจะมีผมงอกขึ้นมาแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่มีเส้นผมและขนคิ้วเท่านั้นนะ แต่จะมีขนขึ้นทั่วร่างกาย เรียกว่า ขนอ่อนซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น และเมื่อเริ่มมีไขมันสะสมตามร่างกาย ไขมันนั้นก็จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายแทน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเส้นขนก็จะเริ่มหลุดร่วงออกไป นอกจากนี้ตับก็จะเริ่มผลิตน้ำดี ในขณะที่ม้ามก็จะผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นด้วย

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณแม่ตั้งครรภ์อาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ และรู้สึกกลับมาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าอาการคลื่นไส้และอ่อนเพลียก็จะหายไปในที่สุด ในไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์นี้ จะรู้สึกมีพลังและมีความสุขมากขึ้น ถึงแม้อาการแพ้ท้องจะหายไปหมดแล้ว แต่จะต้องเผชิญกับอาการใหม่ ๆ อย่างเช่น อาการปวดหน่วง ๆ บริเวณท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

ซึ่งเป็นภาวะที่เอ็นยึดมดลูกยืดเร็วเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มดลูกจะมีเอ็นเส้นหนา ๆ รองรับอยู่ในบริเวณท้องด้านข้าง เมื่อคุณมีน้ำหนักมากขึ้น จะเป็นการดึงให้เส้นเอ็นพวกนี้ยืดออก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวด ถ้ามีอาการแบบนี้เกิดขึ้นควรเอนตัวนอนในท่าสบาย ๆ แล้วพักเท้าเอาไว้

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

ขณะตั้งครรภ์ ระบบภูมิคุ้มกันมักอ่อนแอกว่าปกติ จึงอาจติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ จึงนับเป็นเรื่องสำคัญที่ควรระวังเรื่องเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วยการล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนเตรียมอาหาร และหลังสัมผัสกับขยะและสิ่งสกปรก

นอกจากนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย รวมทั้งงดกินอาหารหรือดื่มน้ำร่วมกับคนอื่นด้วย ควรพกเจลทำความสะอาดมือแบบไม่ต้องใช้น้ำติดกระเป๋าเอาไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากเวลาที่ต้องการทำความสะอาดมืออย่างเร่งด่วน

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

โรคนอนไม่หลับอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์หลาย ๆ คน การต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ และท่านอนที่ไม่สบาย คือต้นเหตุที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงระหว่างวัน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งต่อตัวเองและลูกน้อย ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อจะได้หาวิธีจัดการกับโรคนอนไม่หลับ เพราะการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ นับเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14 ควรระมัดระวังอะไรบ้าง 

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณหมอได้ทำการตรวจคัดกรองก่อนคลอด เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม ถ้าคุณหมอบอกว่าทารกในครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะมีความผิดปกติทางด้านโครโมโซม อาจต้องรับการตรวจวินิจฉัยโรคที่เรียกว่า การเจาะน้ำคร่ำซึ่งโดยปกตินั้นการเจาะน้ำคร่ำจะทำในระหว่างที่มีอายุตั้งครรภ์ 14-18 สัปดาห์ โดยการตรวจวินิจฉัยนี้จะช่วยยืนยันได้ว่า ทารกในครรภ์มีความผิดปกติทางด้านโครโมโซม อย่างเช่น โรคดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) หรือเปล่า

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้ทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 14 สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งต่อตัวเองและลูกน้อย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • การดื่มน้ำ

ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง อาจเจ็บป่วยจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาดได้ แม้ว่าไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อนก็ตาม เพราะอาจมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ในน้ำดื่ม ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรตรวจดูความสะอาดของน้ำดื่มก่อนดื่มทุกครั้ง 

การนอนแช่น้ำร้อนอาจช่วยให้รู้สึกดีได้ แต่น้ำในอ่างนั้นไม่ควรร้อนจัดจนเกินไป เนื่องจากถ้านอนแช่น้ำที่ร้อนเกิน 39 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานกว่า 10 นาที ก็อาจเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเองและลูกน้อยได้ และนี่คือปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ความดันโลหิตต่ำ
  • วิงเวียนศีรษะและหน้ามืด
  • รู้สึกอ่อนแอและอ่อนเพลีย
  • มีโอกาสทำให้ลูกพิการแต่กำเนิด
ทีม Hello คุณหมอ
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดยทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ · แก้ไขล่าสุด 04/04/2025