home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ติดน้ำหวาน ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ลูกของคุณเป็น เด็กก้าวร้าว

ติดน้ำหวาน ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ลูกของคุณเป็น เด็กก้าวร้าว

เด็กๆ ติดน้ำหวาน เป็นสิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจ ซึ่งมีงานวิจัยจาก Centers for Disease Control (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่า 2 ใน 3 ของเด็กๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา กินน้ำหวานอย่างน้อยวันละ 1 แก้วต่อวัน เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือนมรสหวาน นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า 20% ของเด็กผู้ชายและ 18% ของเด็กผู้หญิงกินน้ำหวานมากกว่า 2 แก้วต่อวัน

ถ้าลูกของเราต้องกินน้ำหวานทุกวัน หมายถึงว่า เขากำลังมีอาการติดน้ำหวานแล้ว เนื่องจากสมาคม American Heart Association แนะนำว่าเด็กๆ และวัยรุ่นควรดื่มน้ำหวานไม่เกินอาทิตย์ละ 8 ออนซ์ ซึ่งการที่ลูกๆ กินน้ำหวานทุกวัน วันละ 1 แก้วก็ ถือว่ากินน้ำหวานมากเกินไปนั่นเอง ดังนั้นผู้ปกครองควรใส่ใจ และติดตามการรับประทานอาหารของเด็กอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เด็กรับประทานอาหารน้ำหวานมากเกินไป และป้องกันโรคอ้วน โรคเบาหวานที่อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กตามมาได้

ติดน้ำหวาน ไม่ดีอย่างไรต่อร่างกาย

  • ทำให้อ้วน มีงานวิจัยมากกว่า 90 ชิ้น ที่บอกว่าน้ำหวานกับปัญหาน้ำหนักตัวของเด็กเกี่ยวข้องกัน การกินน้ำหวานวันละ 1 แก้วหรือ 2 แก้วต่างก็ทำให้เกิดปัญหาได้ การให้ลูกๆ กินน้ำหวาน นอกจากจะแคลอรี่สูงแล้ว ยังไม่ช่วยทำให้อิ่มอีกด้วย เด็กๆ จะรู้สึกอยากกินอย่างอื่นเพิ่มอีกเวลาที่กินน้ำหวาน มีงานวิจัยที่พบว่า เด็กผู้หญิงที่กินน้ำหวานมากๆ ในวัย 3-9 ขวบ ตอนที่อายุ 13 ปี เด็กผู้หญิงกลุ่มนี้จะมีน้ำหนักตัวมากกว่าเพื่อนๆ แถมยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะเด็กๆ มีรอบเอวหนา มีความดันสูง และมีไขมันดี (HDL) ต่ำ
  • ทำลายสุขภาพฟัน นอกจากนี้น้ำหวานประเภทน้ำอัดลม ยังทำลายฟันของเด็กๆ สมาคม American Academy of Pediatrics ได้กล่าวไว้ว่า น้ำอัดลมเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพช่องปาก เพราะว่ามีน้ำตาลเยอะ และความเป็นกรดของน้ำอัดลมจะทำลายผิวฟัน ซึ่งจะทำให้ฟันผุได้ในอนาคต

เด็ก ติดน้ำหวาน กับนิสัยก้าวร้าว

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Journal of Pediatrics ได้ทำการวิจัยกับเด็กอายุ 5 ขวบ จำนวน 3,000 คน จากเมืองต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็ก และปัญหาเรื่องสมาธิในเด็ก เกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำอัดลมของเด็กๆ เด็กที่ดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 4 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้น มีแนวโน้มที่จะทำลายข้าวของของคนอื่น หาเรื่องเพื่อน หรือชอบมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน

วิธีแก้ปัญหาลูกติดน้ำหวาน

การแก้ปัญหาอาการติดน้ำหวานของลูก อาจไม่สามารถแก้ได้ในทันที แต่ว่าอาการติดน้ำหวานจะค่อยๆ ดีขึ้นได้ ถ้าผู้ปกครองทำดังต่อไปนี้

  • ให้ดื่มน้ำผลไม้คั้นสดแทนน้ำหวาน ให้ลูกดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำหวาน เช่น น้ำส้มคั้นสด หรือถ้าลูกติดความซ่าของน้ำอัดลม คุณพ่อคุณแม่อาจนำน้ำผลไม้มาผสมกับโซดาเพื่อเพิ่มความซ่าก็ได้
  • ไอศกรีมผลไม้ก็น่าสนใจ ลูกติดน้ำหวานเพราะหวานเย็นชื่นใจ ลองนำแตงโมไปแช่เย็น หรือชวนลูกทำไอศกรีมผลไม้ เพราะผลไม้จะมีแคลอรี่จะต่ำกว่าการกินน้ำหวาน แถมยังมีวิตามินจากผลไม้อีกด้วย
  • เลือกเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย ค่อยๆ ให้ลูกได้ลองเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย และลดปริมาณน้ำหวานในบ้านลง ก็จะทำให้ลูกรู้สึกว่าเขายังได้กินน้ำหวาน น้ำอัดลมเหมือนเดิม แต่ปริมาณน้ำตาลน้อยกว่าเดิม
  • ค่อยๆ ลดปริมาณ ไม่ควรสั่งห้ามไม่ให้ลูกกินน้ำหวานอีก เพราะจะทำให้เด็กๆ เครียดได้ คุณพ่อคุณแม่อาจค่อยๆ ลดปริมาณน้ำหวานลงเรื่อยๆ ทุกวัน ก็จะช่วยทำให้เขากินน้ำหวานน้อยลงได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Children and Sweetened Drinks: What’s a Parent to Do?. https://www.webmd.com/parenting/features/children-and-sweetened-drinks-whats-a-parent-to-do#1. Accessed on July 11, 2018.

Soft drinks, aggression and suicidal behaviour in US high school students. Accessed on July 11, 2018.https://www.tandfonline.com/doi/abs/10.1080/17457300.2013.815631?src=recsys&journalCode=nics20.

Soft Drinks Consumption is Associated with Behavior Problems in 5-Year-Olds. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4083697/. Accessed on July 11, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x