home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ภูมิคุ้มกันบำบัด รักษาภูมิแพ้ด้วยวิธีนี้ สามารถช่วยคุณได้หรือไม่?

ภูมิคุ้มกันบำบัด รักษาภูมิแพ้ด้วยวิธีนี้ สามารถช่วยคุณได้หรือไม่?

หากคุณเป็นภูมิแพ้บางชนิด คุณอาจทราบแล้วว่า วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงอาการแพ้ก็คือ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หากมีอาการรุนแรงหรือคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ได้ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) หรือการฉีดสารภูมิแพ้ (Allergy shots) อาจได้ผลสำหรับคุณ วิธีดังกล่าวช่วยป้องกัน หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้

รักษาภูมิแพ้ด้วยการฉีดภูมิคุ้มกันบำบัด

แรกสุด คุณจำเป็นต้องพบแแพทย์หนึ่งครั้งหรือสองครั้ง ทุกสัปดาห์ เป็นเวลาหลายเดือน แพทย์จะฉีด ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) หรือฉีดสารภูมิแพ้ (Allergy shots)ให้คุณ ในบริเวณต้นแขน การฉีดสารภูมิแพ้แต่ละครั้ง จะมีสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณน้อย แพทย์จะค่อยๆ เพิ่มขนาดสารก่อภูมิแพ้ทีละน้อย จนถึงในระดับ Maintenace Dose (ขนาดยาที่ใช้สำหรับการควบคุมอาการ หรือขนาดยาระดับปกติ สำหรับการประคับประคองอาการ) จากนั้น คุณจำเป็นต้องได้รับการฉีดสารก่อภูมิแพ้เช่นนี้ หนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์ เป็นเวลา 4-5 เดือน หลังจากนั้น แพทย์จะค่อยๆ ขยายเวลาห่างระหว่างการฉีดทั้งสองครั้งนี้ออกไป ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณจะจำเป็นต้องเข้ารับการฉีดทุกเดือนเป็นเวลา 3-5 ปี ในระหว่างนั้น อาการภูมิแพ้ของคุณจะรุนแรงน้อยลง และอาจหายไป

การเตรียมตัว

แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมทางกายที่ใช้แรงมาก เป็นเวลาสองชั่วโมงก่อนและหลังการนัดหมาย เนื่องจากการออกกำลังกายจะเป็นการกระตุ้นการสูบฉีดเลือดโดยรอบร่างกาย และสามารถทำให้สารก่อภูมิแพ้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการแพ้ที่รุนแรงก็ตาม แต่ก็ควรระวังเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด นอกจากนี้ คุณจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ที่ทำการรักษารับทราบ เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดสามารถส่งผลต่อการฉีดสารภูมิแพ้ หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนได้ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษากับผู้ให้บริการทางสุขภาพ ก่อนเข้ารับและฉีดสารภูมิแพ้อย่างต่อเนื่อง

ความคาดหวัง

ตามกระบวนการมาตรฐานการรักษานั้นจะต้องให้คุณพัก ณ ที่ทำการของแพทย์เป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณไม่มีอาการข้างเคียงใด คุณอาจมีอาการต่างๆ เช่น อาการคัน หายใจลำบาก น้ำมูกไหล หรือแน่นคอ หลังจากที่คุณกลับบ้าน ในกรณีดังกล่าว ให้กลับไปพบหมอ หรือเข้าห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด

การฉีด ภูมิคุ้มกันบำบัด สามารถรักษาภูมิแพ้ได้ทุกชนิดหรือไม่

การฉีดสารภูมิแพ้ได้ผลสำหรับคุณหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสารก่อภูมิแพ้ และความรุนแรงของอาการที่เกิดกับคุณ โดยพื้นฐานแล้ว การฉีดสารภูมิแพ้สามารถจัดการสารก่อภูมิแพ้ทั่วไปได้ เช่น พิษของแมลง ละอองเกสร ไรฝุ่น เชื้อรา และเศษผิวหนังสัตว์เลี้ยง แต่ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าการฉีดสารภูมิแพ้นั้นได้ผลหรือไม่ สำหรับการแพ้อาหาร การแพ้ยา หรือการแพ้ยาง

การฉีดสารภูมิแพ้อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือโรคปอด หรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิด ดังนั้น ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคุณและยาที่คุณใช้ เพื่อให้แพทย์สามารถตัดสินใจได้ว่า การฉีดสารภูมิแพ้จะมีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Allergy Shots: What to Know. http://www.webmd.com/allergies/guide/allergy-shots. Accessed October 24, 2016.

Allergy shots. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/allergy-shots/about/pac-20392876. Accessed October 24, 2016.

ALLERGY SHOTS (IMMUNOTHERAPY). https://www.aaaai.org/conditions-and-treatments/library/allergy-library/allergy-shots-(immunotherapy). Accessed October 24, 2016.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
แก้ไขล่าสุด 20/11/2018
x