brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ที่ควรรู้

พยาธิในช่องคลอด เป็นโรคติดเชื้อพยาธิหรือเชื้อปรสิตชนิดหนึ่ง ส่งผลให้มีอาการต่าง ๆ เช่น ตกขาว ช่องคลอดมีกลิ่น รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ มักมีสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์ หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาอย่างถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม หากรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ว่ามีอะไรบ้าง อาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือช่วยให้เข้ารับการตรวจรักษาได้อย่างทันท่วงที

สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ที่ควรรู้

พยาธิในช่องคลอด คืออะไร

โรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อพยาธิ (Trichomoniasis) เป็นโรคติดเชื้อพยาธิหรือเชื้อปรสิตชนิดหนึ่ง เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพยาธิในช่องคลอดที่พบบ่อย ได้แก่ เชื้อโปรโตซัวทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis หรือ T. vaginalis) ซึ่งมักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10-14 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการตกขาวมีสีเขียวหรือเหลือง ช่องคลอดมีกลิ่น รู้สึกคันที่อวัยวะเพศ และรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น การติดเชื้อนี้พบในผู้หญิงมากกว่าเพศชาย และหากเป็นหญิงตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้

สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ที่ควรรู้

ผู้ที่เป็นโรคพยาธิในช่องคลอดระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ โดยเฉพาะหากเป็นการติดเชื้อในผู้ชาย การหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด จึงอาจเป็นวิธีสำคัญที่อาจช่วยให้สามารถวินิจฉัยและรักษาโรคได้ทันท่วงที

สัญญาณเตือนในผู้หญิง

  • ตกขาวเยอะผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น
  • ตกขาวมีสีเทาเหลือง หรือเขียว เป็นฟอง
  • คันที่อวัยวะเพศ
  • แสบรอบ ๆ ปากมดลูก
  • รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด

สัญญาณเตือนในผู้ชาย

  • มีเมือกใส หรือเมือกปนหนอง
  • คันและเจ็บท่อปัสสาวะ

หากมีคู่นอนหลายคน เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคพยาธิในช่องคลอด

วิธีรักษา พยาธิในช่องคลอด

โรคพยาธิในช่องคลอดอาจรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ยาทินิดาโซล (Tinidazole) ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ยาบนเอกสารกำกับยา หรือตามคำแนะนำของคุณหมอและเภสัชกรอย่างเคร่งครัด และห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังรับประทานยาเมโทรนิดาโซลในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หรือหลังจากรับประทานยาทินิดาโซลในช่วง 72 ชั่วโมงแรก

วิธีลดความเสี่ยงโรค พยาธิในช่องคลอด

วิธีที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคพยาธิในช่องคลอดได้ มีดังนี้

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคพยาธิในช่องคลอด รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อเพศสัมพันธ์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือทุก ๆ 6 เดือน
แพทย์หญิงนันทิวดี มาเมือง
แพทย์หญิงนันทิวดี มาเมือง
ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนโดยแพทย์หญิงนันทิวดี มาเมืองสูตินรีเวชวิทยา · โรงพยาบาลสุขุมวิท
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ · แก้ไขล่าสุด 03/01/2023