home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil)

สรรพคุณ|กลไกการออกฤทธิ์|ข้อควรระวังและคำเตือน|ความปลอดภัย                                                  |ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างกันของยา|ขนาดยา|น้ำมันลาเวนเดอร์มีจำหน่ายในรูปแบบใดบ้าง:

สรรพคุณ

น้ำมันลาเวนเดอร์คือสมุนไพรชนิดหนึ่ง ดอกและน้ำมันสามารถนำมาผลิตยาได้

น้ำมันลาเวนเดอร์ใช้บรรเทาอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับ อาการประหม่า และอารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ยังใช้รักษาอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารต่างๆ เช่น อาการท้องอืด (เนื่องจากแก๊สในกระเพาะอาหาร) อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเฟ้อ และอาการท้องเสีย

ผู้คนบางกลุ่มใช้น้ำมันลาเวนเดอร์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น ปวดศีรษะไมเกรน ปวดฟัน อาการเคล็ด ปวดเส้นประสาท แผลและอาการเจ็บปวดของข้อ

น้ำมันลาเวนเดอร์สามารถรักษาอาการผมขาดหลุดร่วงและใช้กำจัดยุงและแมลงอื่นๆ ได้

บางคนใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ผสมน้ำอาบเพื่อรักษาอาการผิดปกติของการไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูจิตใจ

สำหรับการสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยของลาเวนเดอร์ สามารถรักษาอาการนอนไม่หลับ ความเจ็บปวด และโรคที่เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม

สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม น้ำมันลาเวนเดอร์ยังสามารถใช้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของรสชาติได้อีกด้วย

สำหรับอุตสาหกรรม น้ำมันลาเวนเดอร์สามารถใช้ผลิตยาและส่วนประกอบน้ำหอมในเครื่องสำอาง น้ำหอมบุหงาและเครื่องตกต่างๆ

กลไกการออกฤทธิ์

 

เนื่องจากยังมีการศึกษาเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่มากพอ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ อย่างไรก็ดี อย่างที่ทราบกันว่าน้ำมันลาเวนเดอร์ มีส่วนประกอบของน้ำมันที่สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้

ข้อควรระวังและคำเตือน

ควรปรึกษาหรือพบกับแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร ถ้าอยู่ในอาการหรือลักษณะดังต่อไปนี้:

  • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในระหว่างการมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรจึงควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ในระหว่างรับประทานยาชนิดอื่น รวมไปถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา
  • หากเคยมีประวัติแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งของน้ำมันลาเวนเดอร์หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ
  • หากมีอาการเจ็บป่วย ความผิดปกติ หรือพยาธิสภาพอื่นๆ
  • หากเคยมีประวัติการแพ้ต่างๆ แพ้อาหาร แพ้สีผสมอาหาร แพ้สารกันบูด หรือแพ้เนื้อสัตว์

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่ายาชนิดอื่นๆ ควรต้องศึกษาให้มากเพื่อความปลอดภัยในการใช้ คุณประโยชน์ของการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรนี้ต้องมีมากกว่าความเสี่ยงก่อนการใช้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์

ความปลอดภัย                                                  

น้ำมันลาเวนเดอร์ปลอดภัยสำหรับการรับประทาน การทาบริเวณผิวหนังและยาดม ในผู้ใหญ่

 

สำหรับเด็ก: การใช้ลาเวนเดอร์ทาบริเวณผิวหนังในเด็กชายอาจไม่ปลอดภัย เนื่องจากน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ส่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกายของเด็ก อาจส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการเต้านมผู้ชายใหญ่ผิดปกติ และยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำมันลาเวนเดอร์สำหรับการใช้ในเด็กชาย

หญิงมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร: ยังไม่มีรายงายที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำมันลาเวนเดอร์ หากอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่องให้นมบุตร จึงควรอยู่ในความควบคุมที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการใช้

การผ่าตัด: น้ำมันลาเวนเดอร์ปีระสิทธิภาพทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางลดลง ถ้าใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ร่วมกับยาชาหรือยาอื่นๆ ในระหว่างผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด อาจทำให้ระบบการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางลดลง ควรหยุดใช้น้ำมันลาเวนเดอร์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

ผลข้างเคียง

เมื่อรับประทานน้ำมันลาเวนเดอร์ อาจทำให้ท้องผูก ปวดศีรษะและเพิ่มความกระหาย เมื่อใช้ทาบริเวณผิวหนังอาจทำให้เกิดอาการระคาบเคือง

จากอาการผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีผลข้างเคียง หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา ควรปรึกษาแพทย์

 

ปฏิกิริยาระหว่างกันของยา

น้ำมันลาเวนเดอร์ มีปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่ควบคู่กัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนใช้

ผลิตภัณฑ์ที่อาจมีปฏิกิริยากับน้ำมันลาเวนเดอร์ เช่น:

  • คลอรอลไฮเดรต

คลอรอลไฮเรตส่งผลให้มีอาการง่วงซึม น้ำมันเลเวนเดอร์อาจส่งผลกระทบต่อคลอรอลไฮเดตร ถ้าใช้ร่วมกันอาจทำให้มีอาการง่วงมากเกินไป

  • ยานอนหลับและยาคลายกังวล (ยาบาร์บิทูเรต)

น้ำมันลาเวนเดอร์ส่งผลให้มีอาการง่วงซึม ยากล่อมประสาทอาจทำให้ง่วงซึมเช่นกัน ถ้าใช้ร่วมกันอาจทำให้มีอาการง่วงมากเกินไป

ยากล่อมประสาท เช่น อะโมบาร์บิทอล (อะไมทอล) บูตาบาร์บิทอล (บูทีซอล) มีโฟบาร์บิทอล (มีบารอล) เพนโทบาร์บิทอล (เนมบูทอล) ฟีโนบาร์บิทอล (ลูมินอล) ซีโคบาร์บิทอล (ซีโคนอล) และอื่นๆ

  • ยานอนหลับและยาคลายกังวล (ยากดประสาทส่วนกลาง)

เช่น โคลนาซีแพม (โคลโนพิน) โลราซีแพม (อะทิแวน) ฟีโนบาร์บิทอล (ดอลนาทาล) โซลพิเดม (แอมเบียน) และอื่นๆ

 

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดปกติของการใช้น้ำมันลาเวนเดอร์อยู่ที่เท่าไร

ข้อมูลต่อไปนี้คือผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์:

การใช้ทาบริเวณผิวหนัง:

สำหรับอาการผมร่วงเป็นหย่อม: ในการศึกษาได้ใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ 3 หยด (108 มิลลิกรัม) น้ำมันดอกโรสแมรี่ 3 หยด 144 มิลลิกรัม น้ำมันไทม์ 2 หยด (88 มิลลิกรัม) และน้ำมันหอมระเหยซีดาร์วูด 2 หยด (94 มิลลิกรัม) นำทั้งหมดมาผสมกับ น้ำมันโจโจบาร์ 3 มิลลิลิตร และน้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น 20 มิลลิลิตร

นำส่วนผสมทั้งหมดนวดลงบนบริเวณศีรษะเป็นเวลา 2 นาทีและนำผ้าอุ่นๆ วางไว้บริเวณรอบๆ ศีรษะเพื่อเพิ่มการดูกซึม ทำเป็นประจำในทุกๆ คืน

ปริมาณการใช้น้ำมันลาเวนเดอร์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ป่วย ซึ่งปริมาณยาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับช่วงอายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปริมาณยาที่เหมาะสมสำหรับการใช้

น้ำมันลาเวนเดอร์มีจำหน่ายในรูปแบบใดบ้าง:

น้ำมันลาเวนเดอร์อาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • น้ำมันหอมระเหย
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (แคปซูล)

***Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัย หรือการรักษา***

 

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

บทความที่ี่เกี่ยวข้อง


รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x