หูดหงอนไก่เป็นโรคที่ไม่อันตราย อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกคันได้ เมื่อเกิดหูดหงอนไก่จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา โดยจะได้ ยาทาหูดหงอนไก่ ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ
หูดหงอนไก่เป็นโรคที่ไม่อันตราย อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกคันได้ เมื่อเกิดหูดหงอนไก่จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา โดยจะได้ ยาทาหูดหงอนไก่ ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ

หูดหงอนไก่ (Genital warts) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ชื่อว่า (Human Papillomavirus) หรือที่รู้จักในชื่อว่า เชื้อ HPV ลักษณะของเป็นหูดหงอนไก่จะเป็นติ่งเนื้ออ่อน สีชมพู คล้ายกับหงอนไก่ โดยเริ่มจากรอยโรคเล็ก ๆ ก่อนจะขยายตัวเป็นติ่งเนื้อขรุขระคล้ายหงอนไก่ แต่บางครั้งพบเป็นลักษณะแบนราบ ผิวขรุขระ หรือบางชนิดมีขนาดใหญ่มากและผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ
ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่ มีโอกาสติดเชื้อกามโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ซิฟิลิส หนองใน พยาธิในช่องคลอด โดยการติดเชื้อเหล่านี้ จะทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบ มีตกขาว คัน หรือมีแผลที่อวัยวะเพศเพิ่มขึ้น
เชื้อ HPV ทำให้เกิดโรคได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เด็กมักมีอาการที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ผู้ใหญ่จะพบเชื้อได้ช่วงอายุ 16-25 ปี โดยเชื้อจะอยู่ในบริเวณที่อับชื้นจึงเกิดรอยโรคที่อวัยวะสืบพันธุ์ โดยการติดต่อของโรค ได้แก่
ระยะฟักตัวของโรคหูดหงอนไก่ ประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 8 เดือน โดยผู้ที่สัมผัสเชื้อนี้ไม่ได้ติดโรคทุกราย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันและจำนวนเชื้อที่ได้รับ
แพทย์จะใช้ดุลพินิจของแพทย์ ประกอบกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา พิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น อาการของโรค ตำแหน่งที่เป็น ผู้ป่วยตั้งครรภ์หรือไม่ โดยมีวิธีรักษาดังนี้
ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโรค อาจใช้เพียงยาทาหูดหงอนไก่ หรือรักษาด้วยการผ่าตัดตามดุลพินิจของแพทย์ แต่ควรปรึกษาแพทย์ให้เร็ว ก่อนที่หูดจะลุกลามต่อไป