home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สิวเชื้อรา สิวยีสต์ แท้จริงแล้วใช่สิวหรือไม่ และจัดการได้อย่างไรบ้าง

สิวเชื้อรา สิวยีสต์ แท้จริงแล้วใช่สิวหรือไม่ และจัดการได้อย่างไรบ้าง

หลายคนอาจเคยมีตุ่มนูนแดง หรือตุ่มหนองเล็กๆ ขึ้นตามหน้าผาก ไรผม หรือหน้าอก และคิดว่าตุ่มเหล่านั้นคือสิว แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเป็นสิวแล้วถึงรู้สึกคันยิบ ๆ ยิ่งเหงื่อออกมากสิวก็ยิ่งคัน หากคุณมีอาการเหล่านี้ สิวของคุณอาจเป็น สิวเชื้อรา หรือ สิวยีสต์ แต่พอรักษาด้วยยารักษาสิว แทนที่อาการจะดีขึ้นหรือหายขาด กลับยิ่งแย่ลง เพราะจริงๆ แล้ว นี่คือโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา ไม่ใช่สิวแบบที่ใครหลายคนเข้าใจผิด จึงต้องทำความเข้าใจและรักษาให้ถูกวิธี

สิวเชื้อรา แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

สิวเชื้อรา หรือที่เรียกกันว่า สิวยีสต์ แท้จริงแล้วคือโรคที่เรียกว่า รูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา (Malassezia folliculitis หรือ Pityrosporum folliculitis) เกิดจากราประเภทยีสต์ในกลุ่มมาลาสซีเซีย (Malassezia) ที่มีอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติเจริญเติบโตมากผิดปกติ จนทำให้รูขุมขนอักเสบ เกิดเป็นตุ่มนูน หรือตุ่มหนองขึ้นเป็นกระจุก บางครั้งอาจขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ คล้ายสิวหัวขาว ทำให้รู้สึกเจ็บ แสบ และคัน พบได้บ่อยบริเวณผิวหนังที่มีความมัน เช่น ใบหน้า ไรผม หน้าอก แผ่นหลัง แต่ก็สามารถพบที่ต้นแขน หลังมือ หรือน่องได้เช่นกัน

ลักษณะของรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรานี้ ดูคล้ายสิว คนจึงมักเข้าใจผิดว่าเป็นสิว จึงเรียกกันว่าสิวเชื้อรา หรือ สิวยีสต์ และรักษาด้วยยารักษาสิวทั่วไปจนอาจทำให้อาการแย่ลง แม้รูขุมขนอักเสบจากเชื้อราจะมีลักษณะเหมือนสิว แต่หากพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่ารูขุมขนอักเสบจากเชื้อราและสิวนั้นแตกต่างกัน ที่เห็นได้เด่นชัดคือ อาการคัน เพราะหากเป็นสิวปกติจะไม่คัน ผู้ที่เป็น สิวเชื้อรา บางรายจะยิ่งคันหนักขึ้นหลังทำกิจกรรมที่เหงื่อออกมาก เช่น ออกกำลังกาย อบซาวน่า อาบน้ำร้อน หากเกาอาจเกิดผื่นแดงลามไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นเกลื้อน หรือโรคผิวหนังอักเสบที่เรียกว่าโรคเซ็บเดิร์มร่วมด้วย โรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรานี้ หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจลุกลามถึงขั้นเป็นโรครูขุมขนอักเสบรุนแรง สร้างความเจ็บปวดทรมาน ทำให้ขนหลุดร่วงถาวรและเป็นแผลเป็นได้อีกด้วย

สาเหตุของสิวเชื้อรา

รูขุมขนอักเสบจากเชื้อราเกิดจากเชื้อราบนผิวหนังเจริญเติบโตมากผิดปกติ ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเหล่านี้

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ โดยเฉพาะ ผ้าใยสังเคราะห์ ทำให้เหงื่อออกมาก ยีสต์ที่ชอบอากาศร้อน ชื้น จึงเจริญเติบโตได้ดีเกินไป
  • ทาผลิตภัณฑ์กันแดดหรือบำรุงผิวที่มันเกินไป เช่น น้ำมันมะพร้าว ทำให้รูขุมขนอุดตัน
  • เป็นคนผิวมัน ซึ่งน้ำมันบนผิวคืออาหารของยีสต์
  • ระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาจึงไม่สามารถควบคุมเชื้อยีสต์บนผิวหนังได้
  • เครียดหรือเหนื่อยล้า
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • กินยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ยาเพรดนิโซน (Prednisolone)
  • กินยาปฏิชีวนะ ทำให้ตัวยาไปกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราชนิดนี้จึงเติบโตมากเกินไป
  • กินยาคุมกำเนิด
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้เหงื่อออกเยอะขึ้นและเสื้อผ้าคับขึ้น

สิวยีสต์ รักษาและป้องกันได้อย่างไรบ้าง

ผลการศึกษาพบว่า ยาต้านเชื้อราไอทราโคนาโซล (itraconazole) สามารถรักษา สิวยีสต์ ได้ดีที่สุด แต่บางคนที่มีทั้งสิวจริงๆ และสิวเชื้อรา แพทย์อาจสั่งจ่ายยาสเตียรอยด์ชนิดทาและครีมแต้มสิวควบคู่ไปด้วย สำหรับคนที่ต้องการรักษาสิวเชื้อราหรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราด้วยตัวเอง ก็สามารถหาซื้อยาสระผมที่มีตัวยาซีลีเนียม ซัลไฟด์ (selenium sulfide) เป็นส่วนประกอบ มาทาไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือทายาฆ่าเชื้อรา เช่น อีโคนาโซล (econazole) นอกจากนี้คุณยังสามารถทาทีทรีออยล์เจือจางบริเวณที่เป็นสิวเชื้อราวันละสองครั้ง หรืออาบน้ำเกลือเพื่อทำให้ผิวแห้งขึ้นและลดอาการติดเชื้อได้

สิวเชื้อราไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำทุกวัน หรือใช้สบู่และแชมพูต้านเชื้อรา อาจช่วยควบคุมไม่ให้เชื้อราเจริญเติบโตบนผิวหนังมากเกินไป รวมไปถึงการกินโพรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต ผักผลไม้ดอง มิโซะซุป ควบคู่ไปกับการกินยาปฏิชีวนะ ก็ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อราที่เจริญมากผิดปกติได้เช่นกัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Fungal Acne Is A Real Thing With Real Solutions: A Guide To Defeating It. https://www.facingacne.com/fungal-acne-real-thing-real-solutions-guide-defeating/. Accessed February 20, 2019

PITYROSPORUM FOLLICULITIS. https://www.aocd.org/page/PityrosporumFollicu. Accessed February 20, 2019

Pityrosporum Folliculitis. https://www.healthline.com/health/pityrosporum-folliculitis#treatment. Accessed February 20, 2019

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 10/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x