home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
ผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans)

หากคุณลองสังเกตตนเองแล้วพบว่า ผิวหนังตามบริเวณข้อพับต่าง ๆ เริ่มเกิดการเปลี่ยนสีที่เห็นเด่นชัด แถมไม่ว่าจะทำความสะอาดเท่าไหร่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นนี้ อาจเป็นไปได้ว่าคุณนั้นกำลังเสี่ยงที่ประสบกับโรค ผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) อยู่ก็เป็นได้

คำจำกัดความ

ผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) คืออะไร

ผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่ทำให้ผิวหนังของเรานั้นมีลักษณะที่คล้ำขึ้น ซึ่งส่วนมากมักพบได้ตามบริเวณข้อพับ และรอยย่นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังจากโรคผิวหนังช้างยังอาจเป็นอีกสัญญาณเตือนหนึ่งของการเกิดเนื้องอก ที่สามารถพัฒนานำไปสู่โรคมะเร็งในอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะอาหาร ตับ เป็นต้น ได้ในอนาคตอีกด้วย

ผิวหนังช้างสามารถพบบ่อยได้เพียงใด

โรคผิวหนังช้างสามารถค้นพบได้บ่อยกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือแม้กระทั่งเด็ก โดยเฉพาะกับผู้ที่มีน้ำหนักส่วนเกิน และผู้กำลังประสบกับโรคเบาหวาน อาจได้รับความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้เป็นพิเศษ

อาการ

อาการของผิวหนังช้าง

อาการของโรคผิวหนังช้างมักสังเกตได้จากที่ผิวหนังตามบริเวณข้อพับของคุณ ไม่ว่าจะเป็น รักแร้ หลังคอ ข้อพับตามขา ข้อศอก รูทวาร และขาหนีบ มีการเปลี่ยนสีเกิดขึ้น ซึ่งมักจะพบเป็นรอยคล้ำสีดำ หรือสีน้ำตาล และค่อนข้างมีความหนานูน ที่สำคัญบางกรณีอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ร่วมกับอาการคันระคายเคืองร่วมด้วยได้

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดผิวหนังช้าง

  • อินซูลินในร่างกายมากเกินไป

ผู้ที่มีโรคผิวช้างส่วนใหญ่ส่วนมากมักมาจากการที่ร่างกายของผู้ป่วยมีอินซูลินในกระแสเลือดของคุณมากเกินไป ทำให้เซลล์ผิวหนังเกิดการทำงานในอัตราที่รวดเร็วขึ้น จนผิวหนังมีสีเข้มกว่าผิวหนังที่อยู่รอบ ๆ ดังนั้นการปรากฏตัวผิวหนังช้างอาจสามารถเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าในอนาคตคุณอาจจะประสบกับโรคเบาหวานด้วยก็เป็นได้

  • ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด

เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลให้ระดับอินซูลินมีการเปลี่ยนแปลง จนส่งผลข้างเคียงต่อการเกิดโรคผิวหนังช้างได้ เช่น ไนอะซิน (niacin) ขนาดสูง เพรดนิโซโลน (prednisolone) และอยากกลุ่มคอร์ติดโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เป็นต้น

  • โรคมะเร็ง

โรคผิวช้างสามารถเกิดร่วมกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือการเกิดเนื้องอกที่กำลังพัฒนาไปเป็นมะเร็งในอวัยวะภายในได้ เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือ ตับ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของ ผิวหนังช้าง

  • โรคอ้วน ยิ่งน้ำหนักตัวคุณมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งอาจเป็นการเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังช้างได้มากขึ้น
  • กลุ่มเชื้อชาติ มีการศึกษาบางชิ้นที่ระบุว่าในอเมริกานั้นโรคผิวช้างมักเกิดกับชนชาวพื้นเมืองอเมริกันมากกว่า
  • ประวัติครอบครัว โรคผิวช้างบางชนิดอาจเป็นโรคติดต่อที่ส่งทอดมาจากทางพันธุกรรมได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยผิวหนังช้าง

ในการวินิจฉัยอาจป็นไปได้อย่างราบรื่น และสังเกตได้ง่ายจากการที่คุณนั้นมีสีผิวหนังที่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่แพทย์ไม่สามารถจะละเลยในการวินิจฉัยไปได้นั้น เห็นว่าจะเป็นการทดสอบ หรือตรวจสุขภาพร่างกายของคุณถึงภาวะดื้ออินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือด ร่วมด้วยเพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดมากขึ้น และง่ายต่อการรักษาให้ได้อย่างตรงจุด

การรักษาผิวหนังช้าง

แพทย์อาจมีการจำหน่ายยาปฏิชีวนะเพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะของสีผิวหนังให้แก่คุณ เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของเรติน-เอ (Retin-A) กรดอัลฟาไฮดรอกซีเอซิด (alpha hydroxy acids) กรดซาลิซิลิก (salicylic acid) และวิตามินดี ที่สำคัญแพทย์อาจแนะนำให้คุณมีการหยุดใช้ยาที่ส่งผลให้เกิดผิวหนังช้างที่คุณกำลังใช้ร่วมอยู่ด้วย เพื่อให้ผลการรักษานั้นได้ประสิทธิภาพมากขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองเพื่อป้องกันและรักษาผิวหนังช้าง

  • การลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
  • การหยุดยาหรืออาหารเสริมที่เป็นสาเหตุที่เชื่อมโยงกับการเกิดโรคผิวหนังช้าง
  • เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เป็นสบู่ที่ใช้ในการต้านแบคทีเรียโดยเฉพาะ
  • หมั่นทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งเป็นประจำ

หากคุณยังคงมีความกังวล หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อีกครั้ง เพื่อที่แพทย์นั้นจะได้ทำการหาทางเลือกในการรักษาหรือป้องกันภาวะดังกล่าวที่คุณกำลังประสบอยู่ ด้วยเทคนิคอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Acanthosis nigricans https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acanthosis-nigricans/symptoms-causes/syc-20368983 Accessed October 08, 2020

Acanthosis Nigricans https://www.healthline.com/health/acanthosis-nigricans Accessed October 08, 2020

Skin and Acanthosis Nigricans https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acanthosis-nigricans-overview Accessed October 08, 2020

What to know about acanthosis nigricans https://www.medicalnewstoday.com/articles/324062 Accessed October 08, 2020

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย panyapat Aiemsin เมื่อ 27/10/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x