คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ตุลาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ใครว่าหัวนมเป็นอวัยวะที่ไม่สำคัญ ความจริงแล้วหัวนมสำหรับผู้หญิงถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเหล่าคุณผู้หญิงจะต้องให้นมลูกทางหัวนม แต่เมื่อเกิดอาการ คันหัวนม หลายคนคงสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุใด และในบางครั้ง อาการคันหัวนม ที่เกิดขึ้นอาจจะกำลังบอกอะไรคุณอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

คันหัวนม เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นสาเหตุของอาการคันที่เต้านมหรือ อาการคันหัวนม โดยโรคผิวหนังชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า กลาก ซึ่งเป็นอาการอักเสบของผิวหนัง แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดอาการคันได้อย่างแน่ชัด แต่โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอาจทำให้ผิวแห้ง คัน และมีผื่นขึ้น ซึ่งปัจจัยบางอย่างอาจทำให้อาการคันที่เต้านมหรือคันหัวนมแย่ลง ได้แก่

  • เส้นใยสังเคราะห์ (Artificial fibers)
  • น้ำยาทำความสะอาด
  • น้ำหอม
  • สบู่
  • เส้นใยขนสัตว์

ผิวแห้ง

ผิวแห้งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หน้าอกหรือหัวนมของคุณเกิดอาการคันได้ นอกจากนั้น การตั้งครรภ์ยังมีโอกาสที่จะทำให้อาการคันที่เต้านมและ อาการคันหัวนม เพิ่มขึ้น เนื่องจากหน้าอกของผู้หญิงจะขยายใหญ่ขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ผิวที่แตกลายอาจทำให้คันและลอกได้

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

โรคเต้านมอักเสบ

โรคเต้านมอักเสบเกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อเต้านม จนอาจทำให้เกิดอาการคันที่เต้านมและ อาการคันหัวนม ภาวะนี้มักส่งผลกระทบต่อคุณแม่ที่ให้นมบุตร โดยคุณแม่ที่ให้นมบุตรอาจจะพบท่อน้ำนมอุดตัน หรือสัมผัสเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่โรคเต้านมอักเสบ ซึ่งอาการเพิ่มเติมของโรคเต้านมอักเสบ ได้แก่

  • ความอ่อนแอของเต้านม
  • บวม
  • รอยแดง
  • ปวดหรือแสบร้อน เมื่อให้นมบุตร

อาการของโรคร้ายแรงอื่น ๆ

อาการคันที่เต้านมหรือคันหัวนม อาจเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคพาเก็ท (Paget Disease) ของเต้านม ซึ่งเป็นมะเร็งระยะที่หายาก ทำให้เกิดอาการคันที่เต้านมและคันหัวนม มะเร็งชนิดนี้จะส่งผลกระทบต่อหัวนมโดยเฉพาะ แม้ว่าจะพบเนื้องอกที่เป็นมะเร็งในเต้านมด้วยก็ตาม อาการของโรคพาเก็ทในระยะเริ่มต้นอาจมีความคล้ายคลึงกับโรคผิวหนังภูมิแพ้หรือโรคกลากได้ ซึ่งอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • หัวนมแบน
  • รอยแดง
  • ก้อนในเต้านม
  • มีสารคัดหลั่งออกจากหัวนม (Discharge from the nipple)
  • การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เต้านมหรือหัวนม

อาการคันและความอุ่นของเต้านม อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ได้เช่นกัน โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมอักเสบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวของเต้านม อาจทำให้คุณเกิดความกังวลได้ด้วย

วิธีการรักษาอาการ คันหัวนม

โรคเต้านมอักเสบได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โปรดอย่าลืมที่จะเข้ารับการรักษาให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อกลับมาอีกครั้ง ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ ที่สามารถช่วยลดอาการคันเต้านมหรือคันหัวนม ได้แก่

  • กินยาแก้ปวด
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ (Drink plenty of fluids)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

โรคพาเก็ท (Paget Disease) และมะเร็งเต้านมสามารถรับการรักษาได้ด้วยหลากหลายวิธี ซึ่งรวมถึง

โดยเคมีบำบัดและการฉายรังสีนั้น มีผลในการฆ่าหรือทำให้เซลล์มะเร็งหดตัว

รับมือ อาการคันหัวนม ด้วยตัวเอง

การรักษาอาการคันเต้านมหรือคันหัวนมจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการส่วนใหญ่ควรแก้ไขได้ด้วยการรักษาที่ไม่ต้องมีการสั่งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการดูแลผิวตามขั้นตอน ซึ่งรวมถึงการล้างผิวด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำอุ่น

นอกจากนั้น การใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่มีน้ำหอม หรือสีย้อม อาจช่วยบรรเทาอาการได้ การใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ อาจช่วยลดการอักเสบได้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ สามารถหยุดอาการคันของคุณได้

วิธีป้องกัน อาการคันหัวนม

การดูแลผิวที่เหมาะสมและระมัดระวัง สามารถป้องกันอาการคันที่เต้านมและคันหัวนมเนื่องจากโรคผิวหนังภูมิแพ้ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ของอาการคันรวมทั้งมะเร็งมักจะไม่สามารถป้องกันได้สำหรับการป้องกันโรคเต้านมอักเสบ รวมถึงการปล่อยให้เต้านมของคุณระบายน้ำนมได้เต็มที่ขณะให้บุตร สามารถทำได้ ดังนี้

  • สลับเต้านมที่คุณให้ครั้งแรกในระหว่างการให้นม
  • สลับตำแหน่งที่ใช้ในการให้นมลูก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ลูกน้อยของคุณล้างเต้านมข้างหนึ่งก่อนที่จะอีกข้างเพื่อให้นมบุตร
  • ขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการให้นมบุตร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

หากคุณเกิดอาการคันเต้านมหรือ อาการคันหัวนม แล้วพยายามรักษาด้วยตัวเองแล้ว แต่อาการคันยังไม่ดีขึ้น สิ่งที่ควรทำมากที่สุด คือ การไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจดูอาการและได้รับการรักษาที่ถูกวิธี

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หนังแข็ง (Scleroderma)

โรคหนังแข็ง หรือโรคผิวหนังแข็ง (Scleroderma) เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ผิวหนังแข็งและหนาขึ้น ทั้งยังส่งผลต่ออวัยวะภายในได้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มกราคม 5, 2021 . เวลาในการอ่าน

โรคลิ่มเลือดอุดตัน ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ควรระวัง

โรคลิ่มเลือดอุดตัน เป็นอีกหนึ่ง ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ทั้งหลายไม่ควรมองข้าม โรคนี้มีอันตรายอะไรบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกับ Hello คุณหมอ เลยค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ มกราคม 4, 2021 . เวลาในการอ่าน

5 ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรระวัง

วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ 5 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ให้คุณพ่อและคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ มกราคม 4, 2021 . เวลาในการอ่าน

แมวกัด แมวข่วน ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร

หลายคนเป็นทาสแมวอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่บางครั้งคุณก็อาจจะโดน แมวกัด แมวข่วน ได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อโดนแล้วจะต้องดูแลรักษาอย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
การปฐมพยาบาล, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

แผลโดนแทง-ของมีคมบาด-ปฐมพยาบาล

แผลโดนแทง ของมีคมบาด ควรปฐมพยาบาลอย่างไรก่อนไปพบหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 12, 2021 . เวลาในการอ่าน
การดูแลสุขภาพให้-ลูกในท้องแข็งแรง-สุขภาพดี

อยากให้ ลูกในท้องแข็งแรง สุขภาพดี คุณแม่ลองทำแบบนี้ดูสิ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มกราคม 11, 2021 . เวลาในการอ่าน
มะเร็งปอด-ป้องกันมะเร็งปอด

ป้องกันมะเร็งปอด ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มกราคม 8, 2021 . เวลาในการอ่าน
การนอนไม่หลับ-ผลกระทบต่อร่างกาย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2021 . เวลาในการอ่าน