home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

2

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก ข้อมูลสำคัญที่พ่อแม่ควรจะต้องเรียนรู้ไว้

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก ข้อมูลสำคัญที่พ่อแม่ควรจะต้องเรียนรู้ไว้

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป มีส่วนทำให้คนในปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินที่ไม่รักษาสุขภาพ ทำให้ปัจจุบันยอดของผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และยังเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แม้แต่กับเด็กเล็ก ๆ ด้วย และถ้าเด็กเป็นเบาหวาน คุณพ่อคุณแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจที่มาที่ไปของโรคเบาหวานในทุกมิติ เพื่อที่จะได้มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก มาดูกันว่าพ่อแม่ควรเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร เมื่อลูกเป็นเบาหวาน

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก คืออะไร

เบาหวานชนิดที่ 1ในเด็ก (Type 1 diabetes in children) เป็นภาวะที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องใช้อินซูลินเพื่อการใช้ชีวิต จึงต้องหาอะไรเพื่อมาทดแทนอินซูลินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 รู้จักกันในชื่อ “โรคเบาหวานในเด็ก” ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติ ทั้งนี้เนื่องมาจากร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลำเลียงน้ำตาลจากไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายไม่มีการผลิตอินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทำให้ตับอ่อนสูญเสียความสามารถในการผลิตอินซูลิน กลุ่มเซลล์ที่อยู่ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินจะโดนทำลายทีละนิดจนหมด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ การฉีดอินซูลินหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลินจึงมีความจำเป็นต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

อาการของ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็ก มักจะมีอาการและพัฒนาความรุนแรงของอาการอย่างรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด เช่น

  • กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย ปริมาณน้ำตาลจำนวนมากที่อยู่ในกระแสเลือดดึงเอาของเหลวจากเนื้อเยื่อออกมามากทำให้เด็ก ๆ มีอาการกระหายน้ำ และดื่มน้ำอยู่บ่อย ๆ ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อย บางครั้งทำให้เด็ก ๆ หลายคนจึงเกิดปัญหาฉี่รดที่นอน
  • หิวบ่อย เมื่อร่างกายของเด็กไม่ได้รับอินซูลินในปริมาณที่เพียงพอ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขาดพลังงาน จึงทำให้รู้สึกหิวอยู่บ่อยๆ
  • น้ำหนักลดลง ถึงแม้ว่าจะกินอยู่บ่อยครั้ง แต่เด็ก ๆ ก็จะมีน้ำหนักที่ลดลง เพราะร่างกายไม่ได้รับน้ำตาล ทำให้กล้ามเนื้อและไขมันที่ร่างกายกักตุนไว้ลดลง
  • อ่อนเพลีย เมื่อร่างกายขาดน้ำตาลส่งผลให้เด็กรู้สึกเหนื่อยและเซื่องซึม
  • หงุดหงิดง่ายและอารมณ์แปรปรวน อาการในลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านการเรียน
  • มีปัญหาด้านการมองเห็น ถ้าลูก ๆ ของคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายจะไม่สามารถดึงเอาของเหลวในร่างกายไปใช้ได้ ทำให้บางครั้งต้องไปดึงเอาของเหลวในดวงตามาใช้ ทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็นได้ หรือเด็ก ๆ มองเห็นไม่ชัดเจน

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวาน

หนึ่งในอุปสรรคแรก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ ก็คือการใช้เข็มเจาะเข้าไปในร่างกายของลูก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ แต่เมื่อคุณมีความชำนาญมากขึ้น ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายไปเอง ฉะนั้นจึงฝึกทำบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ มากไปกว่านั้น ผูกปกครองจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิธีการตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือด และการปรับระดับอินซูลินตามความจำเป็น โดยพิจารณาตามปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งต้องทำการตรวจสอบวันละหลายครั้ง
  • เวลาและชนิดอาหารที่ทานเข้าไป (โดยพิจารณาชนิดและจำนวนคาร์โบไฮเดรตในอาหาร)
  • จำนวนกิจกรรมทางร่างกาย ที่ต้องการน้ำตาลและอินซูลินเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณของอินซูลินที่ใช้ฉีด หรือจากการใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกาย

โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากเบาหวานชนิดที่ 1

อาการแทรกซ้อนที่เกิดจากเบาหวานชนิดที่ 1 จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าระดับน้ำตาลยังไม่ได้รับการควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งบางครั้งอาจจะนำไปสู่ความพิการ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือเกิดความเสี่ยงต่ออาการทางสุขภาพต่าง ๆ ดังนี้

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ
  • เส้นประสาทถูกทำลาย น้ำตาลในเส้นเลือดที่มากไปจะไปทำลายผนังของหลอดเลือดฝอยที่อยู่ตามเส้นประสาทต่าง ๆ โดนเฉพาะที่ขา จึงทำให้เกิดอาการชา ปวด และจะเป็นหนักขึ้นหากยังไม่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ไตถูกทำลาย โรคเบาหวานจะทำลายเส้นเลือดฝอยที่กรองของเสีย ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการไตวาย
  • ดวงตาถูกทำลาย โรคเบาหวานจะทำลายเส้นเลือดที่ตา ซึ่งจะส่งผลต่อปัญหาในการมองเห็น และอาจทำให้ตาบอดได้
  • โรคผิวหนัง โรคเบาหวานทำให้เด็ก ๆ มีปัญหาโรคผิวหนัง เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย ติดเชื้อรา ทำให้เกิดอาการคัน
  • กระดูกพรุน โรคเบาหวานทำให้ความหนาแน่นของกระดูกน้อยกว่าปกติ ทำให้เด็ก ๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อโตขึ้น

การขอความช่วยเหลือ

คุณหมอ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทีมดูแลสุขภาพจะเป็นที่พึ่งหลักในการให้ความช่วยเหลือกับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองก็ยังสามารถค้นหาข้อมูลได้จากแหล่งต่าง ๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งข้อมูลออนไลน์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย วรภพ ไกยเดช แก้ไขล่าสุด 22/07/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ