brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

โฆษณา

แบ่งปัน

ข้าวฟ่าง ธัญพืชเมล็ดจิ๋ว กับคุณประโยชน์แจ๋วเกินตัว

ข้าวฟ่าง เป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุอีกหลายชนิด ทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น บำรุงสุขภาพหัวใจ บำรุงกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

ข้าวฟ่าง ธัญพืชเมล็ดจิ๋ว กับคุณประโยชน์แจ๋วเกินตัว

ข้าวฟ่าง คืออะไร

ข้าวฟ่าง (Millet) จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้า ได้มีการเพาะปลูกในประเทศอินเดีย ประเทศไนจีเรีย และประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียและแอฟริกา เป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เช่น บำรุงสุขภาพหัวใจ บำรุงกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกหลากหลายเมนู นอกจากนี้ข้าวฟ่างบางชนิดยังสามารถนำมาเป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของข้าวฟ่าง

ข้าวฟ่างอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด โดยข้าวฟ่างปรุงสุก 1 ถ้วย ปริมาณ 174 กรัม ให้คุณค่าทางสารอาหาร ดังนี้

  • พลังงาน 207 แคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 41 กรัม
  • ไฟเบอร์ 2.2 กรัม
  • โปรตีน 6 กรัม
  • ไขมัน 1.7 กรัม
  • ฟอสฟอรัส 25% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน
  • แมกนีเซียม 19% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน
  • โฟเลต 8% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน
  • เหล็ก 6% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน

ประโยชน์ของข้าวฟ่าง

  • ต้านอนุมูลอิสระ

ข้าวฟ่างอุดมไปด้วยสารประกอบฟีนอลิก (Phenolic) โดยเฉพาะกรดเฟอรูลิก (Ferulic) และคาเทชิน (Catechin) ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชัน

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชที่มีดัชนีน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลลดลง ถือได้ว่าเป็นธัญพืชที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • บำรุงสุขภาพหัวใจ

ข้าวฟ่างอุดมด้วยธาตุแมกนีเซียม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือด

  • ป้องกันโรคเบาหวาน

ข้าวฟ่างเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจาก ข้าวฟ่างอุดมด้วยธาตุแมกนีเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยให้ตัวรับอินซูลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร

ข้าวฟ่างมีไฟเบอร์สูงช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องอืด ท้องผูก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการบริโภค

  • ถึงแม้ว่าข้าวฟ่างจะไม่มีสารกลูเตน แต่ยังคงมีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งยับยั้งการทำงานของต่อมไทรอยด์ อาจส่งผลให้เกิดโรคคอพอกได้
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ไม่ควรรับประทานข้าวฟ่างในปริมาณมาก
fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ · แก้ไขล่าสุด 17/12/2021