backup og meta

อาการท้องร่วง ต้นเหตุจากไวรัสโรต้า (Rotavirus)

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย · แก้ไขล่าสุด 11/05/2020

อาการท้องร่วง ต้นเหตุจากไวรัสโรต้า (Rotavirus)

เมื่อเกิด อาการท้องร่วง โดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะนึกถึงเรื่องการทานอาหารเป็นสาเหตุหลัก แต่ความจริงแล้วต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงจริงๆ มาจากไวรัสโรต้า แต่เจ้าไวรัสตัวนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ต้องไปติดตามบทความนี้ของทาง Hello คุณหมอกัน

ไวรัสโรต้า (Rotavirus) ตัวการของ อาการท้องร่วง

เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์จะพบว่าไวรัสโรต้า (Rotavirus) นั้นมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม โดยไวรัสชนิดนี้จะแพร่กระจายได้ง่าย จึงทำให้เกิดการอักเสบในกระเพาะอาหารและลำไส้ ผลที่ตามมาก็คือเกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อาเจียน มีไข้ ปวดท้อง และเกิดภาวะขาดน้ำในทารก เด็ก และผู้ใหญ่บางคน

ไวรัสโรต้า เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการท้องร่วง มักพบมากที่สุดในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ทั้งยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 215,000 รายต่อปี แม้การติดเชื้อไวรัสโรต้าจะยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยา แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน รวมทั้งเมื่อเกิดอาการแล้วก็ยังสามารถรักษาเชื้อชนิดนี้ได้ด้วยของเหลวชนิดพิเศษ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ เนื่องจากบางครั้งการขาดน้ำอย่างรุนแรงจะส่งผลต่อของเหลวในหลอดเลือดดำ จึงจำเป็นต้องเพิ่มของเหลวให้กับหลอดเลือดดำ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับไวรัสชนิดนี้

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า ไวรัสโรต้า นั้นสามารถแพร่กระจายได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาการที่แสดงออกมีดังนี้

ไวรัสโรต้าในเด็ก

อาการของไวรัสโรต้ามักจะโดดเด่นมากที่สุดในเด็ก จากรายงานของ Mayo Clinic อาการสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 2 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งอาการที่พบบ่อยที่สุดก็คือท้องเสียอย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังมีอาการเหล่านี้ประกอบอีกด้วย

  • อาเจียน
  • อุจจาระสีดำ
  • อุจจาระมีเลือดหรือหนองในตัว
  • อ่อนเพลียอย่างรุนแรง
  • ไข้สูง
  • มีความหงุดหงิด
  • ร่างกายขาดน้ำ
  • ปวดท้อง
  • ภาวะขาดน้ำถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากที่สุดในเด็ก ซึ่งภาวการณ์ขาดน้ำมักจะเกิดจากการอาเจียนและท้องเสีย สำหรับวิธีสังเกตุอาการภาวะขาดน้ำ ก็คือ

    ไวรัสโรต้าในผู้ใหญ่

    สำหรับผู้ใหญ่แล้วเมื่อได้รับไวรัสโรต้าก็อาจจะมีอาการต่างๆ เกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่ในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพที่ดี เมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้าก็อาจจะไม่พบอาการใดๆ เลยก็ได้เช่นกัน

    เมื่อไหร่ที่ควรจะต้องไปพบหมอ

    หากติดเชื้อไวรัสโรต้าและมีอาการต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

    อาการที่เกิดขึ้นในเด็ก

    • ท้องร่วงนานกว่า 24 ชั่วโมง
    • อาเจียนบ่อยครั้ง
    • อุจจาระสีดำ
    • อุจจาระมีเลือดหรือหนองปนอยู่
    • มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า
    • ดูเหมือนเซื่องซึม หงุดหงิด หรือเจ็บปวด
    • มีอาการของภาวะขาดน้ำ ซึ่งรวมถึง ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย
    • ง่วงนอนผิดปกติ หรือไม่มีการตอบสนอง

    อาการที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่

    • ท้องร่วงนานกว่า 2 วัน
    • มีเลือดผสมอยู่ในอาเจียน
    • รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของลำไส้
    • มีอุณหภูมิสูงกว่า 4 องศาเซลเซียส
    • มีอาการของภาวะขาดน้ำ กระหายน้ำมากเกินไป ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย
    • อ่อนแรงอย่างรุนแรง
    • วิงเวียนศีรษะ

    การดูแลผู้ติดเชื้อไวรัสโรต้าที่บ้าน

    ไวรัสโรต้ามักจะทำงานอยู่ภายในร่างกายประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงนั้นถือว่าผู้ป่วยต้องการน้ำเป็นอย่างมากเพื่อมาชดเชยน้ำที่ถูกขับออกมาจากอาการท้องร่วง ดังนั้นควรให้เขาได้ทานของเหล่านี้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    หมายเหตุ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    ทีม Hello คุณหมอ


    เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย · แก้ไขล่าสุด 11/05/2020

    advertisement iconโฆษณา

    คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

    advertisement iconโฆษณา
    advertisement iconโฆษณา