ผู้เชี่ยวชาญจาก 10 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิกร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลระยะยาว เทคนิคการผ่าตัด และแนวทางเลือกวิธีรักษาที่คำนึงถึงอนาคตของผู้ป่วย
ผู้เชี่ยวชาญจาก 10 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิกร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลระยะยาว เทคนิคการผ่าตัด และแนวทางเลือกวิธีรักษาที่คำนึงถึงอนาคตของผู้ป่วย

Edwards Lifesciences จัดการประชุม RESILIA Summit 2026 ที่กรุงเทพมหานคร รวมศัลยแพทย์หัวใจชั้นนำกว่า 120 คนจาก 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคลิ้นหัวใจ และร่วมกำหนดแนวทางดูแลผู้ป่วยที่มองไกลกว่าผลลัพธ์จากการผ่าตัดครั้งแรก
การประชุมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐานการผ่าตัดหัวใจ” หรือ Raising the Bar in Cardiac Surgery โดยให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานของลิ้นหัวใจเทียม ผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว และการวางแผนดูแลลิ้นหัวใจตลอดช่วงชีวิตของผู้ป่วย
แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นจากการที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ขณะเดียวกันผู้ป่วยอายุน้อยจำนวนหนึ่งต้องเข้ารับการรักษาโรคลิ้นหัวใจ การตัดสินใจทางคลินิกจึงต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยอาจต้องรับการรักษาหรือทำหัตถการเพิ่มเติมในอนาคต ไม่ใช่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะการผ่าตัดครั้งปัจจุบันเท่านั้น
Amit Raheja รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Edwards Lifesciences กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นพื้นที่ให้บุคลากรทางการแพทย์จากหลายประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรง และพิจารณาว่าหลักฐานทางการแพทย์สามารถนำมาช่วยพัฒนาแนวทางดูแลผู้ป่วยในระยะยาวได้อย่างไร
ตลอดระยะเวลาสองวันของการประชุม การอภิปรายแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
เนื้อหาครอบคลุมทั้งโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic valve disease) และโรคลิ้นหัวใจไมตรัล (Mitral valve disease) รวมถึงการรับมือกับผู้ป่วยที่มีอาการหรือพยาธิสภาพซับซ้อนขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การเลือกลิ้นหัวใจและวิธีผ่าตัดครั้งแรกอาจส่งผลต่อทางเลือกในการรักษาครั้งต่อไป จึงต้องประเมินทั้งอายุ สุขภาพโดยรวม ความเสี่ยง คุณภาพชีวิต และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคนร่วมกัน
นายแพทย์ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ จากสถาบันโรคทรวงอก ประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นที่ศัลยแพทย์ต้องพิจารณามีตั้งแต่ การเลือกระหว่างลิ้นหัวใจโลหะกับลิ้นหัวใจเนื้อเยื่อ การซ่อมกับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ตลอดจน การเลือกระหว่างการแก้ปัญหาด้วยการผ่าตัดครั้งเดียว กับการวางแผนดูแลรักษาคนไข้ไปตลอดชีวิต
“ท้ายที่สุดแล้ว ทุกประเด็นกลับมาสู่คำถามเดียวกันว่า อะไรคือสิ่งที่จะมอบอนาคตที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย” นายแพทย์ทวีศักดิ์กล่าว

หนึ่งในหัวข้อสำคัญของงานคือการนำเสนอข้อมูลติดตามผลระยะ 10 ปีจากการศึกษาทางคลินิก COMMENCE ควบคู่กับประสบการณ์ใช้งานจริงทางคลินิกจากโปรแกรม MOMENTIS
ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาอภิปรายในบริบทของการเลือกลิ้นหัวใจเทียมชิ้นแรก การประเมินความเสี่ยง การวางลำดับขั้นตอนการรักษา และการเตรียมทางเลือกสำหรับหัตถการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยที่อาจต้องได้รับการดูแลรักษาและบริหารจัดการลิ้นหัวใจอย่างต่อเนื่องไปตลอดช่วงอายุขัย
Edwards Lifesciences ระบุว่า ผลติดตามจากการศึกษา COMMENCE ระยะเวลา 10 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ด้านความทนทานระยะยาวของลิ้นหัวใจศัลยกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเนื้อเยื่อ RESILIA™ อย่างไรก็ตาม การนำผลการศึกษามาใช้ประกอบการรักษาจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับรายละเอียดทางคลินิก ความเสี่ยง และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
Dr. Vinayak (Vinnie) Dapat ประธานศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ แห่งศูนย์วิทยาศาสตร์ลิ้นหัวใจ สถาบันโรคหัวใจ Allina Health Minneapolis สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ข้อมูลผลลัพธ์ที่มีการติดตามนานถึง 10 ปีพบได้ไม่บ่อยในวงการศัลยศาสตร์หัวใจ และอาจช่วยให้ทีมรักษาประเมินความเสี่ยง รวมถึงจัดลำดับแนวทางรักษาตลอดช่วงชีวิตของผู้ป่วยได้รอบด้านขึ้น
ด้าน Prof Dato’ Seri Dr. Jeffrey Jeswant Dillon แพทย์ที่ปรึกษาอาวุโสด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอกแห่งสถาบันโรคหัวใจแห่งชาติมาเลเซีย มองว่า ข้อมูลเหล่านี้นี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อวิธีคิดของศัลยแพทย์ในภูมิภาคเกี่ยวกับการวางแผนรักษาตลอดชีวิต โดยอายุการใช้งานของลิ้นหัวใจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการตัดสินใจ
นอกจากข้อมูลทางคลินิก ภายในงานยังมีการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
ผู้ป่วยชายวัย 61 ปีจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยลิ้นหัวใจเนื้อเยื่อ RESILIA™ ในปี 2018 เล่าว่า ปัจจุบันสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงได้อีกครั้ง โดยเหตุผลหนึ่งที่เลือกใช้ลิ้นหัวใจเนื้อเยื่อคือความต้องการหลีกเลี่ยงการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดในระยะยาว
ขณะที่ผู้ป่วยหญิงจากประเทศไทยให้ความสำคัญกับทางเลือกที่อาจช่วยลดโอกาสการกลับมาผ่าตัดซ้ำ เพื่อให้สามารถดูแลครอบครัวและดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปได้
ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า เป้าหมายและปัจจัยในการเลือกวิธีรักษาของผู้ป่วยแต่ละคนอาจแตกต่างกัน การตัดสินใจจึงควรเกิดจากการพูดคุยร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ครอบครัว และทีมรักษา โดยพิจารณาทั้งข้อมูลทางการแพทย์และความต้องการด้านคุณภาพชีวิต

RESILIA Summit 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องจากการประชุมในปี 2025 ที่ประเทศอินเดีย และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศัลยศาสตร์หัวใจในเอเชียแปซิฟิก
Dr. Andrew Newcomb ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรอยัล เมลเบิร์น กล่าวว่า การรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมด้านการผ่าตัด ก่อนนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยในแต่ละประเทศ
สาระสำคัญจากการประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาลิ้นหัวใจหรือเทคนิคการผ่าตัด แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองในการรักษา จากการแก้ปัญหาเฉพาะครั้งไปสู่การวางแผนเส้นทางการรักษาตลอดชีวิต เพื่อรักษาทางเลือกในอนาคตและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว
ทั้งนี้ ข้อมูลภายในงานเป็นการนำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาการ ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับการเลือกวิธีรักษาเฉพาะบุคคล ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับสุขภาพ ความเสี่ยง และเป้าหมายการใช้ชีวิตของตนเอง