brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

โรคที่มากับน้ำท่วม มีอะไรบ้าง? เช็กอาการและวิธีป้องกัน

น้ำท่วมไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายชนิด เพราะน้ำท่วมขังอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ขยะ เชื้อโรค และสารคัดหลั่งจากสัตว์ ขณะเดียวกันการต้องลุยน้ำ อยู่ในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือใช้ชีวิตในพื้นที่พักพิงร่วมกับคนจำนวนมาก ก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคได้เช่นกัน

โรคที่มากับน้ำท่วม มีอะไรบ้าง? เช็กอาการและวิธีป้องกัน
  • น้ำท่วมขังอาจมีเชื้อโรคและสิ่งปฏิกูลปนเปื้อน จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยไม่จำเป็น
  • หากต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทและล้างเท้าด้วยสบู่ จากนั้นเช็ดให้แห้ง
  • ดื่มเฉพาะน้ำสะอาดและกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่
  • ระวังไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ถ่ายเหลว หายใจเหนื่อย หรือแผลบวมแดง
  • หลังน้ำลดควรกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และทำความสะอาดบ้านโดยใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

1. โรคฉี่หนู

โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคสำคัญที่ต้องระวังหลังสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีบาดแผลหรือรอยถลอก รวมถึงเยื่อบุตา ปาก และจมูก

อาการที่ควรระวัง

  • ไข้สูง
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือหลัง
  • ตาแดง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หากรุนแรงอาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง

วิธีป้องกัน

หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือโคลนโดยไม่จำเป็น หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท ปิดบาดแผลไม่ให้สัมผัสน้ำ และหลังขึ้นจากน้ำควรล้างเท้าหรือบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทันที

หากหลังลุยน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ มีไข้สูงร่วมกับปวดศีรษะ ปวดน่องหรือหลัง ควรพบคุณหมอและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมด้วย

2. น้ำกัดเท้าและโรคผิวหนังจากน้ำท่วม

การแช่เท้าหรือลุยน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและระคายเคือง รวมถึงอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวหนังหรือติดเชื้อบริเวณเท้า กลายเป็นปัญหาน้ำกัดเท้าได้

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • คันตามซอกนิ้วเท้า
  • ผิวหนังลอกเป็นขุย
  • เท้าเปื่อย
  • ผื่นหรือพุพอง
  • บวมแดงหรืออักเสบ

หลังลุยน้ำควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว หากมีบาดแผลควรระวังไม่ให้สัมผัสน้ำสกปรก และหากแผลบวมแดง มีหนอง หรืออาการไม่ดีขึ้นควรพบคุณหมอ

3. อุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ

น้ำท่วมอาจพัดพาสิ่งปฏิกูล ขยะ และเชื้อโรคไปปนเปื้อนน้ำดื่ม อาหาร วัตถุดิบ รวมถึงภาชนะที่ใช้ประกอบอาหาร ทำให้โรคติดต่อทางอาหารและน้ำเป็นอีกกลุ่มที่ควรระวัง

อาการอาจประกอบด้วย

  • ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ
  • ปวดท้อง
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มีไข้

วิธีป้องกันที่สำคัญคือ กินอาหารปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด และล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ภาชนะสำหรับอาหารควรล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้

หากถ่ายหรืออาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง ควรพบคุณหมอโดยเร็ว

4. โรคตาแดงและตาอักเสบ

น้ำสกปรก ฝุ่น หรือการใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสดวงตาอาจทำให้เกิดปัญหาตาแดงหรือตาอักเสบได้

อาการที่พบได้ เช่น

  • ตาแดง
  • ระคายเคืองหรือปวดตา
  • น้ำตาไหล
  • มีขี้ตามาก
  • หนังตาบวม
  • กลัวแสง

หากน้ำสกปรกหรือสิ่งสกปรกเข้าตา ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

5. โรคทางเดินหายใจ

การอยู่ในสภาพแวดล้อมชื้น มีฝุ่นโคลน หรืออยู่รวมกันในพื้นที่พักพิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ไข้ ไอ จาม เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย

ควรดูแลร่างกายให้อบอุ่น ล้างมือสม่ำเสมอ ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย หากมีไข้สูงร่วมกับหายใจเหนื่อยหรือหอบ ควรพบคุณหมอ

6. ไข้เลือดออกและโรคจากยุงหลังน้ำท่วม

หลังฝนตกหรือน้ำเริ่มลด อาจมีน้ำขังตามภาชนะต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้ กรมควบคุมโรคจึงจัดโรคที่มียุงเป็นพาหะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงน้ำท่วม

วิธีลดความเสี่ยง ได้แก่

  • ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
  • กำจัดภาชนะหรือจุดที่มีน้ำขัง
  • นอนในมุ้ง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงตามคำแนะนำ
  • ระวังไม่ให้ยุงกัด

หากมีไข้สูงต่อเนื่อง ปวดเมื่อย มีผื่นหรือจุดแดง หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

ดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงน้ำท่วม

นอกจากการป้องกันโรคแต่ละชนิดแล้ว ควรยึดหลักง่าย ๆ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหากไม่จำเป็น
  • หากต้องลุยน้ำ ให้สวมรองเท้าบูทและปิดบาดแผล
  • ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ
  • กินอาหารปรุงสุกใหม่และดื่มน้ำสะอาด
  • ไม่กินอาหารที่แช่น้ำท่วมหรือสงสัยว่าปนเปื้อน
  • ดูแลบ้านและบริเวณรอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนูและยุง
  • ระวังของมีคม สัตว์มีพิษ และไฟฟ้ารั่วในพื้นที่น้ำท่วม
  • หลังน้ำลด ควรสวมถุงมือ รองเท้ายาง และอุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดบ้าน

อาการแบบไหนควรพบคุณหมอ

ควรพบคุณหมอหากมีอาการ เช่น

  • ไข้สูง โดยเฉพาะหลังลุยน้ำ
  • ปวดน่องหรือกล้ามเนื้อรุนแรง
  • หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย
  • ถ่ายหรืออาเจียนมากจนดื่มน้ำไม่ได้
  • ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือด
  • ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ
  • แผลบวมแดง มีหนอง หรือปวดมากขึ้น
  • ซึม สับสน หรืออาการโดยรวมแย่ลง

การแจ้งคุณหมอว่ามีประวัติลุยน้ำหรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วม อาจช่วยในการประเมินโรคและเลือกแนวทางตรวจรักษาที่เหมาะสมได้

สรุป

ช่วงน้ำท่วมควรระวังทั้งโรคจากการสัมผัสน้ำสกปรก อาหารและน้ำปนเปื้อน โรคทางเดินหายใจ โรคจากยุง และปัญหาผิวหนัง โดยเฉพาะโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า อุจจาระร่วง ตาแดง และไข้เลือดออก

หลักสำคัญคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วม รักษาความสะอาด กินอาหารสุก ดื่มน้ำสะอาด ดูแลบาดแผล และสังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง หากมีอาการรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรรักษาด้วยตัวเองเป็นเวลานาน ควรพบคุณหมอเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม

fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล · แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน