brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 8
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 9
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 10
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 11
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 12
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 14
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 15
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 16
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 17
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 18
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 19
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 20
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 21
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 22
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 23
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 24
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 25
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 26
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 27
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 28
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 29
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 30
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 31
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 32
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 33
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 34
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 35
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 36
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 37
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 38
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 39
สัปดาห์ที่ 40
สัปดาห์ที่ 40

สัปดาห์ที่ 28

ทารกเริ่มเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะกับการคลอด

ส่วนสูงปัจจุบันของคุณ 37.6 cmน้ำหนักปัจจุบันของคุณ 1 kg

แบ่งปัน

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28 ทารกในครรภ์มักมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และยาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าวัดได้ประมาณ 38 เซนติเมตร เป็นช่วงสัปดาห์ที่ทารกอาจกลับหัวเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ในบางรายทารกอาจยังไม่กลับหัว แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เพราะยังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 10 สัปดาห์ที่ทารกอาจเปลี่ยนท่าทางเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ในช่วงการตั้งครรภ์ ของสัปดาห์ที่ 28 นี้ ทารกในครรภ์มักมีขนาดเท่ากับมะเขือยาวลูกใหญ่ ซึ่งจะหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และยาวประมาณ 38 เซนติเมตร โดยวัดตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้า ทารกอาจเริ่มกลับหัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคลอด หากทารกยังไม่กลับหัว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะยังมีระยะเวลาอีกประมาณ 10 สัปดาห์ก่อนคลอดที่ทารกสามารถเปลี่ยนท่าทางและกลับตัวได้เอง หากพบว่าทารกไม่กลับหัวเมื่อใกล้คลอด คุณหมออาจแนะนำการผ่าคลอด

นอกจากนี้ รอยหยักสมองของทารกในครรภ์ยังคงพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยังมีชั้นไขมันและเส้นผมยังมีการเจริญเติบโตเช่นเดียวกันอีกด้วย

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณหมออาจตรวจเลือดในช่วงแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ เพื่อทำการหากรุ๊ปเลือด Rh ซึ่งเป็นสสารชนิดหนึ่งที่พบในเซลล์เม็ดเลือดแดงของคนส่วนใหญ่ หากหญิงตั้งครรภ์มีกรุ๊ปเลือด Rh negative แต่ทารกมีกรุ๊ปเลือด Rh positive ทารกอาจมีแนวโน้มเกิดปัญหาสุขภาพ อย่างเช่น โรคโลหิตจาง คุณหมออาจฉีดวัคซีนที่มีชื่อเรียกว่า Rh immune globulin ให้หญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพเหล่านี้ โดยจะฉีดในช่วงสัปดาห์ที่ 28 และฉีดอีกครั้งหลังคลอดบุตรแล้ว

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

นอกจากหน้าท้องจะมีขนาดใหญ่ขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เท้าและข้อเท้ามักบวมขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็นของวัน อาการบวมนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแต่อาจรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ใส่รองเท้าและนาฬิกาข้อมือได้ยากขึ้น แหวนอาจจะคับขึ้นและถอดออกจากนิ้วได้ยาก

อาการบวมนิดหน่อยของเท้า ข้อเท้า และมือ ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากมีของเหลวที่จำเป็นในการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้หญิง 75 เปอร์เซ็นต์เกิดอาการบวมในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 26 หรือช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป โดยที่อาการบวมจะแย่ลงถ้าอากาศร้อน หรือใช้เวลายืนหรือนั่งเป็นเวลานาน ๆ โดยส่วนใหญ่อาการบวมอาจลดลงหากนอนพักสองสามชั่วโมง หรือนอนพักผ่อนในตอนกลางคืน

การพบคุณหมอ

ควรปรึกษาคุณหมออย่างไรบ้าง

ถ้าอาการบวมแย่ลง ควรรีบไปพบคุณหมอทันที อาการบวมมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ และมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ 

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณหมออาจขอตรวจร่างกายตามปกติ ซึ่งได้แก่ 

  • ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดมดลูกโดยการคลำจากภายนอก
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดที่ขา รวมทั้งอาการบวมที่มือและเท้า
  • ตรวจหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ
  • สอบถามถึงอาการต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

กิจกรรมและพฤติกรรมบางอย่างควรหลีกเลี่ยงระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งได้แก่

การตั้งครรภ์อาจทำให้มีริ้วรอยและรอยแตกลาย ที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงอาจอยากฉีดโบท็อกซ์ในช่วงนี้ แต่อาจจะเป็นกังวล ว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์หรือเปล่า ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ของผู้หญิงตั้งครรภ์ หากฉีดโบท็อกซ์ก่อนที่จะตั้งครรภ์มักไม่ส่งผลต่อทารกในครรภ์ เแต่หากตั้งครรภ์แล้ว ควรรอให้คลอดก่อน แล้วจึงค่อยฉีดโบท็อกซ์ เนื่องจากยังไม่มีรายงานว่าการฉีดโบท็อกซ์ระหว่างคลอดปลอดภัยต่อทารกในครรภ์หรือไม่

หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูง (แม้จะไม่ได้เป็นแบบส้นแหลมก็ตาม) ในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน เพราะปกติแล้วเมื่อตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง และด้วยความที่เส้นเอ็นมักจะคลายตัวในระหว่างการตั้งครรภ์ จึงอาจทำให้การเดินมักไม่มั่นคงและกล้ามเนื้อฉีกขาดได้

โดยเฉพาะการสวมใส่รองเท้าส้นสูงมักทำให้เสี่ยงหกล้ม อาจทำให้หญิงตั้งครภ์และทารกในครรภ์บาดเจ็บได้

medical
แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
สุขภาพทางเพศ · โรงพยาบาลนครพิงค์
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ · แก้ไขล่าสุด 12/10/2022