brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ทำอย่างไรดี เมื่อฉันเป็น โรคกลัวเสียงฟ้าร้อง

เด็กและผู้ใหญ่หลายคนมักมีอาการกลัวเสียงฟ้าร้อง บางรายอาจมีอาการตัวสั่น ร้องไห้ และยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเมื่ออยู่คนเดียว เราจะมีวิธีการกำจัดความกลัวเหล่านี้ออกไปได้อย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ ในบทความเรื่อง ทำอย่างไรดี เมื่อฉันเป็น โรคกลัวเสียงฟ้าร้อง

ทำอย่างไรดี เมื่อฉันเป็น โรคกลัวเสียงฟ้าร้อง

ทำความรู้จักกับโรคกลัวเสียงฟ้าร้อง (Astraphobia)

โรคกลัวเสียงฟ้าร้อง (Astraphobia) คือ ความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นขณะได้ยินเสียงฟ้าร้อง เป็นความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ผู้ป่วยจะรู้สึกวิตกกังวลทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งนั้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด แต่ไม่สามารถหยุดความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นได้

ส่วนใหญ่โรคนี้มักพบในวัยเด็กมากกว่าวัยผู้ใหญ่ ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลีย ใจสั่น เหงื่อออก ทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง โรคกลัวเสียงฟ้าร้องนั้นสามารถรักษาให้หายได้ เช่นเดียวกับโรคอาการกลัวอื่น ๆ คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

เช็กด่วน! คุณมีอาการกลัวเสียงฟ้าร้องหรือไม่

ถ้าเสียงฟ้าทำให้คุณแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคกลัวเสียงฟ้าร้อง

  • รู้สึก ชา ตัวสั่น หัวใจเต้นไว
  • หายใจติดขัด
  • เจ็บหน้าอก
  • ฝ่ามือ มีเหงื่อออก
  • รู้สึกว่าต้องหลบซ่อนตัวขณะที่เสียงฟ้าร้อง เช่น หลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ใต้เตียง เป็นต้น
  • ร้องไห้ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้คุณเป็น โรคกลัวเสียงฟ้าร้อง

  • ความทรงจำที่ไม่ดีในวัยเด็ก ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณกลัวเสียงฟ้าร้อง อาจเกิดจากความความทรงจำที่ไม่ดีในวัยเด็ก เช่นความรู้สึกกลัวเสียงฟ้าร้องในวัยเด็ก อาจส่งผลกระทบให้คุณรู้สึกกลัวจนถึงปัจจุบัน
  • ความผิดปกติทางสมอง เกิดจากความผิดปกติของสมอง ที่เรียกว่า กลุ่มออทิสติก (Autism Spectrum Disorders ; ASD) ผู้ป่วยมักมีปัญหาทางประสาทสัมผัสร่วมด้วย และมีความไวต่อการสัมผัสบางอย่าง เช่น ความไวต่อการได้ยินเสียง
  • ได้รับอุบัติเหตุ การได้รับบาดเจ็บหรือประสบอุบัตติเหตุจากสภาพอากาศหรือได้รับประสบการณ์ที่เจ็บปวดจากสภาพอากาศที่รุนแรงจนส่งผลให้คุณรู้สึกหวาดกลัวเมื่อคิดว่าต้องเผชิญกับสถานการณ์นั้นอีกครั้ง

คุณหมอช่วยคุณได้

โรคกลัวเสียงฟ้าร้องนั้นมีวิธีการรักษาด้วยกันหลายรูปแบบทั้งการใช้จิตบำบัดและการรับประทานยา โดยวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล มีวิธีดังต่อไปนี้

การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy ; CBT)

  • การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมเป็นหนึ่งในการบำบัดทางจิต ที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาถึงต้นเหตุ โดยการลบพฤติกรรมที่มีความเชื่อแบบผิดๆแทนด้วยการเรียนรู้สิ่งที่สมเหตุสมผล

การบำบัดด้วยการสัมผัส (Touch Therapy) 

  • การบำบัดด้วยการสัมผัสเป็นหนึ่งในประเภทของการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญรักษาโดยให้ผู้ป่วยค่อยๆ เผชิญหน้ากับความกลัวที่ละน้อย เพื่อให้เกิดความเคยชิน

การยอมรับและการให้พันธสัญญา (Acceptance and Commitment Therapy ; ACT)

  • แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทำการบำบัดผู้ป่วยโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การฝึกสติ และฝึกให้ยอมรับตนเองจากสถานการณ์นั้นๆ

รักษาโดยการใช้ยา

  • แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำยาชนิดรับประทานที่ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล ความเครียด เช่น กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ยาบูสไพโรน (Buspirone) ยากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclics) เป็นต้น
ทีม Hello คุณหมอ
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดยทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ · แก้ไขล่าสุด 15/05/2025