brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

ชันนะตุ อาการ สาเหตุ และการรักษา

ชันนะตุ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ อาจพบได้บ่อยในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน สามารถแพร่กระจายได้จากการสัมผัสกับคน สัตว์ สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ มักทำให้มีอาการคัน ผิวหนังตกสะเก็ด อักเสบ มีหนอง และอาจทำให้ผมร่วง

ชันนะตุ อาการ สาเหตุ และการรักษา

คำจำกัดความ

ชันนะตุ คือ อะไร

ชันนะตุ คือ การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ ส่วนใหญ่มักพบในเด็กเล็กหรือเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กอายุ 3-7 ปี ทั้งยังเกิดได้ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น การติดเชื้อเอชไอวี โรคแพ้ภูมิตัวเอง ชันนะตุสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัสกับคน สัตว์ หรือสิ่งของที่ติดเชื้อรา มักทำให้มีอาการคัน รอยแดง ตกสะเก็ด ผมขาดหลุดร่วง อาจรักษาได้ด้วยการรับประทานยาฆ่าเชื้อราและใช้แชมพูฆ่าเชื้อราเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังผู้อื่น

อาการ

อาการชันนะตุ

อาการชันนะตุที่พบบ่อย มีดังนี้

  • ผิวหนังตกสะเก็ดหรืออักเสบเป็นหย่อม ๆ
  • ผมเปราะ ขาดง่าย และผมร่วงบริเวณที่ผิวหนังตกสะเก็ดหรืออักเสบ
  • แผ่นสะเก็ดจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นและมีจุดสีดำบริเวณที่ผมหลุดร่วง
  • มีอาการเจ็บปวด คัน บริเวณหนังศีรษะ
  • อาจมีก้อนหนอง

หากมีอาการคันเรื้อรังมากขึ้น แผ่นสะเก็ดหรือการอักเสบจะลุกลามบนหนังศีรษะมากขึ้น อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผมร่วงถาวร ผิวหนังบวมและมีหนอง เกิดแผลเป็น หัวล้านเป็นหย่อม ๆ ดังนั้น ควรรีบเข้าพบคุณหมอและทำการรักษา เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้ชันนะตุลุกลาม

สาเหตุ

สาเหตุชันนะตุ

ชันนะตุเกิดจากเชื้อราที่เข้าทำลายผิวหนังบนหนังศีรษะและเส้นผม โดยแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ส่งผลให้เกิดการอักเสบ ตกสะเก็ดและผมขาดหลุดร่วง ซึ่งเชื้อราที่ทำให้เกิดชันนะตุสามารถแพร่กระจายได้จากสิ่งต่อไปนี้

  • แพร่กระจายจากสัตว์สู่คน เช่น สุนัข แมว คนสามารถรับเชื้อราได้จากสัตว์ที่เป็นกลาก เกลื้อน ซึ่งการสัมผัสกับผิวหนังของสัตว์โดยตรงอาจเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อราได้
  • แพร่กระจายจากคนสู่คน การสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ป่วยชันนะตุสามารถทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • การแพร่กระจายจากวัตถุสู่คน การสัมผัสวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน ผ้าขนหนู หวี สามารถทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อสู่คนได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงชันนะตุ

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดชันนะตุ มีดังนี้

  • อายุ ชันนะตุอาจพบบ่อยในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน เพราะเด็กวัยนี้มักชอบสัมผัสกับวัตถุ สัตว์ หรือคน ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
  • สัตว์เลี้ยง การสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อรา หรือการสัมผัสกับสัตว์นอกบ้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงได้
  • การสัมผัสกับเด็กคนอื่น ๆ เด็กเล็กที่ถึงวัยเข้าโรงเรียนอาจเริ่มเล่นและสัมผัสกับเด็กคนอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงแพร่เชื้อได้

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยชันนะตุ

คุณหมออาจวินิจฉัยโรคชันนะตุด้วยการตรวจผิวหนัง สอบถามประวัติและอาการของโรค หรือคุณหมออาจขอเก็บตัวอย่างผิวหนังหรือผมบางส่วนและทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อราหรือไม่

การรักษาชันนะตุ

การรักษาโรคชันนะตุ คุณหมอจะให้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานกริซีโอฟูลวิน (Griseofulvin) ที่ต้องสั่งโดยคุณหมอเท่านั้น แต่หากมีอาการแพ้หรือยาไม่ออกฤทธิ์รักษา คุณหมออาจให้ยาทางเลือกอื่น ๆ เช่น เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) อิทราโคนาโซล (Itraconazole) ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) อาจต้องใช้ยาเหล่านี้ในการรักษาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ หรือจนกว่าผิวหนังจะหายเป็นปกติและมีผมงอกขึ้นใหม่

คุณหมออาจสั่งแชมพูต้านเชื้อราเพื่อกำจัดสปอร์ของเชื้อราที่ยังค้างอยู่และช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อราด้วย

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อจัดการกับชันนะตุ

ชันนะตุอาจป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเองและเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • สระผมด้วยแชมพูอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังจากตัดผม หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันชันนะตุ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันใส่ผมที่มีซิลิเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและอาจช่วยต้านเชื้อได้
  • อาจใช้แชมพูที่ใช้รักษาโรคชันนะตุสำหรับเด็ก ควรใช้ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ติดต่อกันประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการเกิดโรคซ้ำ
  • ควรทำให้ผิวสะอาดและแห้งอยู่เสมอ ด้วยการอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ และเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพราะอาจทำให้ระบายอากาศได้ไม่ดีจนเกิดการอับชื้น
  • ควรให้เด็กล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสกับสิ่งของ สัตว์ หรือใช้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น โรงยิม โรงเรียน ห้องล็อกเกอร์ ศูนย์เด็กเล็ก
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก ผ้าขนหนู เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • ควรทำความสะอาดหวีบ่อย ๆ โดยแช่หวีในสารฟอกขาวครึ่งส่วนผสมกับน้ำครึ่งส่วน วันละ 1 ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อที่อาจปนเปื้อนอยู่ในหวี
  • ควรซักผ้าขนหนูบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์เป็นประจำ หากพบว่าสัตว์เลี้ยงในบ้านติดเชื้อ ควรแยกตัวและรีบรักษา
medical
แพทย์หญิงเกศอร ป้องอาณา
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย
โรคผิวหนัง · โรงพยาบาลสุขุมวิท
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 18/08/2023