home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคหัดเยอรมัน ภัยร้ายอันตราย ที่อาจ ทำร้ายทารกในครรภ์

โรคหัดเยอรมัน ภัยร้ายอันตราย ที่อาจ ทำร้ายทารกในครรภ์

โรคหัดเยอรมัน นั้นอาจจะเป็นโรคที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูคนไทยกันสักเท่าไหร่ โรคหัดเยอรมันเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง เพราะมีอาการของโรคอยู่ในระดับเบา เทียบกับโรคหัด ซ้ำผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็มักจะสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่โรคนี้อาจเป็นอันตรายอย่างรุนแรงหากเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ เพราะโรคนี้ อาจ ทำร้ายทารกในครรภ์ โดยที่เราไม่ทันได้สังเกต วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลของโรคหัดเยอรมันมาให้คุณว่าที่คุณแม่ได้อ่านเพื่อเตรียมรับมือกับโรคนี้กันค่ะ

โรคหัดเยอรมัน คืออะไร ทำไมจึงอันตราย

โรคหัดเยอรมัน (Rubella หรือ German measles) เป็นการติดเชื้อไวรัสประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะเด่นคือ ผื่นแดงที่เห็นได้ชัด โรคหัดเยอรมันนั้นจะแตกต่างจากโรคหัด แม้ว่าจะมีลักษณะเป็นผื่นแดงที่คล้ายกัน แต่โรคหัดเยอรมันนั้นจะเกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิดกันกับโรคหัด และโรคหัดเยอรมันนั้นก็ยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคหัดอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโดยปกติโรคหัดเยอรมันนั้นอาจจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายที่รุนแรงสำหรับคนทั่วไป แต่หากโรคนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงตั้งครรภ์ อาจจะกลายเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงได้ โรคหัดเยอรมันนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก โดยจะ ทำร้ายทารกในครรภ์ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

โรคหัดเยอรมันนั้นจะก่อความเสียหายได้มากที่สุดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะภายในช่วง 12 สัปดาห์แรก หรือช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสโรคหัดเยอรมันในช่วงนี้ จะมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะส่งต่อเชื้อไวรัสนี้ไปยังทารกในครรภ์ การเป็นโรคหัดเยอรมันในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้ โดยทั่วโลกนั้นมีทารกที่เป็นโรคหัดเยอรมันตั้งแต่กำเนิด เป็นจำนวนมากกว่า 100,000 รายต่อปี

โรคหัดเยอรมัน ส่งผลกระทบ ทำร้ายทารกในครรภ์ ดังนี้

  • ภาวะทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า (Growth retardation)
  • โรคต้อกระจก (Cataracts)
  • การได้ยินบกพร่อง หรือหูหนวก
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital heart defects) โดยเฉพาะโรคลิ้นหัวใจพัลโมนารีตีบแคบ (pulmonary artery stenosis) และโรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (patent ductus arteriosus)
  • อวัยวะส่วนอื่นๆ พิการ เช่น กระโหลกศีรษะเล็กผิดปกติ
  • ภาวะโลหิตจาง
  • ตับอักเสบ
  • ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา

ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเหล่านี้จะสูงมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แต่การเป็นโรคหัดเยอรมันในช่วงอื่นของการตั้งครรภ์ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน

อาการของคนเป็นโรคหัดเยอรมัน

สัญญาณและอาการของโรคหัดเยอรมันนั้นมักจะเบามากเสียจนยากต่อการสังเกต โดยเฉพาะในเด็ก กว่า 25% ถึง 50% ของผู้ที่ติดเชื้อหัดเยอรมันนั้นอาจจะไม่แสดงอาการใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย แต่หากมีอาการที่แสดงให้เห็น อาการเหล่านี้ก็มักจะเกิดขึ้นภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์แรกหลังจากการติดเชื้อไวรัส และมักจะมีอาการต่อเนื่องไปเป็นเวลาประมาณ 5 วัน

อาการที่อาจเกิดขึ้นมีดังต่อไปนี้

  • เป็นไข้ต่ำ ประมาณ 38 องศาเซลเซียส
  • ปวดหัว
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • ตาแดง ตาอักเสบ
  • บริเวณท้ายทอย หลังคอ หรือหลังใบหูอาจจะมีอาการปูดบวม
  • มีผื่นแดงใบบริเวณใบหน้า ก่อนจะลุกลามไปยังลำตัวและแขนขา
  • ปวดข้อต่อ โดยเฉพาะในผู้หญิง

การป้องกันโรคหัดเยอรมันด้วยวัคซีนหัดเยอรมัน

เราสามารถป้องกันโรคหัดเยอรมันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน วัคซีนป้องกันหัดเยอรมันนั้นจะมาในรูปแบบวัคซีนรวมสำหรับป้องกัน โรคหัด โรคคางทูม โรคหัดเยอรมัน หรือหรือที่เรียกว่า วัคซีน MMR แพทย์แนะนำว่าเด็กควรจะได้รับวัคซีน MMR ตั้งแต่ช่วงอายุ 12 ถึง 15 เดือน และรับวัคซีนอีกครั้งเมื่อมีอายุ 4 ถึง 6 ปี

โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้รับวัคซีนครบสองครั้งแล้วตั้งแต่ช่วงเป็นทารก แต่หากคุณไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อน คุณอาจจะจำเป็นต้องฉีดวัคซีนชนิดนี้ หากคุณมีเพศหญิง อยู่ในวัยที่สามารถตั้งครรภ์ได้ ทำงานอยู่ในสถานพยาบาลหรือโรงเรียน และมีแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัดเยอรมันระหว่างการตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม วัคซีน MMR นั้นไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่มีแผนว่าจะตั้งครรภ์ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนนี้
  • ผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อเจลาติน ยาปฏิชีวนะนีโอมัยซิน (Neomycin) หรือเคยได้รับวัคซีน MMR มาก่อนแล้ว

คนส่วนใหญ่ที่ได้รับวัคซีนนั้นมักจะไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ หรือหากมีก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คนประมาณ 15% อาจจะมีอาการไข้ต่ำๆ ภายใน 12 วันหลังจากรับวัคซีน และอีก 5% ที่อาจจะมีอาการผดผื่น ผู้หญิงบางรายอาจจะมีอาการปวดข้อต่อ อัตราของผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อวัคซีนชนิดนี้ มีเพียงแค่ 1 ใน 1 ล้านคนเท่านั้น

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Rubella https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/rubella/symptoms-causes/syc-20377310. Accessed 21 January 2020
Rubella (German Measles, Three-Day Measles https://www.cdc.gov/rubella/index.html. Accessed 21 January 2020
Why is it important to avoid rubella, or German measles? https://www.medicalnewstoday.com/articles/164504.php. Accessed 21 January 2020

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล เมื่อ 21/01/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x