home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

รูปแบบการเลี้ยงลูก ที่มักพบเจอได้ในทุกครอบครัว

รูปแบบการเลี้ยงลูก ที่มักพบเจอได้ในทุกครอบครัว

ถึงแม้ว่า การเลี้ยงลูก ของแต่ละครอบครัวจะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่คะ ว่าแต่ละลักษณะการดูแลนั้นก็มักย่อมมีข้อดีและข้อเสียในตัวเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการจับแนวทางการเลี้ยงลูกรักให้ดียิ่งขึ้น วันนี้ บทความของ Hello คุณหมอ จึงมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ รูปแบบการเลี้ยงลูก ทั้ง 4 รูปแบบ มาฝากทุกครอบครัวให้นำไปเป็นคู่มือ หรือผสมผสานการดูแลลูกได้อย่างลงตัวกันค่ะ

รูปแบบการเลี้ยงลูก และข้อดีข้อเสีย ที่คุณควรทราบ

ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงลูกในรูปแบบใด ก็ล้วนแต่สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจ หรือปรับเปลี่ยนบุคลิกของลูกรักไปได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น คุณอาจจำเป็นต้องศึกษารูปแบบ การเลี้ยงลูก ทั้ง 4 รูปแบบ ต่อไปนี้เสียก่อน แล้วจึงนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับลักษณะนิสัยลูกรัก ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มมีการเรียนรู้

รูปแบบที่ 1 การเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด (Authoritarian parenting)

เป็นลักษณะ การเลี้ยงลูก ที่เด็ก ๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎที่ผู้ปกครองได้วางแบบแผนเอาไว้อย่างเคร่งครัด โดยที่ลูกอาจไม่สามารถอธิบายเหตุผลของตนเอง หรือคุณพ่อคุณแม่อาจไม่รับฟังความคิดเห็นของลูก เพียงเพราะอาจไม่อยากให้ลูกกระทำผิดพลาด หากลูกฝ่าฝืนข้อปฏิบัติบางประการก็อาจต้องได้รับการลงโทษร่วมอีกด้วย

  • ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด บางครั้งก็เชื่อกันว่าจะเป็นการปูทางเดินการใช้ชีวิตให้ลูกมีโอกาสประสบความสำเร็จและตรงตามเป้าหมายได้สูงสุด ทำให้ลูกรักของคุณมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต โดยที่ไม่ต้องลำบากภายหลัง
  • ข้อเสียของการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวด เนื่องจากเด็กบางคนอาจไม่สามารถรับมือกับความเข้มงวดได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก จนเกิดความรู้สึกหดหู่ อึดอัด นำไปสู่การสร้างพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเชิงลบ ลับหลังผู้ปกครอง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รูปแบบที่ 2 การเลี้ยงลูกอย่างสมเหตุสมผล (Authoritative parenting)

การเลี้ยงลูก รูปแบบนี้อาจต่างจากการเลี้ยงแบบเข้มงวดเล็กน้อย ตรงที่ถึงแม้จะมีการตั้งกฎเกณฑ์ให้ลูกปฏิบัติตาม แต่ขณะเดียวกันก็มักฟังความคิดเห็นของลูกร่วมด้วย เพื่อเปรียบเทียบเหตุและผล นอกจากนี้การลงโทษยังมักเป็นการตักเตือนมากกว่าการลงโทษด้วยความรุนแรงอีกด้วย

  • ข้อดีของการเลี้ยงลูกอย่างสมเหตุสมผล จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2555 พบว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงแบบสมเหตุสมผลมักมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงแบบเข้มงวด อีกทั้งยังทำให้สุขภาพจิต และพฤติกรรมลูกรักคุณนั้นดีขึ้นได้
  • ข้อเสียของการเลี้ยงลูกอย่างสมเหตุสมผล เนื่องจากมีความต่างกับการเลี้ยงลูกแบบเข้มงวดแค่เพียงเล็กน้อย ถึงแม้จะมีการรับฟังความคิดเห็นของลูกบ้าง แต่บางครั้งก็อาจมีปากเสียงกันได้ พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยวิธีนี้จึงต้องใช้ความพยายามทำความเข้าใจ และใช้ความอดทนต่อกันสูง

รูปแบบที่ 3 การเลี้ยงลูกแบบให้อิสระ (Permissive Parenting)

เป็นรูปแบบ การเลี้ยงลูก ที่คุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างตามใจลูกรักอย่างมาก ไม่มีกฎข้อบังคับ หรือกำหนดวินัยที่ลูกควรพึงปฏิบัติ เพื่อให้พวกเขาได้มีการตัดสินใจ และใช้ความคิดของตนเอง

  • ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบอิสระ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะไม่ใช่รูปแบบ การเลี้ยงลูก ที่ผู้เชี่ยวชาญสนับสนุน แต่ส่วนใหญ่เด็ก ๆ ที่ถูกเลี้ยงในรูปแบบอิสระ มักจะเกิดการพัฒนามาก ทำให้พวกเขาเป็นผู้ใหญ่มีพฤติกรรมและความคิดที่อิสระ มีการตัดสินใจด้วยตนเองในทุก ๆ เรื่องเสมอ
  • ข้อเสียของการเลี้ยงลูกแบบอิสระ ในการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2562 แสดงให้เห็นว่า ลูกรักของคุณนั้นอาจมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นผู้ถูกกระทำ หรือโดนกลั่นแกล้ง และนำไปสู่พฤติกรรมเชิงลบที่ในอนาคต เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รูปแบบที่ 4 การเลี้ยงดูลูกแบบละเลย (Uninvolved parenting)

รูปแบบนี้จะเป็น การเลี้ยงดู โดยคุณพ่อคุณแม่มักไม่ให้ความสนใจใด ๆ กับลูกเลย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ถามไถ่เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่มีการพูดคุยสื่อสาร หรือทำพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้พวกเขารู้สึกเสมือนอยู่ตัวคนเดียว

  • ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบละเลย การเลี้ยงลูกรูปแบบนี้อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตแบบยืดหยุ่นตามที่ตนต้องการ
  • ข้อเสียของการเลี้ยงลูกแบบละเลย จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการศึกษาเด็กและครอบครัว เมื่อปี พ.ศ. 2562 ระบุว่า อาจการเลี้ยงลูกในรูปแบบนี้อาจทำให้เด็กมีอาการเก็บกด ควบคุมอารมณ์ รู้สึกหดหู่ วิตกกังวล และมีปัญหาด้านการเข้าสังคมตั้งแต่ยังเยาว์วัยจนฝังใจต่อไปได้เมื่อเติบใหญ่

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก

สำหรับบางครอบครัว คุณพ่อคุณแม่อาจจำเป็นต้องนำลูกไปฝากสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือฝากให้ผู้อื่นเลี้ยงด้วยความจำเป็นจากหน้าที่ส่วนตัว ซึ่งอาจทำให้ผู้ปกครองและลูกขาดการพูดคุยสื่อสารกันมากกว่าการเลี้ยงเอง ทางที่ดี เมื่อรับลูกกลับบ้านทุกครั้ง คุณควรมีการพูดคุยกันกับลูกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หรือถามไถ่ด้วยความห่วงใย พร้อมหากิจกรรมต่าง ๆ มาทำร่วมกัน ก่อนจะเกิดผลเสียแก่สภาพจิตใจของลูกรักคุณ

ที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงลูกในรูปแบบใด ควรนึกถึงสภาพจิตใจและอุปนิสัยของลูกก่อนเสมอ เนื่องจากในช่วงวัยเด็กเป็นช่วงที่มีการจดจำและการเรียนรู้ที่ค่อนข้างไว การประทำบางอบ่างอาจทำให้พวกเขาฝังอยู่ในใจของลูก จนเปลี่ยนบุคลิกต่างจากเดิมในช่วงพริบตา หากคุณมีข้อกังวลอื่น หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับดูแลลูก สามารถเข้าขอรับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ได้เพิ่มเติม

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

4 Types of Parenting Styles and Their Effects on Kids. https://www.verywellfamily.com/types-of-parenting-styles-1095045 . Accessed March 15, 2021

Why Parenting Styles Matter When Raising Children. https://www.verywellmind.com/parenting-styles-2795072 . Accessed March 15, 2021

Which Parenting Type Is Right for You? https://www.healthline.com/health/parenting/types-of-parenting#authoritative . Accessed March 15, 2021

Parenting Styles. https://www.apa.org/act/resources/fact-sheets/parenting-styles . Accessed March 15, 2021

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย panyapat Aiemsin เมื่อ 31/03/2021
x