home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

รู้จักกับ โรคละเมอแชท ภัยเงียบของผู้ที่ติดสมาร์ทโฟน

รู้จักกับ โรคละเมอแชท ภัยเงียบของผู้ที่ติดสมาร์ทโฟน

ผู้ที่รักการแชทเป็นชีวิตจิตใจพึงระวังให้ดี เพราะตอนนี้กำลังมีโรคแปลกใหม่กำลังคุกคามเข้ามา สำหรับผู้ที่ติดสมาร์ทโฟนอย่างหนัก ทั้งวัน ทั้งคืน เรียกกันว่า โรคละเมอแชท ฟังผ่านๆ อาจจะยังไม่ค่อยรู้สึกถึงอันตรายเท่าไหร่นัก ดังนั้น Hello คุณหมอจึงขออาสาพาทุกคนมารู้จัก และวิธีแก้ไขกัน

โรคละเมอแชท (Sleep Texting) ภัยเงียบที่ทุกคนควรรู้ไว้

เมื่อตื่นมาจากการนอนหลับส่วนใหญ่เรามักจะจับโทรศัพท์เป็นอย่างแรก แต่พอลองเช็กข้อความดูกลับพบว่า ข้อความบางอย่างได้ถูกส่งไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ทางการแพทย์นิยามอาการนี้ว่า

โรคละเมอแชท (Sleep Texting) ซึ่งเกิดมาจากการติดสมาร์ทโฟนมากเกินไป ใช้ในการแชท หรือส่งข้อความ แม้กระทั่งถึงเวลาที่คุณจวนจะนอนพักก็ยังไม่ละเว้นที่จะปล่อยโทรศัพท์ไว้ไม่ให้ห่างจากตัว นานวันเข้าจึงทำเกิดอาการละเมอแชทขึ้น โดยผู้ที่มีอาการละเมอแชทนั้นจะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น และถูกกระตุ้นการตอบสนองของสมอง ด้วยการลุกขึ้นมาส่งข้อความตอบกลับจากการได้ยินเสียงแจ้งเตือน หรือการสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนด้วยความเคยชินทันที

จากการศึกษาที่เชื่อถือได้ของการใช้เทคโนโลยี และการนอนหลับ ในปี 2013 นักวิจัยพบว่า 10 % ของผู้เข้าร่วมทดลองมีอาการเข้าข่ายที่จะเป็นโรคละเมอแชท เพราะพวกเขาได้เผลอกดส่งข้อความโดยไม่จำเป็น และมีอาการสะดุ้งตื่นทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 คืน ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

เช็กด่วน คุณมีอาการสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคละเมอแชทหรือเปล่า ?!

ภัยเงียบจากโรคละเมอแชทอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้คุณนั้นพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกเหนื่อยง่ายไม่มีแรงในการที่จะทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และยังรวมถึงอาการ หรือพฤติกรรมเหล่านี้ปะปนอีกด้วย

  • มีความตึงเครียด หรือวิตกกังวลเป็นเวลาหลายคืน
  • การเปลี่ยนแปลงเวลานอนหลับอย่างไม่สม่ำเสมอ
  • มีไข้ร่วมด้วยเล็กน้อย
  • อดหลับอดนอนเป็นเวลานานติดกัน
  • การนอนหลับโดยมีสิ่งรบกวนรอบข้าง
  • การใช้ยากล่อมประสาทร่วม
  • ความผิดปกติของการหายใจ

แก้ไขพฤติกรรมซะ ถ้าไม่อยากเสียสุขภาพเพราะโรคละเมอแชท

การศึกษาในปี 2015 จากแหล่งข้อมูลของประเทศนอร์เวย์ พบว่าการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งกลางวัน และก่อนนอนในกลุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์กับมาตรการการนอนหลับ ที่ส่งผลให้ระยะเวลาการพักผ่อนที่สั้นลงขาดความสมดุลในการนอน และมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทของสมอง ซึ่งสามารถป้องกันโรคละเมอแชทได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากตัวของคุณ คือ…

  • ปิดเสียงสมาร์ทโฟน หรือวางให้ห่างตัวเมื่อจะเข้านอน
  • ฝึกพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ทโฟนเมื่อถึงเวลาใกล้เข้านอน
  • ปิดเสียงแจ้งเตือนจากโซเชี่ยลต่างๆ ที่คุณกำลังส่งข้อความ
  • รักษากิจวัตรการนอน หรือเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Sleep Texting Really Exists, and Here’s How to Prevent It https://www.healthline.com/health/sleep-texting . Accessed December 25, 2019

Is It Possible to Send Text Messages While Asleep? https://www.verywellhealth.com/is-it-possible-to-send-text-messages-while-asleep-3014943 . Accessed December 25, 2019

Don’t recall sending that message? Maybe you’re ‘sleep texting’ https://edition.cnn.com/2013/02/22/tech/mobile/sleep-texting/index.html . Accessed December 25, 2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย panyapat Aiemsin
แก้ไขล่าสุด 25/12/2019
x