home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เปลี่ยน ปากเหม็น เป็นลมหายใจหอมสดชื่น ฉบับเร่งด่วน

เปลี่ยน ปากเหม็น เป็นลมหายใจหอมสดชื่น ฉบับเร่งด่วน

ปากเหม็น เป็นปัญหาที่ไม่มีใครกล้าบอกเรา และเราก็ไม่กล้าบอกใคร หลายคนต้องทุกข์ทน นั่งกลั้นหายใจ คอยลุ้นว่าเมื่อไหร่คนที่มีกลิ่นปากจะหยุดพูดเสียที ถ้าเราเป็นคนฟังที่นั่งอดทนก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ากลายเป็นเราที่มีกลิ่นปากเองล่ะจะทำยังไง วิธีตรวจสอบง่ายๆ ว่าเรามีกลิ่นปากหรือเปล่า ให้ลองทำดังนี้

  • ถามคนสนิท (ที่กล้าพูดความจริงกับเรา) ว่าเราปากเหม็นหรือเปล่า
  • เอามืออังปาก พ่นลมหายใจใส่ฝ่ามือ เพื่อเช็กว่ามีกลิ่นปากไหม
  • เลียที่ข้อมือ รอให้น้ำลายแห้ง และลองดมตรงจุดที่เลีย ถ้ามีกลิ่นแสดงว่าเรามีกลิ่นปาก

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าตัวเองมีกลิ่นปาก ก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลไป มาดูสาเหตุและวิธีการแก้ไขกันค่ะ

สาเหตุที่ทำให้ ปากเหม็น

  1. ช่องปากไม่สะอาด สาเหตุอันดับหนึ่ง คือ สุขภาพช่องปากไม่สะอาด อาจเป็นเพราะไม่ได้แปรงฟัน หรือไม่ใส่ใจกับการแปรงฟัน เช่น ใช้แปรงสีฟันเก่านานหลายปี นอกจากจะทำความสะอาดได้ไม่ดีแล้ว แปรงยังชำรุด ขนแปรงเสื่อมสภาพ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคด้วย ดังนั้นพวกคนที่ชอบใช้แปรงสีฟันเดิมนานๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อเก่าแล้ว หรือขนแปรงเปลี่ยนสภาพไป ควรต้องระวังให้ดี เพราะจะมีกลิ่นปากแน่ๆจากการที่ไม่ใส่ใจดูแลการแปรงฟัน และแปรงสีฟันเสื่อมสภาพในการแปรงฟัน
  2. โรคเหงือกและฟัน เหงือกอักเสบ ฟันผุ ฟันเป็นรู และปัญหาอื่นๆ ของเหงือกและฟันต่างก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปากได้ เพราะจุดที่มีปัญหาจะเป็นแหล่งรวมตัวของแบคทีเรีย เช่น แบคทีเรียกลุ่มแอคติโนมัยสิส (Actinomyces) กลุ่มอีแบคทีรัม (Eubacterium) ซึ่งในช่องปากของเรามีแบคทีเรียมากกว่า 500 ชนิด ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นปาก แถมอุณหภูมิในช่องปากที่สูงได้ถึง 37 องศาเซลเซียส ก็เป็นสิ่งที่แบคทีเรียชอบ แบคทีเรียจะเติบโตได้ดีในอุณหภูมิประมาณนี้ ปัญหาเหงือกและฟัน และการมีแบคทีเรียมากในช่องปากจึงทำให้มีกลิ่นปากได้
  3. นิสัยบางอย่าง นิสัยบางอย่างก็ทำให้เรามีกลิ่นปาก เช่น การสูบบุหรี่ ติดกาแฟ ติดแอลกอฮอล์ หรือนิสัยไม่แปรงฟังก่อนนอน ต่างก็ส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก หากสูบบุหรี่ ดื่มชากาแฟ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้เหงือกไม่แข็งแรง ฟันมีคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปาก
  4. โรคประจำตัว ประมาณ 8% ของสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปากเกิดจากโรคภัยหรือจากความเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหารอย่าง โรคกระเพาะ โรคลำไส้แปรปรวน หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจก็เช่น โรคปอด หรือเป็นไซนัสที่จมูก

วิธีแก้ปัญหากลิ่นปากแบบเร่งด่วน

  • เคี้ยวหมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรี เคี้ยวหมากฝรั่งเป็นวิธีที่ไวและทำให้กลิ่นปากหายไปได้เร็วแต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่นานกลิ่นปากก็จะกลับมาอีกหากเราไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สาเหตุที่หมากฝรั่งช่วยได้ เพราะหมากฝรั่งจะช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก แต่ต้องระวังให้เลือกหมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรีหรือแบบไม่มีน้ำตาล เพราะแบคทีเรียชอบน้ำตาล หลังเคี้ยวหมากฝรั่งเสร็จ อาจทำให้มีกลิ่นปากแรงกว่าเดิมได้ถ้าแบคทีเรียเจอกับน้ำตาล
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำยาบ้วนปากช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในช่องปาก และยังช่วยลดคราบจุลลินทรีย์ที่เกาะอยู่ตามฟัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มีกลิ่นปาก ดังนั้นวิธีเร่งด่วนจึงเป็นการไปบ้วนปากในห้องน้ำ ส่วนข้อเสียของวิธีนี้คือ บางทีก็ไม่มีห้องน้ำ หรือบางคนไม่สะดวกพกน้ำยาบ้วนปากไปไหนมาไหนด้วย วิธีบ้วนปากเพื่อลดกลิ่นปากจึงเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับบางคน
  • ใช้สเปรย์ดับกลิ่นปาก สเปรย์ดับกลิ่นปากจะสะดวกกว่าน้ำยาบ้วนปาก สเปร์ยดับกลิ่นปากส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ กลีเซอรีน (Glycerin) และสารอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดแบคทีเรีย และยังช่วยป้องกันการอักเสบภายในช่องปาก นอกจากนี้สเปรย์ดับกลิ่นปากส่วนใหญ่ยังมีสารเมนทอล (Menthol) ที่ทำให้มีกลิ่นมินต์ การใช้เสปรย์ดับกลิ่นปาก จึงช่วยทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นแบบเร่งด่วน แต่ไม่นานก็อาจจะกลับมามีกลิ่นปากเหมือนเดิม

วิธีลดกลิ่นปากจากต้นเหตุ

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง คนเราควรอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันก็ควรทำวันละ 2 ครั้งด้วย และส่วนที่แปรงสีฟันไปไม่ถึงอย่างตามซอกฟัน ก็สามารถใช้ไหมขัดฟัน เพื่อเอาเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันออก เพียงรักษาะความสะอาดภายในช่องปากและดูแลไม่ให้มีเศษอาหารติดตามซอกฟัน เท่านี้ก็ช่วยลดกลิ่นปากได้แล้ว
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร การดื่มน้ำจะทำให้ปากไม่แห้ง เนื่องจากปากแห้งจะเหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและทำให้มีกลิ่นปากได้ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้มากเพื่อไม่ให้ปากแห้งจนเกินไป
  • แปรงลิ้น แบคทีเรียชอบเกาะอยู่ตรงลิ้น การแปรงลิ้นจะช่วยทำให้ปากสะอาดและลดกลิ่นปากได้
  • เลิกบุหรี่ สำหรับคนที่ติดบุหรี่ก็จะมีปัญหากลิ่นปากตามมา ถ้าเลิกบุหรี่ได้ก็จะทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นขึ้น
  • พบทันตแพทย์ การปรึกษาหมอฟันเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากหมอฟันจะบอกได้ตรงจุดว่า เหตุที่ทำให้เรามีกลิ่นปากเกิดจากอะไร เช่น เหงือกอักเสบ ฟันผุ หรือมีแผลในปาก และคุณหมอก็จะช่วยแนะนำวิธีการรักษาสุขภาพช่องปาก และการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม

มีกลิ่นปาก เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนหมดความมั่นใจ ไม่กล้าพูดกับใครในระยะใกล้ ปัญหากลิ่นปากสร้างความลำบากให้ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง คนพูดก็กังวลส่วนคนฟังก็ต้องกลั้นหายใจ เรียกว่าไม่เป็นผลดีต่อใครเลย และทำลายความมั่นใจในการสื่อสาร และส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพอย่างมาก

ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเรามีกลิ่นปาก ต้องรีบหาสาเหตุและวิธีแก้หรือไปปรึกษาทันตแพทย์ หาให้พบจุดที่ทำให้มีกลิ่นปากอย่างรวดเร็วและแก้ไขทันที เพราะกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องเล็ก เลยต้องรีบเช็กให้ดีนะคะ เพื่อคุณเองจะได้พูดคุยกับคนอื่นอย่างมั่นใจ รวมถึงสุขอนามัยของช่องปากและฟันระยะยาวด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What You Can Do About Bad Breath. https://www.webmd.com/oral-health/features/get-rid-bad-breath#1. Accessed on June 22, 2018.

Bad breath.  https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bad-breath/symptoms-causes/syc-20350922.  Accessed on June 22, 2018.

Halitosis: From diagnosis to management. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3633265.  Accessed on June 22, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x