home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

วิธีแก้ขาหนีบดำ ใครเจอปัญหาขาหนีบดำคล้ำ เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาบอก

วิธีแก้ขาหนีบดำ ใครเจอปัญหาขาหนีบดำคล้ำ เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาบอก

ผิวขาวกระจ่างใสถือเป็นยอดปรารถนาของใครๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย เราก็ไม่อยากให้หมองคล้ำทั้งนั้น แต่ในบางครั้งปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำอาจแก้ง่ายกว่าปัญหาผิวกายหมองคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณต้นขาด้านใน หรือขาหนีบ สาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาขาหนีบดำคล้ำ จนเสียความมั่นใจ จะใส่กางเกงขาสั้น หรือชุดว่ายน้ำขาเว้าหน่อยก็ไม่กล้า จนต้องมองหา วิธีแก้ขาหนีบดำ วันนี้ Hello คุณหมอมี วิธีแก้ขาหนีบดำ มาฝากกัน รับรองว่าต่อไปนี้คุณสาว ๆ จะใส่ชุดว่ายน้ำได้อย่างมั่นใจขึ้นแน่นอน

ขาหนีบดำ คล้ำจนเครียด เป็นเพราะอะไรกันนะ

ถึงแม้ผิวบริเวณขาหนีบที่สีเข้มกว่าปกติ หรือที่ชอบเรียกกันว่า “ขาหนีบดำ” นั้นจะเป็นเรื่องปกติ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็ทำลายความมั่นใจของเราได้ไม่น้อย ขาหนีบดำ เป็นผลมาจากการที่ผิวหนังบริเวณต้นขาด้านในผลิตเมลานินหรือเม็ดสีออกมามากเกินไป หรือที่เรียกว่า “จุดด่างดำบนผิวหนัง (Hyperpigmentation)” ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังมีสีเข้มขึ้นเฉพาะจุด ที่อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

สาเหตุที่ทำให้ ขาหนีบดำ

ทำให้ขาหนีบหรือต้นขาด้านในเสียดสีกันเวลาที่เคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะเวลาเดินหรือวิ่ง จนทำให้ผิวหนังเปลี่ยนสีหรือสีด่าง และคันผิวหนังบริเวณนั้น ที่เรียกว่า “ผิวหนังระคายเคืองจากการเสียดสี (Chafing)”

  • ฮอร์โมนไม่สมดุล

ผู้หญิงบางคนอาจสังเกตเห็นว่าขาหนีบของตัวเองมีสีคล้ำขึ้นในช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงตั้งครรภ์ ช่วงให้นมบุตรก็ทำให้ ขาหนีบดำ ขึ้นได้ หรือผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) ก็อาจประสบกับปัญหาขาหนีบดำคล้ำได้เช่นกัน

  • การใช้ยา

ยาบางชนิดสามารถทำให้ผิวหนังเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ฉะนั้น ก่อนใช้ยาคุณจึงควรศึกษาผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นให้ถี่ถ้วน ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา เผื่อแพทย์จะสามารถแนะนำยาหรือทางเลือกอื่นที่ไม่ทำให้ขาหนีบดำ หรือสีผิวบริเวณต้นขาด้านในคล้ำขึ้นได้

  • การเสียดสี

เสื้อผ้าที่คับหรือรัดติ้ว รวมถึงเหงื่อออกมากเกินไป ก็สามารถทำให้ ขาหนีบดำ คล้ำขึ้นได้ เช่น โรคผิวหนังช้าง

  • รอยปื้นดำที่ผิวหนัง หรืออะแคนโทสิส นิกริแคน (Acanthosis Nigricans)

หรือที่เรียกกันว่า “โรคผิวหนังช้าง” เป็นภาวะที่ผิวหนังมีสีเข้มและหนาขึ้น พบมากในบริเวณข้อพับ หลังคอ รักแร้ รวมถึงต้นขาด้านใน หรือขาหนีบด้วย ภาวะนี้มักพบในคนอ้วน ที่รับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลมาก บ่งบอกถึงระดับน้ำตาลในเลือดสูง และมีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานในอนาคต

นอกจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว ปัญหาผิวแห้ง ผิวหนังโดนแสงแดด โรคเบาหวาน ก็สามารถทำให้ขาหนีบของคุณดำคล้ำขึ้นได้เช่นกัน

วิธีแก้ขาหนีบดำ ง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน

ใครที่กำลังเครียดเพราะ ขาหนีบดำ คล้ำ เรามีวิธีแก้ที่คุณสามารถทำเองได้ง่าย ๆ มาฝาก ดังนี้

1. สครับด้วยน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาว

มะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีที่อาจช่วยแก้ปัญหาจุดด่างดำบนผิวหนังได้ ส่วนน้ำมันมะพร้าวก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังบริเวณต้นขาด้านในและขาหนีบ ช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นขึ้นและลดการเสียดสี

วิธีทำ

ผสมน้ำมันมะพร้าวประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาวครึ่งลูก จากนั้นนำไปนวดบริเวณที่มีปัญหาอย่างน้อย 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. สครับด้วยน้ำตาล

น้ำตาลช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงอาจช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหนังบริเวณขาหนีบได้ หากปัญหานั้นเกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว

วิธีทำ

ผสมน้ำตาลทรายและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาวเล็กน้อย จากนั้นนำไปขัดบริเวณขาหนีบเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. สครับโอ๊ตมีลโยเกิร์ต

โอ๊ตมีลนิยมนำมาใช้รักษาโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) และใช้เป็นสครับ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับน้ำตาลทราย แต่ดีตรงที่อ่อนโยนกว่า ส่วนโยเกิร์ตก็มีกรดแลคติกที่อาจช่วยผิวหนังมีสุขภาพดีขึ้นได้

วิธีทำ

ผสมโอ๊ตมีลและโยเกิร์ตในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน จากนั้นป้ายลงไปที่ผิวหนังและขัดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

4. สครับเบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งอาจช่วยทำให้ผิวหนังกระจ่างใสขึ้นและช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะหากใช้มากไปอาจทำร้ายผิวหนัง ทำให้ผิวหนังระคายเคืองจนปัญหาผิวหนังแย่ลงได้

วิธีทำ

ผสมเบกกิ้งโซดาและน้ำในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน จากนั้นทาที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบบาง ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ทั้งในรูปแบบเจล ครีม หรือว่านหางจระเข้สดจะช่วยปลอบประโลมผิวหนังที่ระคายเคือง อีกทั้งยังมีสารที่เรียกว่า “อะโลอิน (Aloin)” ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้ผิวหนังกระจ่างใสขึ้นได้

6. ครีมหรือยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

ปัจจุบันมีครีมทาผิวหรือยาที่โฆษณาว่าช่วยทำให้ผิวหนังกระจ่างใสขึ้น บ้างมีส่วนผสมจากธรรมชาติ บ้างมีส่วนประกอบของสารเคมี ก่อนเลือกซื้อมาใช้คุณจึงควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียง

แต่สถาบันผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology) เผยว่า สารที่อาจช่วยให้ผิวหนังกระจ่างใสขึ้นได้จริง และไม่ค่อยพบอาการแพ้หรือทำให้เกิดผลข้างเคียง ได้แก่

ส่วนสารที่มักพบในครีมบำรุงที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งคุณต้องระวังให้มากก่อนใช้ เช่น อาร์บูติน กรดโคจิก ชะเอมเทศ (Licorice)

ไม่อยากให้ ขาหนีบดำ วิธีเหล่านี้ช่วยป้องกันได้

หากคุณไม่อยากให้ขาหนีบดำคล้ำ จนเสียความมั่นใจ หรือไม่อยากให้ปัญหา ขาหนีบดำ ของคุณแย่ลง วิธีเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันได้

  • เวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าควรเลือกแบบที่หลวมหน่อย ไม่คับจนเกินไป และควรเป็นเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน
  • เวลาออกกำลังกาย โดยเฉพาะปั่นจักรยาน ช่วยสวมกางเกงสำหรับปั่นจักรยานโดยเฉพาะหรือกางเกงผ้าไนลอน เพื่อป้องกันผิวหนังเสียดสีจนระคายเคือง
  • รักษาความสะอาดและผลัดเซลล์ผิวบริเวณขาหนีบเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และทาครีมบำรุงบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • อย่าโกนขนหรือแว็กซ์ขนในบริเวณนั้นบ่อยเกินไป เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟอย่างน้อย 30 เมื่อต้องออกแดด โดยเฉพาะเวลาสวมชุดว่ายน้ำ และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดเมื่อทำได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What Causes Dark Inner Thighs and How Can You Treat and Prevent This Symptom?. https://www.healthline.com/health/dark-inner-thighs#takeaway. Accessed November 15, 2019

Skin lightening. https://www.nhs.uk/conditions/cosmetic-procedures/skin-lightening/. Accessed November 15, 2019

Q&A: CAN I NATURALLY LIGHTEN DARK INNER THIGHS?. https://blackdoctor.org/457938/lighten-dark-inner-thighs/. Accessed November 15, 2019

Treatments and remedies for dark inner thighs. https://www.medicalnewstoday.com/articles/325551.php#treatments-and-home-remedies. Accessed November 15, 2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 25/11/2019
x