home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

12 อันดับ ของสารระคายเคืองผิวหนัง ที่พบมากที่สุด

12 อันดับ ของสารระคายเคืองผิวหนัง ที่พบมากที่สุด

คุณรู้หรือไม่ว่า สบู่ เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่กำลังใช้อยู่ อาจก่อทำให้เกิดอาการคัน สิว หรือรอยแดงที่ผิวหนังได้ อย่างไรก็ตาม คุณอาจยุ่งกับงานมากเกินกว่าที่จะใส่ใจในผลิตภัณฑ์ดูแลตนเองและของใช้ในบ้าน ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจไม่เคยมีการใช้เลย ผลิตภัณฑ์บางอย่างก็เกินวันหมดอายุมาแล้ว ดังนั้น คุณอาจไม่ทราบว่าอะไรที่สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองได้

1. สบู่

สบู่อาจมีส่วนประกอบของสารฟอมัลดีไฮด์ (formaldehyde) สารเคมีชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้ผิวหนัง ดวงตา และปอด เกิดการระคายเคืองได้ นอกจากนี้ สบู่ยังสามารถทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ (eczema) ได้อีกด้วย การทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่มากเกินไป ยังสามารถทำให้ผิวหนังแห้งและแตกได้เช่นกัน หากคุณไม่รักษาภาวะดังกล่าวโดยทันที อาจเกิดอาการต่างๆ ที่รุนแรงมากขึ้น เช่น มีเลือดออก ให้ลองใช้เคลนเซอร์ที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรง ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารเคมีต่างๆ หรือมีเพียงเล็กน้อย

2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั้งหลายซึ่ง ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักแห้ง น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในห้องน้ำ น้ำยาทำความสะอาดกระจก หรือน้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์ สามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสีและน้ำหอมอาจดีกว่า ให้ลองใช้น้ำกับน้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดา ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดตามธรรมชาติ แต่ควรสวมใส่ถุงมือก่อนทำความสะอาด และล้างอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยน้ำสะอาดให้หมดจดหลังจากใช้สารเคมีต่างๆ

3. ความร้อน

ความร้อนสามารถส่งผลต่อผิวหนังของคุณได้ เช่น เวลาอากาศร้อน คุณจะเหงื่อออกมากขึ้น ดังนั้น ปัญหาผิวหนังที่สัมพันธ์กับเหงื่อ เช่น รอยแดง สามารถเกิดขึ้นได้ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี และไม่มีเหงื่อออกหมักหมม

4. อาหาร

อาหารอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้ อาการต่างๆ สามารถมีได้ตั้งแต่ลมพิษไปจนถึงผื่นคัน หากคุณมีบาดแผลที่มือ ให้พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสส่วนผสมที่เผ็ดร้อนและเป็นกรด ในบางกรณี ผิวหนังที่เปื้อนน้ำมะนาว เมื่อเจอกับแสงแดด อาจทำให้เกิดอาการแสบอย่างรุนแรงได้

5. ครีมทาหน้า

ควรระมัดระวังเกี่ยวกับครีมหรือสารอะไรก็ตามที่ทาลงบนผิวหน้า ควรหลีกเลี่ยงครีม โลชั่น และเคลนเซอร์ ที่มีส่วนผสมของกรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) สารกันเสียพาราเบน (paraban preservatives) กรดไกลโคลิก (glycolic acid) กรดมาลิก (malic acid) และกรดแลคติก (lactic acid) หากคุณมีรอยแดง รอยไหม้ อาการคัน หรือผื่นคัน ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยว่า คุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังหรือไม่

6. ครีมกันแดด

เป็นที่ทราบดีว่า ครีมกันแดดสามารถช่วยป้องกันผิวหนังของคุณจากความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวีเอและยูวีบีได้ อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด และสารเคมีดังกล่าวบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ คุณควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของกรดพาราอะมิโนเบนโซอิก (para-aminobenzoic acid: PABA) สารเคมีดังกล่าวเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้มากที่สุด ควรทาครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารซิงก์ออกไซด์ (zinc oxide) ที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่า และสังเกตฉลากที่ระบุว่าเป็น broad spectrum สำหรับในเด็กนั้น คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้เด็อกใช้ครีมกันแดด

7. ยาง

ส่วนผสมที่เป็นยางสามารถพบได้ในถุงยางอนามัย ถุงมือยาง สายรัดเอว หรือสายเสื้อชั้นใน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังในคนที่มีอาการแพ้วัสดุที่ทำจากยางได้

8. กระดาษทิชชู่เปียก

กระดาษเปียกเป็นกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง ใช้สำหรับทำความสะอาดผิว กระดาษเปียกอาจมีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือวัตถุกันเสียซึ่งสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังหรือโรคผิวหนังได้ การใช้ผ้าชุบน้ำสำหรับเช็ดเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามโปรดจำไว้ว่าต้องซักให้สะอาดและตากให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้ครั้งต่อไป การรีดอาจช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

9. ยาสระผม

ยาสระผมที่มีส่วนประกอบของสารพาทาเลต (phthalates) สารฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) และสารไดอ็อกเซน 1,4 (1,4 dioxane) อาจทำให้เกิดภาวะเกี่ยวกับสุขภาพบางประการได้ คุณควรศึกษาฉลากและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเป็นสารจากธรรมชาติและหลีกเลี่ยงส่วนประกอบที่เป็นน้ำหอมและสารเคมีต่างๆ

10. น้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่มมีส่วนประกอบเป็นสารเคมีและสารให้ความหอมต่างๆ เช่น เบนซิล อะซิเตท (benzyl acetate) สารเบนซิล
อะซิเตท สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ในดวงตา คอ หรือจมูก หากมีผิวหนังแพ้ง่าย ควรระมัดระวังในการใช้หรือสัมผัส

11. สเปรย์ไล่แมลง

ในบางครั้ง สเปรย์ไล่แมลงสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย การศึกษาเผยว่าการใช้สเปรย์ไล่แมลงร่วมกับครีมกันแดดจะทำให้ผิวหนังดูดซึมสารเคมีต่างๆ ได้มากกว่า จึงทำให้เกิดความระคายเคืองง่ายกว่า

12. นิกเกิล

นิกเกิลเป็นวัสดุที่ใช้ทำเครื่องประดับ สายนาฬิกาข้อมือ และซิป หากคุณแพ้นิกเกิล คุณยังอาจแพ้อาหารเสริมและวัสดุปลูกถ่ายต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของนิกเกิลได้ด้วยเช่นกัน

ผิวหนังของคุณมีความไวต่อการระคายเคือง อาการคัน ผื่นคัน รอยแดง และอาการบวมสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากสัมผัสสารเคมี สารทำความสะอาด โลชั่น หรือครีมบางชนิด การศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งผลต่อผิวหนังของคุณสามารถช่วยให้คุณป้องกันปัญหาที่เกี่ยวกับอาจเกิดกับผิวหนังได้ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

The Dirty Dozen: The 12 Most Common Skin Irritants. http://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/features/dirty-dozen#1. Accessed March 11, 2017.

Slideshow: 11 Common Causes of Skin Rashes. http://www.webmd.com/children/ss/slideshow-skin-irritants. Accessed March 11, 2017.

Combating Common Skin Irritants. http://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/skin-irritants#1. Accessed March 11, 2017.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี เมื่อ 27/05/2019
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x