home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ผื่นในฤดูหนาว ปัญหาผิวหนัง ที่มาพร้อมกับความเย็น

ผื่นในฤดูหนาว ปัญหาผิวหนัง ที่มาพร้อมกับความเย็น

ถึงแม้ว่าหน้าหนาวจะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แต่ก็ไม่อาจการันตีได้เลยว่า คุณจะสามารถพ้นจากวิกฤติของการเกิด ผื่นในฤดูหนาว ที่ส่งผลเสียต่อผิวหนังนี้ไปได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีการรักษาผื่นด้วยตนเอง มาฝากให้ทุกคนได้ลองนำไปฏิบัติตามกัน

ผื่นในฤดูหนาว คืออะไร

ผื่นในฤดูหนาว (Winter Rash) คือ ผื่นที่เกิดจากการที่สภาพอากาศหนาวเย็นเข้าไปลดความชุ่มชื่นของชั้นผิวหนัง จนส่งผลให้ผิวแห้ง และเป็นผดผื่น แม้ว่าอาจจะไม่มีอันตราย แต่คุณก็ควรให้ความสำคัญในการดูแลและบำรุงผิวในฤดูหนาว เพราะหากคุณละเลยการดูแลผิว นอกเหนือจากผื่นหน้านาวแล้ว คุณก็อาจเกิดโรคทางผิวหนังรุนแรงบางอย่าง ดังต่อไปนี้ ตามมาได้

  • โรซาเซีย (Rosacea) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดผดผื่น และมีตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามผิวหนัง
  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) สามารถเกิดได้จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง จนทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่นแดง และขุยสีขาวลอกออกมาเป็นแผ่นหนาได้
  • โรคผิวหนัง (Dermatitis) คือการอักเสบของผิวหนังที่ทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการไหลเวียนของเลือดติดขัด หรือการเผลอสัมผัสกับสารอันตรายจนเกิดการติดเชื้อขึ้น
  • ลมพิษที่เกิดจากความเย็น (Cold urticaria) ถึงแม้ว่าภาวะนี้จะค่อนข้างพบได้ยาก แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้หากผิวหนังคุณสัมผัสกับความเย็นจนมากเกินไป จนส่งผลให้ผิวหนังมีอาการบวมแดงคัน และผื่นขึ้น แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะผื่นที่เกิดจากภาวะดังกล่าวอาจอยู่เพียงชั่วคราวประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

อาการของ ผื่นหน้าหนาว

นอกเหนือจากอาการผดผื่นแล้ว ผื่นหน้าหนาว ก็อาจมาพร้อมกับอาการดังต่อไปนี้

  • อาการคัน
  • ผิวหนังเป็นสะเก็ด
  • แผลพุพอง
  • ผิวหนังบวมอักเสบ
  • ผื่น และรอยแดง

หากมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ หรือหากอาการที่มีรุนแรงขึ้นกว่าเดิม คุณควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังทันที เพื่อรับการตรวจสอบและรักษาได้อย่างทันท่วงที

วิธีรักษาผื่นในฤดูหนาว ด้วยตนเอง

โดยปกติ ผื่นหน้าหนาว มักเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย แต่โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณแขน ขา มือ ซึ่งหากคุณสังเกตเห็นว่าเริ่มมีอาการคันระคายเคือง พร้อมผื่นขึ้นแล้วละก็ คุณสามารถปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ เพื่อช่วยรักษาอาการผื่นหน้าหนาวด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื่น และอ่อนโยนแก่ผิว เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เป็นต้น หลังอาบน้ำทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่มีอุณหภูมิสูง
  • ทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ เพื่อป้องกันผิวหนังไหม้
  • ใช้ระยะเวลาการอาบน้ำให้สั้นลง เพราะการอาบน้ำเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ความชุ่มชื่นของผิวลดลงได้

สำหรับกรณีที่อาการผื่นแดงยังไม่บรรเทาลง คุณอาจจำเป็นต้องเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ ทั้งตรวจสภาพผิวหนัง ทดสอบโรคภูมิแพ้ หรือทดสอบทางพันธุกรรมสำหรับสภาพผิวอีกครั้ง เพราะอาจมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผื่นของคุณหายช้ากว่าปกติได้นั่นเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Diagnosing and Treating a Winter Rash https://www.healthline.com/health/skin-disorders/winter-rash. Accessed January 18, 2021

What to know about winter rash https://www.medicalnewstoday.com/articles/324532 Accessed January 18, 2021

What to do about dry skin in winter https://www.health.harvard.edu/womens-health/what-to-do-about-dry-skin-in-winter. Accessed January 18, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 08/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x