home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไตวาย (Kidney Injury)

คำจำกัดความ |อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง
ไตวาย (Kidney Injury)

ไตวาย หรือ ไตเสียหาย (Kidney Injury) เกิดขึ้นเมื่อไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียจากเลือด ภาวะไตวายสามารถส่งผลต่อคนทุกวัย แต่สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง

คำจำกัดความ

ไตวาย คืออะไร

ไตวาย (Kidney Injury) ภาวะไตวาย หรือ ไตเสียหาย เกิดขึ้นเมื่อไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียจากเลือด ไตเป็นคู่อวัยวะอยู่บริเวณด้านหลังส่วนล่าง โดยจะอยู่ด้านข้างของกระดูกสันหลัง ทำหน้าที่กรองเลือดและกำจัดสารพิษจากร่างกาย โดยส่งสารพิษไปยังกระเพาะปัสสาวะ แล้วร่างกายจึงกำจัดสารพิษออกทางปัสสาวะ

ไตวาย พบบ่อยเพียงใด

ภาวะไตวาย สามารถส่งผลต่อคนทุกวัย แต่สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ ไตวาย

อาการทั่วไปของ ภาวะไตวาย ได้แก่

  • ปัสสาวะน้อยเกินไป
  • อาการบวมที่ขา ข้อเท้า และเท้า จากภาวะของเหลวคั่ง เนื่องจากไตไม่สามารถกำจัดน้ำที่เป็นของเสียได้
  • หายใจลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เพลียหรือเหนื่อย
  • คลื่นไส้เรื้อรัง
  • มึนงง
  • ปวดหรือแน่นหน้าอก
  • มีอาการชักหรือหมดสติในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไตวาย

ผู้ที่มีความเสี่ยงเกิด ภาวะไตวาย มากที่สุดมักมีสาเหตหนึ่งประการหรือมากกว่า ดังต่อไปนี้

– ขาดเลือดหล่อเลี้ยงไต

การขาดกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงไตอย่างกะทันหันทำให้เกิดไตวายได้ โดยโรคและภาวะบางประการที่ทำให้ขาดกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงไต ได้แก่

  • หัวใจวาย
  • โรคหัวใจ
  • ตับแข็งหรือตับวาย
  • ภาวะขาดน้ำ
  • แผลไฟไหม้ขั้นรุนแรง
  • อาการแพ้
  • การติดเชื้อรุนแรง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย

นอกจากนี้ ความดันโลหิตหรือยาต้านการอักเสบยังสามารถขัดขวางการไหลเวียนของกระแสเลือดได้อีกด้วย

– ปัญหาเกี่ยวกับการขับปัสสาวะ

เมื่อร่างกายไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้ สารพิษจะเกิดการสะสมและทำให้ไตทำงานหนัก ภาวะบางประการสามารถส่งผลต่อระบบปัสสาวะและอาจทำให้เกิดภาวะไตวายได้ ซึ่งได้แก่

  • มะเร็ง
  • นิ่วในไต
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ลิ่มเลือดในทางเดินปัสสาวะ
  • เส้นประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะเสียหาย

– สาเหตุอื่น ๆ

โรคและภาวะบางประการทำให้เกิด ภาวะไตวาย ได้แก่

  • ลิ่มเลือดในไตหรือบริเวณโดยรอบ
  • การติดเชื้อ
  • การได้รับสารพิษจากโลหะหนักในปริมาณมาก
  • ยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลอดเลือดอักเสบ
  • โรคลูปุส ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านตนเองชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะร่างกายจำนวนมาก
  • ไตอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะการอักเสบของกลุ่มเลือดฝอยของไต
  • กลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก หรือ ยูรีเมีย คือการที่หลอดเลือดแดงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้แตกออก
  • โรคมัลติเพิล มัยอิโลม่า (Multiple myeloma) ซึ่งเป็นมะเร็งของเซลล์พลาสม่าในไขกระดูก
  • ผิวหนังหนาและแข็งตัว ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านตนเองชนิดหนึ่งที่ส่งผลต่อผิวหนัง
  • ลิ่มเลือดในหลอดเลือดฝอย
  • ยาเคมีบำบัด ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษามะเร็งและโรคภูมิต้านตนเองบางชนิด
  • สีที่ใช้ในการทดสอบด้วยภาพถ่ายอวัยวะ
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด ได้แก่ ยาอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycosides) ยาเซฟาโลสพอริน (cephalosporins)
    ยาแอมโฟเทริซิน บี (amphotericin B) ยาเบซิเทรซิน (bacitracin) และยาแวนโคไมซิน (vancomycin)
  • ยาความดันโลหิต เช่น ยากลุ่มเอซีอีอินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) อย่างไลซิโนพริล (lisinopril) และยารามิพริล (ramipril) หรือยากลุ่มแอนจิโอเทนซินรีเซ็ปเตอร์บล็อกเกอร์ (angiotensin receptor blocker) อย่างแคนดีซาร์แทน (candesartan) และยาวาลซาร์แทน (valsartan)

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการไตวาย

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงสำหรับ ภาวะไตวาย มีหลายประการ ได้แก่

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการไตวาย

มีการทดสอบหลายประการที่สามารถใช้เพื่อวินิจฉัย ภาวะไตวาย ได้แก่

  • การตรวจปัสสาวะ ใช้เพื่อวัดเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาว ตรวจระดับแบคทีเรียที่มีค่าสูง และตรวจเซลล์ในปัสสาวะในปริมาณสูง
  • การวัดปริมาณปัสสาวะ เป็นการวัดปริมาณปัสสาวะที่ขับออกมา
  • การตรวจเลือด การนำตัวอย่างเลือดมาวัดปริมาณสารที่กรองโดยไต
  • การตรวจโดยใช้ภาพถ่ายอวัยวะ เช่น การตรวจ อัลตร้าซาวด์ ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์หรือไม่ อัลตร้าซาวด์ การตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอ และการตรวจด้วยซีทีสแกน ทำให้ได้ภาพถ่ายของไตพร้อมกับท่อปัสสาวะ แพทย์จึงสามารถตรวจหาการอุดกั้นหรือความผิดปกติที่ไตได้
  • ตัวอย่างเนื้อเยื่อไต มีการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อไตเพื่อหาการก่อตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ การเกิดพังผืด หรือการติดเชื้ออื่นๆ

การรักษาไตวาย

มีการรักษาหลายวิธีสำหรับ ภาวะไตวาย ซึ่งแตกต่างกันไปตามสาเหตุของภาวะไตวาย โดยแพทย์จะช่วยกำหนดทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุดซึ่งได้แก่

  • การฟอกไต การฟอกไตช่วยกรองของเสียและทำให้เลือดบริสุทธิ์โดยใช้เครื่องมือที่เลียนแบบการทำงานของไต
  • การปลูกถ่ายไต เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา แต่มักต้องรอเวลาเพื่อให้ได้รับบริจาคไตที่สามารถเข้ากับร่างกายของผู้ป่วยได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับภาวะไตวาย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับ ภาวะไตวาย ได้

  • ปกิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดหากซื้อยามาใช้เอง การใช้ขนาดยาที่สูงเกินไป แม้กระทั่งยาทั่วไป เช่น ยาแอสไพริน สามารถทำให้ระดับสารพิษในร่างกายสูงขึ้นได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งจะทำให้ไตทำงานหนัก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน บุหรี่ ยาฆ่าแมลง และผลิตภัณฑ์ที่มีสารพิษอื่นๆ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยใช้ยาที่แพทย์สั่งหรือแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • รักษาพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ดีขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี แก้ไขล่าสุด 07/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x