อัปเดทข่าวสารล่าสุด และทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ COVID-19 ที่นี่

home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ทารกและเด็กเล็ก เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากแค่ไหน?

ทารกและเด็กเล็ก เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากแค่ไหน?

ด้วยสถานการณ์ของโรคโควิด-19 (COVID-19) ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ทำให้หลายคนทั่วโลกเกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีทารกและเด็กเล็ก ผู้ปกครองมากอาจมีความกังวลยิ่งกว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทารกและเด็กเล็ก เสี่ยงต่อการ ติดโควิด 19 มากน้อยเพียงใด วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบของคำถาม พร้อมกับวิธีรับมือหากลูกของคุณติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาฝากทุกคนค่ะ

ทารกและเด็กเล็ก เสี่ยงต่อการ ติดโควิด 19 มากแค่ไหน?

ความเสี่ยงต่อการติด เชื้อไวรัสโควิด-19 ในทารกและเด็กพบว่า มีความเสี่ยงน้อยมากเมื่อเทียบกับในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากทารกและเด็กไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหลัก ส่วนใหญ่มักได้รับเชื้อมาจากสมาชิกในครอบครัว และหากได้รับ เชื้อโควิด-19 ก็มักจะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็กสามารถปรับตัวต่อเชื้อไวรัสได้ ยกเว้นในเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต รวมถึงเด็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเรายังไม่มีวิธีการรักษาโรคที่อุบัติขึ้นมาใหม่อย่างแน่ชัด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจดูแลลูกอย่างใกล้ชิด สังเกตอาการลูกว่ามีอาการเข้าข่ายต่อการติด เชื้อโควิด-19 หรือไม่ โดยสังเกตจากอาการดังต่อไปนี้ มีไข้สูง อาการไอ หายใจไม่ออก ท้องเสีย เป็นต้น หากพบว่ามีอาการดังกล่าวข้างต้นนี้ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยโรค และรับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที

วิธีดูแลลูกรัก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

วิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ เชื้อโควิด-19 คือการอยู่บ้านหรือใช้หลักการที่เรียกว่าเว้นระยะห่างจากสังคม (Social-Distancing) รวมถึงวิธีการป้องกันอื่น ๆ ดังนี้

  • ล้างมือบ่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกสุขอนามัยที่ดีให้กับลูก ๆ เริ่มจากการสอนให้รู้จักล้างมือทุกครั้งหลังจากหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ โดยการล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะอนามัย คือการล้างมืออย่างน้อย 20 วินาทีด้วยสบู่และน้ำ หรือหากอยู่ข้างนอก ควรใช้เจลทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์อย่างน้อย 70% หลังจากการสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวต่าง ๆ
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก โดยเฉพาะเมื่อลูกมีอาการ ไอ จาม ให้ใช้ทิชชูปิดทุกครั้ง ห้ามใช้มือในการปิดจมูก ปาก โดยตรง
  • ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น พื้นในห้องน้ำ อ่างล้างมือ ประตูลูกบิด รวมถึงรีโมทโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้

รับมืออย่างไร หากลูกของคุณติดเชื้อไวรัสโควิด-19

หากลูกของคุณมีอาการเข้าข่ายว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้รีบพาลูกไปสถานพยาบาลที่ให้บริการวินิจฉัยตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทันที และในกรณีที่ลูกของคุณติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากยังไม่มีวิธีการรักษาที่ระบุได้แน่ชัด แพทย์อาจจะแนะนำให้รับประทานยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่มีสเตียรอยด์ที่เป็นกลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Nonsteroidal anti-inflammatory drug : NSAIDs) เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

นอกจากนี้ยังมีข้อควรปฏิบัติที่สามารถป้องกันสมาชิกในครอบครัวหากลูกของคุณเข้าข่ายต่อการติด เชื้อโควิด-19 ดังนี้

  • แยกตัวจากผู้อื่น ควรจัดห้องและห้องน้ำเฉพาะไว้ให้สำหรับลูกของคุณ ให้ลูกของคุณหลีกเลี่ยงการอยู่กับสมาชิกในครอบครัว
  • ทำความสะอาดบ้านบ่อย ๆ คุณควรทำความสะอาดภายในบ้านเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค โดยเฉพาะในบริเวณที่ลูกของคุณกักตัวอยู่ในห้อง
  • ติดตามอาการลูกอย่างใกล้ชิด โทรหาแพทย์ทันทีหากพบว่าลูกของคุณเริ่มมีอาการรุนแรง เช่น เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก เป็นต้น

ถึงแม้ว่าเด็กจะมีความเสี่ยงน้อยต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันต้านทานที่ดีกว่าผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ยังไม่วิธีการรักษาหรือข้อบ่งชี้ที่แน่ชัด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ยังควรใส่ใจดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคโควิด-19

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Coronavirus (COVID-19) in Babies and Children: What’s the Risk?. https://www.webmd.com/lung/coronavirus-covid-19-babies-children#3. Accessed 13 April 2020.

Is Coronavirus (COVID-19) Dangerous to Children?. https://kidshealth.org/en/parents/coronavirus.html. Accessed 13 April 2020.

Caring for Children. https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/daily-life-coping/children.html. Accessed 13 April 2020.

Coronavirus in Babies and Kids: Symptoms and Prevention. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/coronavirus/coronavirus-in-babies-and-children. Accessed May 18, 2021.

COVID-19 (coronavirus) in babies and children. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/coronavirus/in-depth/coronavirus-in-babies-and-children/art-20484405. Accessed May 18, 2021.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 24/05/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x