คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

โรคภูมิแพ้ กระตุ้นให้มีอาการของโรคหอบหืดได้อย่างไร

    โรคภูมิแพ้ กระตุ้นให้มีอาการของโรคหอบหืดได้อย่างไร

    โรคภูมิแพ้ อาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคหอบหืดขึ้นมาได้ แล้วโรคหอบหืดจริงๆ คืออะไร และทำไมถึงจัดว่าเป็นภูมิแพ้ประเภทหนึ่ง ใครที่กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ละก็ วันนี้ Hello คุณหมอ นำข้อมูลมาให้ทุกคนได้ศึกษากันค่ะ

    โรคภูมิแพ้เกิดจากปัจจัยใดบ้าง

    ปฏิกิริยาภูมิแพ้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด 2 ปัจจัยหลัก ดังต่อไปนี้

    • การหดตัวของหลอดลม (หรือท่อลมในปอด) ทำให้กีดขวางอากาศเข้าสู่ปอด
    • เยื่อหุ้มเซลล์ชั้นในของหลอดลมบวม และหลั่งเสมหะออกมาจนทำให้หลอดลมอุดตัน

    โดยปัจจัยดังกล่าวนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกหายใจไม่สะดวก เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง และมีเสียงประหลาดในขณะหายใจ ผู้ที่มีอาการแพ้ทางจมูก ประมาณร้อยละ 20-25 มักจะเป็นโรคหอบหืด และในทางตรงข้ามผู้ที่เป็นโรคหอบหืดประมาณร้อยละ 20-80 มักต้องทนทุกข์จากอาการภูมิแพ้ เพราะทั้งสองโรคนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่โรคภูมิแพ้ไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคหอบหืด เพราะมีอีกสาเหตุหนึ่งนั่นก็คือ มลพิษทางอากาศ

    อาการของ โรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืด

    ทั้งโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด อาจก่อให้อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการไอและทางเดินหายใจอุดตัน แต่จะมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนี้

    • อาการของโรคภูมิแพ้ ตาแฉะ คันตา น้ำมูกไหล คันคอ และลมพิษ
    • อาการของโรคหอบหืด แน่นหน้าอก หายใจเสียงมีเสียงประหลาด ไอจนหายใจไม่ออกในตอนกลางคืน หรือตอนเช้าตรู่

    อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาภูมิแพ้อาจเกิดบนส่วนใดของร่างกายก็ได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงส่วนเดียวหรือหลายๆส่วนบนของร่างกายพร้อมกัน และทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ อาหารไม่ย่อย ผื่นแดง

    การรักษา โรคภูมิแพ้ และโรคหืด

    เป็นที่รู้กันว่าอาการทั้งหมดของโรคนี้ อาจเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ทำให้ร่างกายต้องตอบโต้ด้วยปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา จึงทำให้มีอาการแพ้เกิดขึ้น ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้น และถ้าเป็นไปได้ก็ควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้วย

    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแพ้ขนแมวและสุนัขก็ควรหลีกเลี่ยง หรือหากมีอาการแพ้ฝุ่นควรรักษาความสะอาดของบ้านโดยใช้เครื่องฟอกอากาศ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ควรใช้ยา เพื่อป้องกันปฏิกิริยาภูมิแพ้และลดอาการแพ้ต่างๆ

    • สำหรับโรคจมูกอักเสบ ผู้ป่วยอาจใช้ยาแอนตี้ฮีสทามีน (Antihistamine) หรือยาลดความดันโลหิต (อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับว่ามีอาการคันจมูกหรือไม่)
    • ยาที่ใช้รักษารุ่นแรก อย่างเช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphehydramine) เบนนาดริล (Benadryl) อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง อย่างเช่น ง่วงนอน ซึ่งขัดขวางการทำงานและไม่สามารถขับรถได้
    • ยาแอนตี้ฮีสทามีน (Antihistamines) รุ่นที่สอง เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) คลาลิทิน (Claritin) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) อัลเลกรา (Allergra) จะไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน นอกจากนี้แพทย์อาจใช้ยาสเตียรอยด์สำหรับพ่นจมูกด้วย อย่างไรก็ตาม ยาแอนตี้ฮีสทามีนและยาลดความดันโลหิตนั้น เป็นยาที่ใช้เพียงเพื่อบรรเทาอาการ และอาจรักษาที่ต้นเหตุได้ จึงอาจจำเป็นต้องฉีดวัคซีนภูมิแพ้เพื่อรักษาที่ต้นเหตุ

    คุณควรปรึกษาแพทย์และรักษาตามขั้นตอนหากมีอาการภูมิแพ้ ซึ่งผู้ที่เป็นทั้งโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ ก็สามารถจัดการกับอาการเหล่านั้นได้ หากดูแลตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    WebMD, Allergies and Asthma, http://www.webmd.com/asthma/guide/allergies-asthma#1. Accessed on April 12, 2017

    Allergies and asthma: They often occur together. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/asthma/in-depth/allergies-and-asthma/art-20047458.Accessed July 29, 2021

    Allergens and allergic asthma.aafa.org/page/allergic-asthma.aspx.Accessed July 29, 2021

    Allergy facts and figures.https://www.aafa.org/allergy-facts.Accessed July 29, 2021

    Asthma.https://www.cdc.gov/asthma/.Accessed July 29, 2021

     

     

     

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ แก้ไขล่าสุด 18/08/2021
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ