home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer หรือ Nasopharyngeal Carcinoma)

คำจำกัดความ |อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer หรือ Nasopharyngeal Carcinoma)

มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer หรือ Nasopharyngeal Carcinoma) พบได้น้อยในสหรัฐอเมริกา แต่จะเกิดขึ้นได้บ่อยมากในส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักเกิดจากไวรัสเอ็บสไตบาร์ (Epstein-Barr หรือ EBV) แต่ก็เสมอไป

คำจำกัดความ

มะเร็งหลังโพรงจมูก คืออะไร

มะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer หรือ Nasopharyngeal Carcinoma) หรือที่เรียกกันว่า NPC เป็นมะเร็งที่ศีรษะและลำคอชนิดหายาก มักพบที่ส่วนบนของลำคอด้านหลังจมูก ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่า “ช่องจมูก” ช่องจมูกอยู่บริเวณฐานของกะโหลกศีรษะเหนือหลังคาปาก ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ รูจมูกของคุณเปิดเข้าไปในช่องจมูก เมื่อหายใจอากาศจะผ่านจากจมูกเข้าไปใจลำคอ ช่องจมูก และเข้าสู่ปอดในที่สุด

โรคมะเร็งโพรงจมูก มักตรวจไม่พบในระยะเริ่มต้น นั่นอาจเป็นเพราะการตรวจช่องจมูกไม่ใช่เรื่องง่าย และอาการของมะเร็งหลังโพรงจมูก มักจะคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่น ๆ ที่พบได้บ่อย

มะเร็งหลังโพรงจมูก พบบ่อยเพียงใด

โรคมะเร็งโพรงจมูก พบได้น้อยในสหรัฐอเมริกา แต่จะเกิดขึ้นได้บ่อยมากในส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักเกิดจากไวรัสเอ็บสไตบาร์ (Epstein-Barr หรือ EBV) แต่ก็เสมอไป

อาการ

อาการของมะเร็งหลังโพรงจมูก

อาการของ โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ในระยะแรก อาจไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ อาการที่เห็นได้ชัดเจนของ โรคมะเร็งโพรงจมูก ได้แก่

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

อาการของโรคมะเร็งโพรงจมูกในระยะเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องไปพบคุณหมอเสมอไป อย่างไรก็ตาม หากคุณสังเกตเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในร่างกายคุณ เช่น อาการคัดจมูกผิดปกติ คุณควรไปพบคุณหมอ เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

สาเหตุ

สาเหตุของ มะเร็งหลังโพรงจมูก

นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่า อะไรเป็นสาเหตุของ โรคมะเร็งโพรงจมูก อย่างไรก็ตามมะเร็งมีความเชื่อมโยงกับไวรัสเอ็บสไตบาร์อย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าการติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตบาร์ จะพบได้บ่อย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีไวรัสเอ็บสไตบาร์จะเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก นักวิทยาศาสตร์ยังคงค้นคว้าว่า ไวรัสเอ็บสไตบาร์ นำไปสู่ โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้อย่างไร แต่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม (DNA) จากไวรัสที่มีผลต่อดีเอ็นเอในเซลล์ของช่องจมูก การเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอทำให้เซลล์เติบโตและแบ่งตัวผิดปกติจนเกิดเป็นมะเร็ง

ความเสี่ยงสำหรับโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกอาจเพิ่มขึ้น หากคุณรับประทานอาหารที่ทำจากปลาและเนื้อสัตว์ที่ผ่านการบ่มเกลือ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

นักวิจัยระบุว่า ปัจจัยต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกได้

  • เพศ โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  • เชื้อชาติ มะเร็งชนิดนี้มักส่งผลกระทบต่อผู้คนในบางพื้นที่ของจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาตอนเหนือ ในสหรัฐอเมริกา ผู้อพยพชาวเอเชีย มีความเสี่ยงต่อการเป็น โรคมะเร็งโพรงจมูก มากกว่าชาวเอเชียที่เกิดในสหรัฐอเมริกา ชาวอินนิวอิท (Inuits) ในอลาสก้ายังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็น โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก
  • อายุ โรคมะเร็งโพรงจมูก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ แต่พบมากในผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 30-50 ปี
  • อาหารที่มีเกลือ สารเคมีที่ปล่อยออกมาในไอน้ำเมื่อปรุงอาหารที่มีเกลือ เช่น เนื้อแดดเดียว ผักดอง อาจเข้าไปในโพรงจมูก เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น โรคมะเร็งโพรงจมูก การสัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้ตั้งแต่อายุยังน้อยอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น
  • ไวรัสเอ็บสไตบาร์ เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยนี้ มักก่อให้เกิดอาการบางอย่างและอาการเล็กน้อย เช่น โรคหวัด บางครั้งอาจทำให้เกิดโรคโมโนนิวคลิโอสิส (Mononucleosis) ไวรัสเอ็บสไตบาร์ยังเชื่อมโยงกับมะเร็งที่หายากหลายชนิด รวมถึง โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก
  • ประวัติครอบครัว การมีสมาชิกในครอบครัวเป็น โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้
  • แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักและการสูบบุหรี่ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้รับการวินิจฉัยโดยการตรวจชิ้นเนื้อของเนื้องอก ซึ่งมักทำในคลินิกโดยใช้กล้องเอนโดสโคป (Endoscope) ขนาดเล็ก สิ่งนี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์ศีรษะและลำคอ สามารถมองเห็นเนื้องอกและของเขตของเนื้องอกได้ เทคนิคการถ่ายภาพ เช่น MRI CT Scan อาจช่วยกำหนดขอบเขตของเนื้องอกได้เช่นกัน นอกจากนั้น ยังอาจมีการทดสอบเกี่ยวกับ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) การตรวจเลือดอื่น ๆ และการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก จะต้องทำการทดสอบอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นหรือไม่ (EBV)

การรักษา โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

โรคมะเร็งโพรงจมูกปฐมภูมิ (การวินิจฉัยเบื้องต้น) มักตอบสนองต่อการรักษาด้วยรังสีได้ดี แพทย์จะอาจรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและขอบเขตของเนื้องอก

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก (มะเร็งที่กลับมาหลังจากที่รักษาไปแล้ว) หากสามารถจัดการได้โดยการผ่าตัด ด้วยการใช้กล้องเอนโดสโคป (Endoscope) และเครื่องส่องกล้องทางรูจมูก หรือโดยวิธีการผ่าตัดแบบเปิดหากจำเป็น บางครั้ง การรักษาด้วยรังสี การรักษาด้วยลำแสงโปรตอน เคมีบำบัด การใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด มักจะรวมอยู่กับการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกที่เกิดซ้ำได้

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือ โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ในหลายกรณี ไม่สามารถป้องกันได้ แต่การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตามขั้นตอนเหล่านี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลังโพรงจมูก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน
x