สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 9
สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 9

ตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้ 9 สัปดาห์แล้ว ทารกในครรภ์ ในตอนนี้มีขนาดเท่าผลองุ่น หนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 2.54 เซนติเมตร
หัวใจของ ทารกในครรภ์ พัฒนาจนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว โดยแบ่งออกเป็นสี่ห้อง ลิ้นปิดเปิดก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว ส่งผลให้หัวใจเต้นแรง ถึงแม้คุณจะไม่ได้ยินหรือรู้สึกอะไร แต่เราก็สามารถตรวจจับเสียงหัวใจเต้นได้ด้วยเครื่องมือชนิดพิเศษที่เรียกว่า ดอพเพลอร์ (Doppler) คุณหมอจะใช้เครื่องมือนี้ตรวจสอบการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นของลูกน้อย และสิ่งนี้จะช่วยย้ำเตือนคุณว่า ลูกน้อยกำลังเจริญเติบโตและมีความแข็งแรงขึ้นทุกวัน
ในช่วงนี้อาจจะมีคนทักว่าคุณมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ซึ่งก็อาจเป็นจริงตามนั้นนะ เนื่องจากการช่วยให้ ทารกในครรภ์ เจริญเติบโตนั้น ร่างกายจะผลิตเซลล์เม็ดเลือดเพิ่มขึ้น และกระตุ้นความดันโลหิตเพิ่มขึ้นด้วย เลยอาจทำให้ผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งสดใสขึ้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย คือเวียนหัว หน้ามืด หรือรู้สึกร้อนและเหงื่อออก ซึ่งถือเป็นอาการปกติ
มากไปกว่านั้น ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้ ตั้งครรภ์ จะมีเลือดประมาณ 100 มิลลิลิตร สูบฉีดอยู่ในมดลูก แต่ในช่วงตั้งครรภ์ การสูบฉีดเลือดอาจเพิ่มขึ้นเป็น 120 มิลลิลิตรต่อนาที และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึง 350 มิลลิลิตรต่อนาที เมื่อถึงช่วงใกล้ ๆ คลอด
ผู้หญิงหลายคนมักรอให้ถึงเดือนที่ 4 ก่อน จึงค่อยบอกคนรอบตัวว่าตั้งครรภ์ เพราะความเสี่ยงต่อการแท้งลูกจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้คุณควรตั้งคำถามพวกนี้กับตัวเอง ได้แก่
ถ้ามีก็ควรไปหาคุณหมอทันที และควรระมัดระวังในการทำอะไรในชีวิตประจำวัน
ถ้าคุณมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนบ่อย ๆ คุณจะต้องปรึกษาคุณหมอ รวมถึงในกรณีที่คุณทำงาน ควรพูดคุยกับหัวหน้าของคุณ ถึงเรื่องการตั้งครรภ์นี้ให้เร็วที่สุด เพราะอาการแพ้ท้องอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้
ควรบอกเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้าว่าคุณ ตั้งครรภ์ ซึ่งเวลาที่คุณต้องไปโรงพยาบาล หรือลาคลอด หัวหน้าอาจจะมอบหมายงานของคุณให้คนอื่นทำแทนได้ทันเวลา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท
นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรของคุณ งานของคุณอาจได้รับผลกระทบจากการตั้งครรภ์ และอาจกระทบความสัมพันธ์กับหัวหน้างานด้วย ถ้าคุณมั่นใจว่าเจ้านายจะรับทราบและจัดการในเรื่องนี้อย่างมืออาชีพ การแจ้งให้ทราบตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็หมายความว่าคุณสามารถใช้ประโยชน์จากสวัสดิการของบริษัท ในการช่วยให้มีสุขภาพครรภ์ดีขึ้น พร้อมทั้งลดความเครียดต่าง ๆ ลงด้วย
น่าเสียดาย ที่นายจ้างบางคนอาจจะไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจ เมื่อรู้ว่าพนักงานตั้งครรภ์ ฉะนั้น ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาของหัวหน้า คุณก็ควรระวังให้มากและควรรอด้วยความอดทน เมื่อร่างกายบ่งบอกการตั้งครรภ์อย่างชัดเจนแล้ว
นี่คือเวลาที่ควรแจ้งให้หัวหน้าทราบ นอกจากนี้คุณก็อาจปรึกษาเพื่อนร่วมงานที่เคยผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของหัวหน้าเมื่อได้ข่าวว่าลูกน้องกำลังตั้งครรภ์
ผู้หญิงบางคนอาจต้องเจอกับปัญหาปวดหัวไมเกรนบ่อยขึ้นในระหว่างการ ตั้งครรภ์ เนื่องจากมีฮอร์โมนการตั้งครรภ์ไหลเวียนในกระแสเลือดอยู่ในระดับสูง จึงก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนขึ้นมาได้ ควรบอกให้คุณหมอรู้ เพื่อจะได้หาวิธีรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ในการช่วยจัดการกับปัญหาปวดหัวไมเกรน
นอกจากนี้คุณก็ต้องหาสาเหตุให้เจอและควรจะหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้อาการกำเริบเอาไว้ สาเหตุโดยทั่วไปก็ได้แก่ ความเครียด ช็อกโกแลต เนยแข็ง และกาแฟ นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงเสียงอึกทึกครึกโครม แสงไฟจ้าๆ และกลิ่นต่างๆ โดยเอนตัวลงนอนในห้องที่มีความมืดและเงียบเป็นเวลาสองสามชั่วโมง
แบคทีเรียในช่องคลอดเป็นอาการติดเชื้อที่พบบ่อยในผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ โดยมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องคลอด เจริญเติบโตมากเกินไป โดยผู้หญิงที่ ตั้งครรภ์ 1 ใน 5 คน มักจะติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดในช่วง ตั้งครรภ์ โดยอาจไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้ แต่ถ้ามีคุณอาจสังเกตเห็นของเหลวสีขาวหรือเทา ที่กลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคาวปลา ไหลออกมาจากช่องคลอด กลิ่นเหม็นนี้จะชัดขึ้นหลังมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้คุณอาจมีอาการระคายเคือง หรืออาการคันบริเวณปากช่องคลอด
แบคทีเรียในช่องคลอดจะเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งลูก หรือถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์ ฉะนั้นถ้าคุณมีอาการใด ๆ ของการติดเชื้อทางช่องคลอด ก็ควรรีบบอกคุณหมอทันที โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฎิชีวนะ ซึ่งการตรวจพบแต่เนิ่น ๆ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงในการแท้งลูกได้
คุณอาจรู้สึกเป็นกังวลในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งความกังวลพวกนั้นอาจได้แก่…
เนื่องจากสารประกอบส่วนใหญ่ในสเปรย์ชนิดนี้ มักจะเป็นยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ ซึ่งมีโอกาสจะก่อให้เกิดอันตรายต่อการตั้งครรภ์ได้ แต่ก็ยังไม่มีการทำวิจัยกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จริงๆ จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์หรือเปล่า
คล้ายกับกรณีของสเปรย์กำจัดมดและแมลงสาบนั่นแหละ นักวิทยาศาสตร์รู้อะไรไม่มากเกี่ยวกับผลกระทบ จากการอยู่ในสถานที่ ที่มีควันมาก ฉะนั้นเพื่อป้องกันสิ่งเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้ามีการทอดหรือปิ้งอะไรที่มีควันเยอะๆ ก็ไม่ควรยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานๆ
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการดื่มชาสมุนไพรนั้นเป็นอันตราย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงชาที่มีส่วนผสมของสารที่มีฤทธิ์ทางยา (ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกาย) คุณควรหลีกเลี่ยงชาที่กระตุ้นการหดตัวของมดลูก หรือกระตุ้นการมีประจำเดือน อย่างเช่น ชาสมุนไพรแบลกโคฮอส (Black cohosh) หรือชาเขียวที่ผสมสมุนไพรอย่างดอกบัตเตอร์คัพ (Buttercups)
ทั้งหมดนี้คือ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 9 และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ…
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Poppy seed to pumpkin: How big is your baby? https://www.babycenter.com/slideshow-baby-size Accessed June 6, 2015
Pregnancy calendar – Week 9 http://kidshealth.org/parent/pregnancy_center/pregnancy_calendar/week9.html#cat207 Accessed June 6, 2015
Your pregnancy: 9 weeks https://www.babycenter.com/9-weeks-pregnant Accessed June 6, 2015
9 weeks pregnant. https://raisingchildren.net.au/pregnancy/week-by-week/first-trimester/9-weeks. Accessed June 29, 2021.
9 Weeks Pregnant. https://www.whattoexpect.com/pregnancy/week-by-week/week-9.aspx. Accessed June 29, 2021.
เวอร์ชันปัจจุบัน
15/03/2022
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง
อัปเดตโดย: เนตรนภา ปะวะคัง
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เนตรนภา ปะวะคัง